รู้สึกขอบคุณต่อ...การให้และสร้างโอกาสให้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล .... นี่กระมัง คือ อานิสงฆ์จากการเป็นคนใจดีและใจเย็น ที่เปี่ยมด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่มีให้แก่บุคคลรอบข้าง

        นับเป็นโอกาสดีทีเดียว.....สำหรับลูกศิษย์ของผู้เขียน.....ที่มีโอกาสได้รับประสบการณ์ทางภาษาอังกฤษกับคนเก่งใจดีที่ยอมรับการร้องขอจากพวกเราให้มาช่วยเป็นวิทยากรในค่ายภาษาอังกฤษ  ที่โรงเรียนเทพา  อ. เทพา  จ.สงขลา ......เมื่อท่านกามนิตหนุ่ม  อ.ขจิต  ตอบรับ  พวกเราก็แสนจะยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง

      นับจากช่วงหลังปีใหม่เป็นต้นมาทางโรงเรียนเรามีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาตลอดทุกสัปดาห์   ทำให้การติดต่อกับ อ.ขจิต  จึงเป็นการติดต่อทางบล็อกหรือทางโทรศัพท์เท่านั้น  แต่นั่นก็ยังไม่เป็นปัญหาเนื่องจาก อ.ขจิต ยังยืนยันให้พวกเราชื่นใจเสมอมาว่า "ยินดีมาแน่นอน"  แม้ว่าข่าวคราวต่างๆ เกี่ยวกับภาคใต้จะยังคงมีมาเป็นระลอกๆ ก็ตาม

      ครั้งที่พวกเราคิดว่าน่าจะเป็นปัญหาแน่แล้ว....เมื่อทางการประกาศให้  4  อำเภอของจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่พิเศษ( เฉกเช่นเดียวกับปัตตานี  ยะลา  นราธิวาส )  เพราะกำลังกลัวว่า  เอ....แล้ววิทยากรที่ติดต่อไป ( ท่าน อ.ขจิต ) จะได้ข่าวนี้แล้วหรือยังหนอ  แล้วจะกังวลหรือกลัวจนไม่กล้าบอกปฏิเสธพวกเราหรือปล่าว  ทางเราก็ออกจะเข้าใจความรู้สึกของคนจากนอกพื้นที่เขตดังกล่าวว่ามีความรู้สึกต่อพื้นที่นี้เช่นใด  จึงทำการติดต่อกับท่าน อ. ขจิต  อีกครั้งโดยยิงคำถามตรงประเด็นเลยว่าได้ยินข่าวประกาศฉบับดังกล่าวแล้วหรือยัง  เมื่อคำตอบคือ "ได้ยินแล้วครับ" เลยตามติดด้วยคำถามคาใจคือ...."แล้วจะยังคงมาเป็นวิทยากรให้อีกไหมคะ....กลัวมั๊ยคะ"  หากแต่คำตอบที่ได้รับคือ  "ไม่กลัวครับ...ไปแน่นอนเหมือนเดิมครับ"  แค่นี้เอง...ที่ทำให้กำลังใจของพวกเรามาเป็นกองโต   รู้สึกขอบคุณต่อ...การให้และสร้างโอกาสให้แก่เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลในเขตที่ใครต่อใครก็บอกว่าอันตราย  เลยบางครั้งอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เด็กๆ ในพื้นที่ขาดโอกาสบางอย่างไป  และทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างที่มากขึ้นกว่าเดิม  ครู....จึงเป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวการมา ( ให้และสร้างโอกาส ) ของเหล่าวิทยากรผู้ให้โอกาสเหล่านี้แก่พวกเด็กๆ ดูท่าทางพวกเขาตื่นเต้นกันทีเดียว  กับการรับรู้แค่เพียงจากชื่อเสียงเรียงนามของเหล่าวิทยากรจากคำบอกเล่าของครูก็ตาม.....พร้อมกับการรอคอย.....( ถึงขนาดขันอาสาที่จะเป็นผู้จัดเวที และสถานที่กันเอง )

