ถ้าหมดภาระเรื่องการบ้านแล้ว นักเรียนคงมีเวลากลับไปทบทวนความรู้ กลับไปช่วยงานผู้ปกครองได้อย่างสบายใจ และคงอยากมาโรงเรียนมากขึ้น

 

 

 

 

          วันนี้เป็นวันแรกที่ โรงเรียนวัดท่าไชย(ประชานุกูล) เริ่มทำการเปิดสอนพิเศษโดยไม่คิดเงินให้กับนักเรียนหลังเลิกเรียน(ปกติจะไม่มีคุณครูคนใดเปิดสอนพิเศษแบบคิดเงินอยู่แล้ว  คราวนี้บังคับเรียนทุกคนค่ะ...)  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน(อีก 5 % จากปีการศึกษาที่แล้ว...จะได้ไหมเนี่ยครูตุ๊กแก...เครียดจัง)           

                 การสอนพิเศษนี้ก็ไม่ได้สอนเนื้อเพิ่มเติมจากเวลาเรียนปกติ  กลัวนักเรียนจะเครียดเกินไปเพราะเรียนมาทั้งวันแล้ว  แต่เป็นการสอนการบ้านอย่างเดียว  โดยครูประจำชั้นจะรับหน้าที่ตรงนี้สอนการบ้านให้นักเรียนทุกวิชา (ครูตุ๊กแกแอบติวข้อสอบด้วยล่ะ..อิ..อิ..)

                  การสอนพิเศษหลังเลิกเรียนนี้เกิดขึ้นมาจากปัญหาหนึ่งในหลายๆปัญหาที่ทำให้ผลการเรียนของนักเรียนหลายๆคนไม่ดีคือ นักเรียนไม่ทำการบ้าน  เมื่อสอบถามก็จะได้คำตอบคล้ายกันว่า

                 ·  หนูไม่มีเวลาทำ กลับบ้านต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน (ปัญหานี้พบมากและเป็นที่น่าสงสารมากด้วย เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน มีอาชีพรับจ้าง ลูกๆกลับไปต้องช่วยงานจนมืดค่ำบางทีเหนื่อยมากก็หลับไปเลย)

                 ·  ไม่มีใครสอนหนู (นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่น่าสงสารเช่นกัน เพราะหลายๆคนอยู่กับปู่ ย่า ตา ยาย ที่ไม่รู้หนังสือไม่สามารถช่วยดูแลตรงนี้ได้)

                  ·  หนูลืมทำ,หนูทำแล้วแต่ลืมเอามา (ข้อนี้ยังพอให้อภัยได้เพราะเป็นเด็กที่เรียนดี ขยัน บางครั้งก็มีพลาดได้..ครูตุ๊กแกเป็นบ่อย มีหมอที่ไหนรักษาโรคนี้ได้บ้าง...)

                 ·  หนูลืมทำ,หนูทำแล้วแต่ลืมเอามา..อีกแล้ว (ข้อนี้ไม่น่าให้อภัยเป็นอย่างยิ่งถ้าเป็นเด็กหน้าเดิมๆที่ใช้ข้ออ้างนี้ทุกวัน  สรุปว่า..ขี้เกียจ..มากกว่าลืม)

จากสาเหตุดังกล่าว(จริงๆมีมากกว่านี้ แล้วแต่ใครจะหาข้ออ้างมาแก้ตัวได้) ส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาคือ นักเรียนจะไม่ยอมมาเรียนเนื่องจากกลัวครูทำโทษที่ไม่ทำการบ้าน ทำให้การเรียนแย่ลงตามไปด้วย (ที่ห้องครูตุ๊กแก...ถ้าไม่ทำการบ้านมาจะอนุญาตให้ทำที่โรงเรียนตอนเช้าได้ ..ดีกว่าไม่ทำมาเลย..แต่อย่าบ่อยเกินไป)

                   คณะครูได้ปรึกษากันแล้วว่า ถ้านักเรียนหมดภาระเรื่องการบ้าน นักเรียนจะได้มีเวลากลับไปทบทวนความรู้ กลับไปช่วยงานผู้ปกครองด้วยความสบายใจ และคงอยากมาโรงเรียนทุกวัน (ผลการเรียนคงจะดีขึ้น...นี่คือความหวังของเรา)

                   แค่วันแรก...ก็ประสบผลสำเร็จมากว่าที่คิด เพราะลูกๆของครูตุ๊กแกดูมีความสุขและตั้งใจทำการบ้านกันทุกคน (น่าจะเปลี่ยนมาเรียก...การโรงเรียน...มากกว่าเนอะ) โดยเฉพาะลูกสาวซิน(เดอเรลล่า...ครูตุ๊กแกต่อให้เอง..คิ..คิ..) ลูกสาวคนสวยของครูตุ๊กแก ซินจะเป็นเด็กที่การเรียนอ่อนมากถึงอ่อนที่สุด อ่านหนังสือไม่ได้ คิดเลขไม่เป็น เนื่องจากได้รับความกระทบการเทือนทางสมองด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่ยังเด็กๆ(เห็นคุณแม่เขาบอกอย่างนั้น)  แต่ซินเป็นเด็กขยันครูตุ๊กแกจึงดูแลเป็นพิเศษ

                   วันนี้การบ้านให้หาคำศัพท์ภาษาอังกฤษจากคำศัพท์ภาษาไทย  ซินสะกิดครูตุ๊กแล้วพูดว่า        

                  ซิน : ครูขาหนูคำว่าโทรทัศน์ไม่เจอค่ะ ( พร้อมกับยื่นสมุกคำศัพท์ให้ครูตุ๊กแก ครูตุ๊กแกจึงเปิดหาคำว่าโทรทัศน์ให้ซิน  )

                  ครูตุ๊กแก : นี่ไงโทรทัศน์ (พร้อมชี้นิ้วไปที่คำศัพท์)        

                 ซิน : ไม่ใช่ค่ะ

                 ครูตุ๊กแก : จะไม่ใช่ได้ยังไง ก็นี่ไง โทรทัศน์ เนี่ย Television        

                 ซิน : ไม่ใช่ค่ะ ของหนูเป็นตัว แต่อันนี้เป็น

ครูตุ๊กแกจึงขอดูสมุดซิน ปรากฎว่าซินลอกโจทย์ผิด โทรทัน์ เป็น โทรทัน์  และเนื่องจากซินอ่านหนังสือไม่ออกจึงใช้วิธีเทียบตัวหนังสือในสมุดการบ้านกับสมุดคำศัพท์ เมื่อลอกโจทย์ผิดก็เลยหาไม่เจอ  สรุปครูตุ๊กแกที่ผิด..ซินไม่ผิด..คริ..คริ..

อย่างน้อยงานนี้ ซิน ก็สามารถหาทางแก้ปัญหาให้ตัวเองได้ เพราะซินสามารถหาคำศัพท์(ด้วยความตั้งใจมากๆ..)ได้ถูกต้องทั้งหมด 8 คำ จาก 10 คำ 

จากวันนี้ไป...           

                ถึงแม้จะเหนื่อยมากขึ้น...แต่ผลผลิตที่งดงามจะรอคอยให้เราได้ชื่นชมอยู่ข้างหน้า

สู้ต่อไป...ทาเคชิ  ^_^