เพราะทางเลือกมีมากกว่าหนึ่ง

เดินทางมาถึงหัวโค้งแล้วสินะ

ตอนนี้ยังมองไม่เห็นว่าข้างหน้าจะเป็นเนินเขา หุบเหว ทางโค้ง หรือป่ารกชัฏ

แต่สิ่งเดียวที่ทำให้ยังเดินอยู่ ก็เพราะเชื่อนี่แหละ

 

เห็นได้ชัดว่าความเชื่อและทัศนคติเป็นสิ่งที่ผลต่อการกระทำและการเรียนรู้ของคนอย่างมาก

เพราะครั้งหนึ่งผู้เขียน ก็คือผมนี่แหละได้ทำกิจกรรมค่าย ในครั้งแรกผมรู้สึกสนุกสนาน

และเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเอง และเริ่มค่อยๆก้าวเข้าสู่การคิดเพื่อคนอื่น

หลังได้มีประสบการณ์ในห้วงระยะเวลาหนึ่งทำให้ได้พบว่า ตัวเราชอบทำกิจกรรม

และเชื่อว่าการทำกิจกรรมคือช่องทางและทางเลือกในการพัฒนาตรเองและคนอื่นๆ ที่ง่าย และทำได้จริงที่สุด  

 

... 

จากวันที่เชื่ออย่างนั้นในวัยรุ่นตอนต้น จนตอนกลาง และจวบจนปัจจุบัน

ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยโต (ผมรู้สึกว่าไม่ใช่ผู้ใหญ่ ผมไม่เคยอยากเป็นผู้ใหญ่ แต่การไม่อยากเป็นผู้ใหญ่นั่นไม่ได้หมายความว่าผมไม่อยากรับผิดชอบอะไรนะ)  

ระหว่างทางที่มีแยกมากมาย ผมเลือกที่จะเดินบนทางสายเล็กๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้ชีวิต และอนาคตของตัวเอง

 

เส้นทางสายกิจกรรม... 

 

แม้จะถูกทักท้วง ติเตียน ตำหนิ ตักเตือน ห่วงใย ผมน้อมรับความรู้สึกเหล่านั้นไว้ และคิด

ไม่ได้โต้ตอบอะไรที่หนักหนา จะมีก็แ่ต่อธิบายด้วยเหตุผลส่วนตัวบางอย่างว่า "อยากทำกิจกรรม" นั่นเป็นข้อดีในหลายๆอย่างที่คนรอบข้างดันเข้าใจเหตุผลนั้น

แถมยังพยายามให้คำแนะนำต่างๆอย่างรอบด้านอีกมากมาย ซึ่งความรอบด้านของมันนี่เองที่หลายครั้งทำให้ผมท้อและไม่อยากเดินต่อไปบนเส้นทางสายนี้ 

 

...  

ระหว่างการเดินทางบนทางที่เราเลือกสายเล็กๆ มิตรภาพได้ถูกถักทอและบ่มเพาะจนถึงกาลเวลาที่เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นต่างเติบโต

 

บางต้นกลายเป็นร่มไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านเติบโตอย่างรวดเร็วให้คนรุ่นต่อไป

บางต้นเป็นดอกไม้ที่ให้ความสวยงามแก่ผืนป่า  

บางต้นยังคงต้องการ การอนุบาลฟูมฟักดูแล เพราะเติบโตในสภาพที่ไม่เอื้ออำนวยนัก

บางต้นเริ่มผลิดอก ออกผล ขยายพันธุ์แนวคิดเหล่านี้ไปทั่ว 

บางต้นก็แห้งเหี่ยวเฉา เหงาหงอย ตายไปตามกาลเวลา

เป็นธรรมดาที่คงไม่ใช่ทุกเมล็ดหรอกนะ ที่หว่านลงไปแล้วจะเกิด และเติบโตขึ้นมาเป็นป่าเขียวขจี

 

คนเราก็คงไม่ต่างกันหรอก ก่อนเขียนต่อ บังเอิญมีกลอนบทหนึ่ง

ที่แทรกเข้ามาระหว่างความคิด ขออนุญาตบันทึกไว้ ก่อนลืม

"สร้างตึกราม ใหญ่โต รโหฐาน

สร้างไม่นาน ก็สำเร็จ เสร็จทุกหน

แต่สร้างยาก นั้นหรือ คือสร้างคน

มิได้ผล ทุกครั้ง ดุจดังใจ"

 

 

 

...

เราต่างก็มีทางเลือกของเราเอง ผมเชื่อว่าเราแต่ละคนมีทางหลายๆเส้นที่ควรจะได้เจอกัน

แต่สุดท้ายเราก็ไม่ได้เจอกัน เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะเราเลือกทางเดินของเราแล้วน่ะซิ ...