          เมื่อวันศุกร์ที่  26  มกราคม  มาถึงทางโรงเรียนเทพาก็ยังคงสถานที่จัดกิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการของเครือข่ายโรงเรียนและโรงเรียนใกล้เคียง  ในวันนั้นที่น่าตื่นเต้นกว่าคือ  การได้ไปรับท่าน อ.ขจิต  จากสนามบินเพื่อมาเป็นวิทยากรให้กับค่ายภาษาอังกฤษ  ผู้เขียนเลยบึ่งเจ้ารถคู่ใจไปถึงตามเวลาที่นัดหมายกันที่สนามบินหาดใหญ่ 

         และแล้ว.....ท่านกามนิตหนุ่ม ของเราก็มาถึงด้วยความปลอดภัย  พร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มที่แม้จะดูออกว่ามีอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางอยู่บ้างก็ตาม  เนื่องจากเพิ่งเดินทางมาจากเมืองแหนมเนือง.....แล้วมาลงกรุงเทพ....ไม่ทันไรก็ขึ้นเครื่องมุ่งลงสู่หาดใหญ่....เมืองสะตอในเวลา 5 โมงครึ่งตอนพระอาทิตย์กำลังจะลาพอดี  นับเป็นการกลับมาเยี่ยมจังหวัดเก่าที่เคยอยู่....ครั้งเรียนมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ภาคใต้ (ข้างเขารูปช้าง) เมื่อหลายปีก่อนนั้น  ภาพของท่าน อ.ขจิต  ในวันก่อนนั้น  และวันนี้  ยังคงเหมือนเดิมในความรู้สึกของผู้เขียน  อาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างทางรูปร่าง หน้าตาตามวิถีของวันเวลาที่ผ่านมา....

          นับโอกาสดีสำหรับบล็อกเกอร์ที่หาดใหญ่อีกท่านหนึ่ง  คือ  น้องโอ๋  จาก สพท.สงขลา  เขต 2  ซึ่งเธอทำงานที่เดียวกับพี่สาวของผู้เขียน  พวกเราจึงมีโอกาสได้พบเจอกันตัวเป็นๆ ที่บ้านพักของพี่สาว  ก่อนที่ผู้เขียนจะขอปลีกตัวนำ อ. ขจิต เข้าชมเมืองหาดใหญ่ในยามค่ำคืน ( หลังจากที่ไม่ได้เห็นหาดใหญ่มานานหลายปี )  ด้วยการแนะนำอาหารอร่อย  ร้านข้าวต้มของเมืองหาดใหญ่  ซึ่งมีชื่อว่า  "ร้านเซาะฮึ้ง"  ที่นี่เองที่ อ.ขจิต บอกว่าคิดถึงพ่อครูบาฯ เนาะ เนื่องจากเป็นอาหารประเภทเดียวกับที่พ่อครูชอบ  

         หลังจากนั้นเราจึงมุ่งหน้าสู่เมืองเทพา  เมืองแห่งประวัติศาสตร์ครั้งรัชสมัย รัชกาลที่  5  ในตอนกลางคืนนั่นเอง  จนถึงบ้านของ 2 ตายาย ที่รอคอยการมาของ อ. ขจิต  ตามที่ผู้เขียนได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

         แค่เพียง 1 คืน กับช่วงเช้าของวันใหม่เท่านั้นเอง  ที่ท่าน อ.ขจิต  กลายเป็นบุคคลที่ถูกชื่นชมจากคนแก่ที่เคยเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนและครูเกษียณด้วยหัวใจที่ชื่นชมอย่างแท้จริงจากใจสองดวงนั่น.....นับถือๆ....... จึงเป็นคำตอบให้ได้คิดกลับว่า  นี่กระมัง  คือ อานิสงฆ์จากการเป็นคนใจดีและใจเย็น  ที่เปี่ยมด้วยมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบตัว  นั่นเอง

         ขอบคุณแทน....เด็กๆ ที่ห่างไกลในพื้นที่ที่กำลังขาดโอกาส.....ขอบคุณ....