ชีวิตที่พอเพียง : 443. ประเด็นเรียนรู้ระหว่างวันที่ ๒๖ พ.ย. – ๒ ธ.ค. ๕๐
- ผมนั่งพิจารณาชีวิต ๑ สัปดาห์ของตนเอง ว่าเป็นบุญที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับหลายสิ่งหลายอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อสังคม
- งาน NKM 4 ลุล่วงไปด้วยดี เราได้ร่วมกันขับเคลื่อน KM ไทยไปถูกทางและจะก่อคุณูปการยิ่งใหญ่ ยิ่ง สคส. จะเปลี่ยนบทบาท ยิ่งเป็นโอกาสดียิ่งขึ้น เราได้เห็นเครือข่าย KM ไทยเติบโตขยายเครือข่ายและขยายความแตกต่างหลากหลายในกลเม็ดเด็ดพรายของการประยุกต์ใช้ มากขึ้น เห็นผลลัพธ์ผลกระทบจากการใช้ KM ชัดเจนขึ้น
- มหาวิทยาลัยมหิดลก้าวสู่สภาพมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ที่มีเป้าหมายแน่วแน่ที่จะยกระดับขึ้นเป็นมหาวิทยลัยวิจัยระดับโลก และมีพัฒนาการของการจัดระบบการจัดการใหม่อย่างคึกคักกระตือรือร้น มีแนวโน้มจะก่อคุณูปการยิ่งใหญ่ต่อสังคมไทย
- มีการจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐๘ โดยมี ศ. ดร. คณิต ณ นคร เป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่ยกร่าง “องค์กรเพื่อการปฏิรูปกฎหมาย” ซึ่งผมมองว่าเป็น “สถาบันวิจัยระบบกฎหมาย” ซึ่งจะเป็นกลไกที่ทำให้ระบบกฎหมายเป็นระบบที่เรียนรู้
- การดำเนินการมูลนิธิสยามกัมมาจล ที่เน้นการพัฒนาเยาวชน ที่มีคุณเปา ปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร เป็นผู้จัดการมูลนิธิ เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เชื่อว่าต่อไปภายหน้าจะเกิดคุณูปการต่อสังคมอย่างมาก
- R2R Movement กำลังจะก่อตัวอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดการของ สวรส.
- ลูกชายผู้กำลังแหวกแนวชีวิตได้รับการยอมรับมากขึ้น วันนี้ นสพ. โพสต์ทูเดย์ ลงบทสัมภาษณ์เต็มหน้า ๔ อ่านเรื่องราวของเขาได้ที่ http://vichak.blogspot.com
- อากาศช่วงนี้เย็นจนหนาว ผมชอบอากาศหนาว จึงมีความสุขมาก โดยเฉพาะตอนวิ่งออกกำลังช่วงเช้ามืด ในช่วงต้น-กลางเดือนพฤศจิกายนต้นพญาสัตบรรณออกดอกหอมอบอวล ให้ความสดชื่นมาก เวลานี้ดอกร่วงหมดแล้ว
- ผมได้โจทย์ชีวิตโจทย์ใหม่ ดีใจเหมือนได้แก้ว เป็นโจทย์สำหรับฝึกตัวเอง คือโจทย์ “ขุมทรัพย์ทางปัญญา”(Intellectual Capital) ผมจะฝึกฝนตนเองในการมองทะลุสิ่งต่างๆ ให้เห็น “ขุมทรัพย์ทางปัญญา” แฝงอยู่ในสิ่งเหล่านั้น และฝึกคิดว่าจะเอาขุมทรัพย์ทางปัญญานั้นมาใช้ทำประโยชน์ให้บ้านเมืองของเราอย่างไร เป็นโจทย์เพื่อฝึกสร้างความสำราญให้แก่ชีวิต
- ผมได้เรียนรู้วิธีทำงานแบบ Retrovirus จาก นพ. วิพุธ พูลเจริญ แต่จะต้องแตกต่างที่เป้าหมาย เพราะ retrovirus มันมีเป้าหมายเพื่อตัวอยู่รอด แต่ host ตาย ส่วนการทำงานของผมต้องมีเป้าหมายให้สังคมดี และ host ก็ได้รับผลดีด้วย
วิจารณ์ พานิช
๓ ธ.ค. ๕๐
อ่านบันทึกนี้ของอาจารย์ รู้สึกขนพองยังไงไม่รู้ รู้สึกดีใจแทนสังคมไทย (โดยเฉพาะแอบอิจฉา ม.มหิดลที่ได้อาจารย์ไปเป็นนายกสภา)
"การมองทะลุสิ่งต่างๆ ให้เห็น “ขุมทรัพย์ทางปัญญา” แฝงอยู่ในสิ่งเหล่านั้น" หนูพยายามเดินตามหนทางนี้ค่ะ และทุกครั้งที่ทำได้ ก็คิดถึงอาจารย์ขึ้นมาทุกครั้ง ขอบคุณอาจารย์มากๆ ค่ะ
มาชื่นชมอาจารย์และขอบคุณที่ให้ความรู้ให้ติดตามเสมอมาค่ะ
คิด ทำแบบ ทุกฝ่ายได้ดี ก็คือ การคิด ทำ เพื่อเสริมพลัง เขา และเรา ที่นิยมเรียกว่า empower
ผมคิดว่า หากเป็นเชื้อ ก็เป็นแบบ ปลูกฝี หรือ ฉีดวัคซีน คือ
ให้โจทย์ หรือ ปัญหาที่ไม่ยากเกินไป เหมาะกับอินทรีย์เขา (ร่างกายและจิตใจ )ของ ผู้เป็นเป้า จากนั้นกระบวนการเรียนรู้ จะทำให้เขาเจริญสติ ปัญญา จิตวิญญาณ งอกงามขึ้น
ทำนองที่เรียก ปัญหาที่พอเหมาะ ก็คือ การบ่มเพาะปัญญา