คุณว่าจริงมั้ย

 

...

 เรื่องราวที่ไม่ปะติดปะต่อกันของผม นำมาจนถึงข้อความที่อยากบอกเล่าในเมื่อวานนี้นั่นคือ

วันนี้โครงการเยาวชนไทยไม่ทอดทิ้งสังคม มีผู้ร่วมเดินทางถึงสี่กลุ่มด้วยกัน

 

 

กลุ่มแรก กว่า 50 ชีวิตที่เป็นพี่เลี้ยงและแกนนำ ซึ่งต่างก็มีทางของตัวเอง

เรามองเห็นเป้าหมายเดียวกัน แต่เส้นทางของเรามีทั้งที่เดินด้วยกันและเพื่อเลือกเอง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีหลากหลายวิธีการ เพื่อไปให้ถึงจุดหมายเดียวกัน

แต่ที่ผมห่วงคือ วันนี้มีใครที่หลงทางไปอยู่ที่ไหนบ้างไหม

มีใครที่ยังมองไม่เห็นจุดหมายหรือเปล่า

กลุ่มที่สอง มากกว่า 900 ชีวิต กลุ่มนี้กำลังจะเติบโต เป็นกลุ่มน้องมือใหม่ที่พึ่งมีโอกาสในบริหารจัดการโครงการของตัวเอง และกำลังจะก้าวเดินไปกับพี่ๆ 50 คนข้างบน

กลุ่มนี้มีความฝัน มีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ กล้าหาญ และพร้อมจะแบ่งปัน  

สดใหม่ กล้าเรียนรู้ และอยากลองดี กระทั่งบางกลุ่มวันนี้เข้าได้สร้างทางเดินของตัวเองแล้ว

ทางเดินที่ทำให้พี่ๆ ทั้ง 50 คนต้องเรียนรู้และยอมรับว่าน้องคือผู้บุกเบิกเส้นทางใหม่ๆเช่นกัน

 กลุ่มที่สาม มากกว่า 30,000 คน ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ญาติพี่น้อง ครู/อาจารย์ ผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้าน คนเฒ่าคนแก่ ประชาชนทั่วไป อบต นายอำเภอ  ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด วัฒนธรรมจังหวัด พระสงฆ์ บราเดอร์ส โต๊ะอิหม่าม โต๊ะครู ผู้นำศาสนา นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองระดับท้องถิ่น ข้าราชการ เอ็นจีโอ และเด็กเยาวชน ที่ได้สัมผัสกับกลุ่มเยาวชนทั้ง 900 คนที่ทำกิจกรรม

ผมเชื่อว่า วันนี้ท่านกำลังส่งลูกหลานของท่านเองให้รู้จักที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง

และท่านเองก็กล้าพอที่จะเลือกเส้นทางให้กับตัวเอง

กลุ่มสุดท้าย ผู้สนับสนุนทั้งหมด ซึ่งจะว่าไปก็มีเพียงสามหน่วย

หน่วยแรก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หน่วยให้ทุน และคำปรึกษา พี่ๆ เจ้าหน้าที่ทั้งกระทรวงห่วงใยเราอย่างดี

หน่วยที่สอง พี่เลี้ยงผู้ใกล้ชิด สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี หรือ สอ.ดย.

หน่วยสุดท้าย องค์กรเยาวชนทั้ง 14 องค์กร(เครือข่าย) ทั้งหมด

และทุกท่านที่ไ้ด้เคยร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งแต่ 2548

 

... 

ผมอยากบอกว่า วันนี้ทางที่สร้างไว้ตั้งแต่วันนั้นกำลังได้รับการบุกเบิกจากพวกเรา

ถนนที่เราสร้างผมเชื่อว่ามันจะนำมาซึ่งความเจริญแห่งจิตใจ มากกว่าความยิ่งใหญ่ของวัตถุ

ทางที่เรากำลังสร้างวันนี้จะนำคนเดินทางทั้งหมดไปสู่สังคมแห่งการแบ่งปัน และเอื้ออารีต่อกัน

 

 เป็นเรื่องง่ายมากๆ  ที่จะบอกว่าวันนี้เราควรเลือกทางเดินของตัวเอง 

และอย่าลืมเพื่อนร่วมทางของคุณ

 

วันนี้แม้เราจะยังไม่รู้อนาคตของโครงการ ว่าจะไปในทิศทางใด?

จะได้งบมาทำมั้ย? 

แต่ผมก็ยังคงเชื่อเหมือนเดิมอยู่ดีว่าทางเลือก(ที่ดี)มีมากกว่าหนึ่งเสมอ

 

จะยังคงเดินไปด้วยกันอยู่รึเปล่า  ?