การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ที่ยึดนักเรียนเป็นสำคัญ มุ่งหวังให้นักเรียนได้ใช้ มีทักษะในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร มีกระบวนการ และเจตคติในการเรียนรู้ มีความเป็นไทย ใฝ่เรียนรู้ตามสากล มีศีลธรรมนำพาไปสู่ความสุข .....นักเรียนตัวน้อยๆ ที่จะได้รับการปลูกฝัง ให้เป็นคนที่สมบูรณ์ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เชื่อมโยงความเป็นไทย ทำได้อย่างไร ในการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ลองอ่านนะคะ เมื่อวานนี้ ครูอ้อย ต้องทบทวนเนื้อหาในการเตรียมตัวสอบวัดความรู้ ที่ท่านผู้อำนวยการ ได้ดำริให้นักเรียนได้เตรียมตัวการสอบ N.T. ทั้งโรงเรียน นักเรียนชั้น ป.4 ก็ต้องเตรียมตัวได้ด้วย นักเรียนได้ตอบคำถามที่ครูอ้อยเตรียมไว้เป็นชุด และให้นักเรียนตอบ..ตามศักยภาพ ด้วยการยกมือตอบ..นักเรียนตอบได้ ก็นั่งลง ครูอ้อยพบว่า...นักเรียนตั้งใจฟังคำถาม และตอบได้ อาจจะสับสนบ้าง ครูอ้อย จดบันทึกข้อมูลไว้ว่า...เรื่องอะไรนะ ที่นักเรียนยังสับสนอยู่.....และพบจริงๆ เรื่องที่สับสนนั้นคือ...การตอบด้วย Yes,I do. กับ Yes, I am. และการใช้คำคุณศัพท์ ดังนั้น ต้องหาวิธีแก้แล้วล่ะ....นี่ เป็นที่มาของวิจัยในชั้นเรียนแล้ว.... ครูอ้อยพบว่า การทิ้งเวลาให้นักเรียนได้คิด และให้ใช้พจนานุกรมไว้ ในการหาคำศัพท์ เมื่อหมดเวลา นักเรียนยกตัวอย่างเป็นภาษาอังกฤษได้ง่ายๆ จากบริบท.....หมายถึง การยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว เช่น...อาทิตยา is fat. แล้ว อาทิตยาก็ตอบเพื่อนว่า....วุฒิพงษ์ is ugly. นักเรียนมีความสามารถในการยกตัวอย่างในระดับหนึ่ง..ที่สำคัญ และเป็นที่พอใจ ก็คือ....นักเรียน สามารถพูดได้ ในเวลาอันจำกัด จากความคิด ความจำ ที่ได้เรียนรู้เรื่อง...คำคุณศัพท์มาแล้ว... ครูอ้อย รู้สึกว่า นักเรียนเริ่มก้าวร้าว ด้วยการหาคำศัพท์มาสู้กับเพื่อน ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะ อาทิตยา ไม่ได้อ้วนเลยตามที่ ได้ยกตัวอย่างมา... ครูอ้อยทบทวน และ ย้ำว่า...นักเรียนกำลังผิดศีลข้อไหน...การพูดไม่จริง พูดให้เพื่อเสียหาย ..นักเรียนผิดศีลข้อ 4 ..ห้ามพูดโกหก พูดส่อเสียด พูดไม่จริง...ครูอ้อยสอนภาษาอังกฤษ และนำไปสู่...ศีลห้า..ได้แล้ว...
อรุณสวัสดิ์ ครับ ครูอ้อย
ดีใจมากเลยครับ ที่ได้เห็นความใส่ใจของครูอ้อย ไม่ว่าจะเป็น การกระตุ้นการคิด การค้นคว้าหาความรู้ การทำวิจัยในชั้นเรียน และการสอดแทรกคุณธรรมในการเรียนรู้
อีกเรืองที่ผมดีใจคือ ครูจำนวนมาก เมือเรียน ระดับโท เอก มักจะผันตัวเองไปสู่วงการอุดมศึกษา ทำให้จุุดเริ่มของการศึกษาไม่ได้รับการพัฒนา เพราะจริงๆแล้ว พอเรียนไปสูงๆ ผมอยากกลับลงไปสอนเด็กเล็กๆ มากกว่า ในบางครั้งผมกลับมองว่า เอ.. ทำไมปัญหาแบบนี้น่าจะแก้ตั้งแต่ตอนประถม มัธยม ไม่น่าจะเรื้อรังมาให้เห็นในระดับอุดมศึกษา เลยคิดเอาเองว่า ถ้าเป็นไปได้ เราอยากขอกลับไปแก้ที่จุดเริ่มของปัญหามากกว่า
แต่ก็นั่นแหละครับ หน้าที่การงานของคนก็แตกต่า่งกันออกไป แต่ละคนก็ทำหน้าที่ภายใต้ขอบเขตภาระหน้าที่ และความรู้ของแต่ละคน คงเป็นไม่ได้ที่คนไม่กี่คนจะสามารถลงไปแก้ทั้งระบบได้ เพียงแค่แต่ละคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ก็น่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง
เรืองการสอนภาษาอังกฤษ ผมเคยได้ิยินหลายคนบอกว่า เมืองไทยสอนกันผิดหลักพัฒนาการทางภาษา
ตามปกติ คนเราเกิดมาก็พูดได้ สือสารได้ โดยที่เขียนไม่เป็น อ่านไม่ออก (เด็กก่อนเรียน) จากนั้นค่อยมาฝึก เขียนอ่าน แต่เรากลับสอนภาษาอังกฤษโดยให้ เขียน อ่านก่อน แล้วมาฝึกพูดและสือสาร ดังนั้นจึงสวนทางกับธรรมชาติ เลยทำให้คนไทยจำนวนมากเรียนภาษาอังกฤษ ได้คะแนนดี แต่สือสารไม่ได้ นับว่าเป็นความล้มเหลวของการเรียนรู้
ไม่ทราบว่า ครูอ้อย เห็นว่าไงครับผม
อ่านแล้วสนุกตามไปด้วยได้ข้อคิด ดีจัง และชี้ให้เห็นพฤติกรรมของเด็ก เกี่ยวข้องก้บศีล 5 อย่างไร
,มากราบสวัสดีครูอ้อยคะ คิดถึงจังคะ หน่อยอ่านบันทึกนี่แล้ว รู้สึกดีมากๆเลยคะ ครูอ้อยใส่ใจเด็กๆ และสอนเชื่อมโยงวิชาอื่นด้วย
เด็กๆก็ชอบสู้กัน ชอบ ตลกๆ มั้งคะ อารมณ์สนุก แต่ดีที่มีผู้ใหญ่คอยแนะนำ
สวัสดีค่ะอาจารย์น้องชาย....recovery
ครูอ้อย..ไม่ได้โม้...เอิ๊กเอิ๊ก
อืมมมม..มีความสุขค่ะ ที่ได้ระบายความคิด ออกมาบ้าง
ขอบคุณนะคะ
สวัสดีค่ะน้อง....MSU-KM :panatung
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะน้องหน่อย.....ดอกแก้ว
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ แวะมาเพิ่มความรู้ครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
สวัสดีค่ะท่าน... supolpp
ขอบคุณค่ะที่เป็นกำลังใจให้ค่ะ