มีโอกาสได้ร่วมประชุมวิชาการระดมพลังสร้างระบบสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ให้เต็มทุกอำเภอ วันที่ 31 มกราคม 2551 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพ จัดขึ้นโดยความร่วมมือของมูลนิธิสดศรี สฤษดิ์วงศ์ สปสช. สสส.และพรพ.การประชุมนี้ที่มาสืบเนื่องมาจากแนวคิดของศ.นพ.ประเวศ วะสี “ไม่มีอาชีพใดที่สังคมจะมีฉันทามติให้เข้าถึงส่วนที่เป็นตัวตนที่สุดของมนุษย์เท่ากับอาชีพทางบริการสุขภาพ การเข้าไปเกี่ยวข้องกับชีวิตเลือดเนื้อความเป็นความตายของเพื่อนมนุษย์ ระบบบริการสุขภาพต้องมีความเป็นพิเศษที่จะเป็นการค้าไม่ได้ ขาดความเป็นธรรมไม่ได้และขาดหัวใจของความเป็นมนุษย์ไม่ได้ไม่ว่าสังคมทั้วไปจะเป็นอย่างไร” เริ่มจากนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมสส. กล่าวเปิดงานและวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนทำงาน ผู้รับบริการ อาสาสมัคร เกิดศักยภาพทางจิตวิญญาณ เชื่อว่าการทำงานร่วมกันน่าจะทำให้เกิดโอกาสในการพัฒนาด้านจิตวิญญาณได้ และเลือกรพ.อำเภอ เพราะรพช.ใกล้ชิดประชาชน ชุมชนมากกว่ารพ.ใหญ่ มีแนวโน้มจะทำให้ระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ประสบความสำเร็จได้ สิ่งที่ประทับใจ คือ ปาฐกาถาพิเศษ ของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ท่านได้กล่าวไว้ดังนี้ประเทศไทยเกิดวิกฤติการณ์ 5 เรื่องซึ่งรวมแล้วเป็นมหาวิกฤติการณ์ของสยาม ได้แก่ วิกฤตการณ์ทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเมือง ความล้มเหลวของกลไกของรัฐ ซึ่งการแก้ไขเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องยาก นับวันจะกลายเป็นมหาวิกฤติการณ์ ระบบการศึกษาระบบอื่นๆ ไม่สามารถแก้ไขได้ มีอยู่ระบบเดียวที่เป็นความหวังคือ “ระบบสุขภาพ”เพราะเป็นระบบเดียวที่มีความเกี่ยวข้องตั้งแต่เกิด เจ็บ ป่วย ตาย อยู่ใกล้ชิด สามารถเข้าถึงส่วนลึก อวัยวะภายในของคนได้โดยทุกคนยินยอมให้บุคลากร ของระบบสาธารณสุขกระทำเพื่อรักษาร่างกายของคนได้ทุกส่วน และระบบนี้จะมี social contact พันธะสัญญาด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ ไม่สามารถที่จะโกงได้ ถ้าระบบสุขภาพที่ดี จะช่วยให้กำลังใจกับทุกคนได้ นำไปสู่การเยียวยาด้วยหัวใจ เยียวยาสังคมและเยียวยาโลกได้ แต่ปัจจุบันระบบบริการสุขภาพดูจะไม่มีพลัง หรือมีก็ยังน้อย ทั้งที่คนมี cell สมองอยู่มากมาย สามารถสรุปสาเหตุที่เป็นความยึดติดเก่าๆ หากสามารถปรับแก้ไขจะทำให้เกิดพลังอย่างมหาศาล ได้ดังนี้
