มะละกอ กล้วย มะม่วง อาจไม่มีค่าทางวัตถุมาก แต่มีค่าทางจิตใจสำหรับพวกเราทุกคนครับ

เช้ามืดวันจันทร์ที่ 28 มกราคม 2551 ราวตีสาม ผมรีบออกจากบ้านเพื่อมาสมทบสมาชิกที่คณะทันตแพทย์ มศว เนื่องจากวันนี้เป็นวันเริ่มต้นที่เราจะออกเดินทางไปจังหวัดสระแก้ว เพื่ออกให้บริการทันตกรรมแก่ชาวบ้านในจังหวัดสระแก้วกัน

 ความตื่นเต้นแรกก็เกิดขึ้นเมื่อผมออกจากบ้าน  เนื่องจากขณะนั้นมืดมาก ใจมันก็กลัวๆอยู่บ้างเหมือนกัน...เดินคนเดียวออกมาเรียกแท็กซี่ โบกอยู่ประมาณสิบนาทีก็มีแท็กซี่มาจอด

คันแรกไม่ไป บอกว่าจะไปส่งรถ (ไม่รู้ว่ามันกะไหนกันนะ ส่งรถตอนตีสาม...แต่ก็ช่างเหอะ ไม่อยากไปส่งก็ไม่ง้อ)

ก็รอต่อไปสักพัก แท็กซี่ก็มาอีกคันหนึ่ง คราวนี้ก็ได้ไปเสียที ผมบอกให้คนขับไปจอดที่ประตูเพชรบุรีที่ผมใช้เข้าออกเป็นประจำ  หลังจากนั้นผมก็ลงจากแท็กซี่ และเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูเข้ามหาวิทยาลัย

เมื่อไปถึง.....ประตูเพชรบุรี  ก็ได้ช็อกครั้งที่ 1 ครับ!!!!

เพราะผมลืมไปว่าตอนนี้มันตีสามครึ่ง ประตูดังกล่าวมันยังไม่เปิด 

เมื่อตั้งสติได้ก็รีบจ้ำอ้าวไปหาทางเข้าที่ประตูอื่นแทน ก็วิ่งออกมาที่ถนนเพชรบุรี....อ้อมสถานทูต วิ่งตัดเข้าถนนอโศก วิ่งผ่านรพ จักษุรัตนิน กะจะเลี้ยวเข้าประตูถนนอโศก  แต่เมื่อเข้าไปสักระยะก้เห็นว่ามันปิดอยู่  ในใจเริ่มเครียดแล้ว เพราะรถจะออกตอนตี4  จะไปทันไหมนี่!!!

ไม่มีเวลาคิดมาก.....ผมออกวิ่งต่อ มุ่งหน้าไปสู่ประตูสุดท้าย คือ ประตูถนนสุขุมวิท 23 ซึ่งไกลที่สุด .....วิ่งๆๆๆๆๆ อย่างไม่คิดชีวิต.......ในที่สุดก็เข้ามหาวิทยาลัยสำเร็จ

เมื่อไปถึงรถ .....ผมก้พบว่าผมเป็นคนเดียวที่ดูโทรมขนาดนั้น ทุกคนในรถดูใสปิ้ง บางคนหลับรออยู่  บางคนกินขนมหนุบหนับ  แต่สภาพผมสิ เหงื่อโซมเลยทีเดียว

แต่ก็โอเค มาทันเวลา ไม่Late....

การเดินทางเพื่อมุ่งสู่จังหวัดสระแก้วของผมจึงเริ่มขึ้นที่จุดนั้น...

******

******

*******

(5ชั่วโมงต่อมา)

******

******

******

เราเดินทางมายังจุดหมายแรกของการเดินทางในครั้งนี้ คือ โพธิวิชชาลัย ซึ่งเป็น New Campus ของ มศว ซึ่งจะสอนให้รู้ถึงวิถีชาวบ้าน เป็นมหาวิทยาลัยชุมชน (เขาว่าอย่างงั้นนะ...++)

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ คือ มันช่างโดดเดี่ยว อ้าวว้าง และร้อนทีเดียว  รอบๆรัศมี 5 ไมล์ ผมไม่เห็นสถานที่ราชการอะไรเลย นอกจากต้นไม้ กับดินลูกรัง

มีอาคารหน้าตาแปลกๆ ขัดกับบรรยากาศโดยรอบมาตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ 1 แห่ง คาดว่าคงเป็นอาคารเรียน