1. วิธีคิด ไอน์สไตล์กล่าวว่า “ เราต้องการวิธีคิดแบบใหม่ๆอย่างสิ้นเชิงเพื่อมนุษย์อยู่รอดได้” เราอาจถูกบดบังด้วยวิธีคิดเดิมๆ คือ”การคิดแบบแยกส่วน” เป็นเรื่องๆ เช่นเรื่องเศรษฐกิจ จะเอาเงินเป็นตัวตั้ง การศึกษาเอาวิชาเป็นตัวตั้ง สุขภาพก็เอาโรคเป็นตัวตั้ง สุขภาพเป็นเรื่องของแพทย์ พยาบาลเท่านั้น การแยกส่วนทำให้เราไม่สามารถมองเห็นความงามได้ นโยบายสาธษรณะจึงไม่เกิด ไม่สามารถมองเห็นความเชื่อมโยง ชีวิตคือความเชื่อมโยง การพัฒนาคือความเชื่อมโยง การที่ไม่คิดแบบเชื่อมโยง คิดแบบตายตัว จะสุดโต่งและไม่พัฒนา ซึ่งทางพุทธศาสนาได้สอนให้เห็นทางสายกลางและเชื่อมโยงอยู่แล้ว เป็นวิทยาศาสตร์ใหม่
2. ศักดิ์ศรีและคุณค่าของความเป็นคน สังคมไทยนิยมชมชอบ ยกย่อง เคารพคนทำความดีมีอำนาจ แพทย์ พยาบาล นักการเมืองจะได้รับการยกย่อง การเคารพศักดิ์ศรีของคนเป็นศีลธรมพื้นฐาน ทุกคนมีสิทธิและศักดิ์ศรี เช่นสิทธิสตรี เด็ก ทุกคนเป็นคนอย่างเท่าเทียมกัน และมีศักยภาพทุกคน เมื่อแพทย์รู้สึกว่าสูงกว่าคนไข้จะไม่ฟังคนไข้ เกิดความสัมพันธ์แบบใช้อำนาจ ไม่ค่อยฟัง การฟังอย่างตั้งใจถือว่าเป็นการเคารพคนอย่างหนึ่ง เมื่อฟังคนหนึ่งเล่าถึงความรู้สึกของเขา จะทำให้ Endorphin หลั่งซึ่งสามารถช่วยให้อาการจ็บป่วยทุเลาลงได้
3. การเคารพความรู้ในตัวคน ความคิดเดิมๆ เราเคารพแต่ความรู้ในตำรา ความรู้จากตำรามาจากวิทยาศาสตร์ การวิจัยเป็นฐานวิทยาศาสตร์ แต่ความรู้ในตัวคนมาจากประสบการณ์ชีวิต ทุกคนมีความรู้ในตัวทั้งสิ้น ซึ่งเป็นฐานวัฒนธรรม เช่นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวมีความรู้เรื่องการทำก๋วยเตี๋ยวเป็นอย่างดี เราควรนำความรู้ในตัวคนเป็นตัวตั้งความรู้จากตำราเป็นส่วนประกอบ
4. การสร้างพระเจดีย์จากฐาน การสร้างพื้นฐานที่มั่นคงจะทำให้เกิดความยั่งยืนได้ พัฒนาจากสิ่งที่เป็นรากหญ้า และส่วนใหญ่ก่อน การรักษาทรัพยากรชุมชนท้องถิ่นไว้
5. การใช้ใจนำความรู้ตาม การใช้เพียงแต่ความรู้จะทำให้เกิดการแยกส่วนและไม่มีกำลังพอ การใช้ใจสามารถก่อให้เกิดส่วนร่วมได้ หากเรามีใจเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จะทำให้เรามีใจค้นคว้าความรู้จากตำราทั้งหมดมาช่วยเพื่อนเราได้
6. ความเป็นทางการ การเป็นทางการเกินไปไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา ความเป็นธรรมชาติไม่เป็นทางการจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่า สามารถระดมความคิดเห็นได้มาก การทำความดีไม่จำเป็นต้องขออนุมัติการรวมพลังคนทำความดีด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์กระจายทุกอำเภอซึ่งรวมแล้วทั่วประเทศมีประมาณ 76,000 อำเภอ จะเห็นว่าเรามีทรัพยากรอยู่มาก ต้องแก้ไขที่วิธีคิด ซึ่งระบบสุขภาพชุมชนมีเป้าหมายอยู่ 7 ประการ หากทำได้สำเร็จจะเกิดสวรรค์บนดิน ได้
1. การไม่ทอดทิ้งกัน การช่วยเหลือกัน ชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน
2. เศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาการอย่างบูรณาการทุกตำบล
3. ชุมชนสามารถดูแลโรคที่พบบ่อยได้หมด ดูแลตนเองเบื้องต้นได้ เพื่อให้ลดภาระของรพ.
4. โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นภาระหนักของรพ. น่าจะทำให้ภาระของโรคดหล่านี้ลดลง ให้ชุมชนสามารถดูแล ป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้
5. การมีผ็สูงอายุมาก จะมีความเจ็บป่วยมากตามไป การดูแลไม่ทั่วถึง ควรมีพยาบาลออกเยี่ยมบ้านเพื่อลดภาระการมารพ.
6. การควบคุมโรคของชุมชน เช่นไข้เลือดออก ไข้หวัดนก ฉี่หนู
7. การสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และชุมชนสามารถดูแลตนเองได้การยึดติดกับอำนาจ 5 แท่ง ซึ่งไม่มีความเชื่อมโยงกัน เป็นการแยกส่วนกันสุดโต่ง เช่นการเมือง ระบบราชการ การศึกษา ธุรกิจ ศาสนา ซึ่งทำให้เกิดการเรียนรู้น้อย ขัดแย้งมาก ทุกข์มาก สร้างสรรค์น้อย การทำความดีสามารถทำได้ตั้งแต่ระดับปัจเจก ไปจนถึงการสร้างเครือข่าย ซึ่งเรียกว่า INN (Individual Node Networking) การเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ทุกคนเสมอภาคมีเกียรติเสมอกัน เรียนรู้ร่วมกันจะเกิดความสุขอย่างมโหฬาร เกิดความสุขในการทำงานทุกขั้นตอนนอกจากนี้ในการประชุมยังรวบรวมเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาจิตวิญญาณ เช่นโยคะ โดยสถาบันโยคะทางวิชาการ สันติวิธี โปรแกรมสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตวิญญาณทางการแพทย์โดย บราห์มากุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก ศิลปะบำบัดด้วยหัวใจ การเผชิญความตายอย่างสงบ ซึ่งตัวเองก็ได้เข้าฟังในห้องโยคะ ได้เข้าใจโยคะมากขึ้นเดิมเข้าใจผิดว่าโยคะเป็นแค่การออกกำลังกาย ซึ่งอันที่จริงแล้ว โยคะตามตำราดั้งเดิมเป็นความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพกาย จิต สุขภาพทางจิตวิญญาณ และความสุข ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนในระดับหนึ่ง
มีตัวอย่างของการพัฒนา Humanized Healthcare ในรพ.ที่ได้นำแนวคิดนี้ไปริเริ่ม ได้แก่รพ. ตาคลี รพ.สูงเนิน รามาธิบดี ซึ่งแต่ละรพ.นำเสนอมุมมองที่แตกต่างกันไป แต่ที่เห็นตัวอย่างและภาพชัดเจนคือ กรณีศึกษาจากรพ.ตาคลี “คืนคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้รำเพย” ซึ่งแสดงถึงการเห็นคุณค่าของทุกคนแม้กระทั่งผู้ป่วยจิตเวชที่ถูกทอดทิ้ง เจ้าหน้าที่รพ.ได้ใหการช่วยเหลือจนหายกลับมามีชีวิตอย่างคนปกติ และมีจิตใจที่จะช่วยเหลือ อาสาช่วยงานรพ. รายละเอียดรับฟังต่อได้ในการประชุมวิชาการระดับชาติ (National Forum 9th) โดยสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลเป็นผู้จัด ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติ อิมแพคเมืองทองธานี วันที่ 11 -14 มีนาคม 2551 นี้
มา.แล้ว พี่แคทมาแล้วค่ะ อ่านเนื้อเรื่องที่พอลล่าสรุปเป็น ข้อๆ ๆ ซึ่งเป็นข้อความที่มีคุณค่ามากเลยค่ะ พอลล่าเก่งจังเลย ชื่นชม ด้วยหัวใจจริงๆๆนะค่ะ