ประชาชนมารอรับบริการกันพอสมควร .....วันแรกก็ได้ทำงานประมาณครึ่งวัน  ซึ่งผมรับหน้าที่อุดฟัน ในขณะที่หมอคนอื่นที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้อีก 10 ท่านก็แบ่งๆกันทำงานไป มี อุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน

จากนั้นหน่วยของเราก็เคลื่อนตัวมาพักผ่อนที่โรงแรมเมอเมด ในอรัญประเทศ

ตอนเย็นในวันแรกได้มีโอกาสไปที่ตลาดโรงเกลือ ที่เขาว่าเป็นตลาดขายเสื้อผ้ามือสองที่ใหญ่ที่สุด  ก็สนุกดี  แต่เมื่อยขาพอสมควร

พอกลับถึงที่พัก ด้วยความที่เหนื่อยมาก ทั้งจากการเดินทาง การทำฟัน (รวมถึงไปเดินที่โรงเกลือด้วย) ก็เลยหลับยาวถึงเช้าเลย.....

**********

**********

**********

วันที่ 29 มกราคม วันที่สองของการออกหน่วย

วันนี้เริ่มเป็นบรรยากาศของจริงของการออกหน่วย คือ คนไข้มารอรับเราตั้งแต่เช้ามืด เมื่อไปถึง สอ.ผ่านศึก มีคนไข้มารอรับการรักษาอยู่ประมาณ 100 คนแล้ว

วันนั้นสุกมากครับ สุกแบบร้อนจนสุกน่ะครับ  แต่ก็สนุกนะ

อุดๆๆๆๆแบบไม่มีดอกาศเงยหน้ามามองแสงเดือนแสงตะวัน วันนั้นผมคนเดียวทำการรักษาไป 55 คน

สถิติสูงสุดที่เคยทำมาเลยครับ

ปวดหลังมากๆๆๆๆ

แต่ไม่ทำก็ไม่ได้...ถ้าทุกคนไปอยู่ ณ ตรงนั้นจะรู้สึก สงสารชาวบ้านมาก บางคนนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับการรักษาทางทันตกรรม บางคนไม่เคยขูดหินปูนมาก่อนเลยในชีวิต

เด็กหลายคนมาอุดฟัน  แต่ก็มีอีกหลายคนที่อุดไม่ได้แล้ว ก็ได้แนะนำไปรักษารากฟัน ซึ่งก็ไม่รู้จะมีสักกี่คน ที่ได้รักษษรากฟัน หรือฟันพวกนั้นต้งถูกถอนไปในอนาคตกันหนอ???

 

ทำกันแบบNon-stop จนถึงประมาณ 5 โมงครึ่งถึงได้เลิก ที่ต้องเลิกก็เพราะฝนตกลงมาอย่างหนัก...ชาวบ้านจึงรีบกลับบ้านกันใหญ่

 พวกเราจึงได้มีโอกาสเก็บข้าวของแล้วถอนตัวออกจากพื้นที่ กลับที่พัก

**********

*****

วันที่สามก็ยังคงมีประชาชนมารับการรักษาอย่างอุ่นหนาฝาครั่ง เรให้บริการกันตั้งแต่เช้าเช่นเคย  อุด ขูด ถอน .........ซึ่งยอดรวมของการให้บริการในการออกหน่วยในครั้งนี้ เราได้ให้บริการผู้ป่วย ประมาณ 600 ราย ซึ่งก็ได้บรรลุตามเป้าประสงค์

 

ก่อนกลับบ้านมีชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่นำผลไม้ มาฝาก

ซึ่งสร้างความประทับใจแก่พวกเรา เพราะรู้ดีว่าชาวบ้านแถวนี้ค่อนข้างยากจนมาก

แต่พวกเขาก็ยังมีน้ำใจ

มะละกอ กล้วย มะม่วง อาจไม่มีค่าทางวัตถุมาก แต่มีค่าทางจิตใจสำหรับพวกเราทุกคนครับ+++

เรากลับบ้าน พร้อมกับความเหนื่อยแบบเปี่ยมสุขอย่างประหลาด

ลองหาโอกาสเติมเต็มความสุขแบบแปลกๆ แบบนี้ บ้างนะครับ

แล้วคุณจะรู้ว่า

การเป็นผู้ให้

มันมีความสุข.....จริงๆครับ (^_^)