แนวคิดในการทำงานของอาจารย์ในการดำเนินงานในพื้นที่ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ
อ.เบียร์แนวคิดในการทำงานที่ทำอยู่ตอนนี้ อ.ไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้งแต่จะเอางานเป็นตัวตั้ง เพราะ อ.รู้สึกว่าในพื้นที่ช่วงก่อนที่ผ่านมาเราจะรุกจนไม่ไหวแล้วจะนอนแผ่อยู่แล้ว น้าเทพ (ประธานเครือข่าย)ก็อยากจะออกมานอนเฉย ๆ ซึ่งหากมานอนเฉยๆ ก็ไม่ได้ลำบากอะไรแต่การทำงานในพื้นที่เนื่องจากว่าเป็นชุมชนเมือง เขาจะมีข้อจำกัดในเรื่องของเวลาและคนเมืองเขาคิดว่าเขาเป็นคนเก่ง เป็นคนเก่งมาก ๆ จนควบคุมไม่ได้ก็ให้เขาแสดงความเวอร์ออกมา ตอนนี้ก็จะเปลี่ยนวิธีการทดลองทพแนวใหม่หากทำแล้วได้ก็ถือว่าเป็นข้อค้นพบใหม่ หากทำแล้วไม่ได้ก็จะได้หาสาเหตุกันต่อไป ก็จะหาวิธีไปเรื่อย ๆ ก็คนวิจัย ก็ต้องค้นพบพัฒนาหาวิธีการจะได้เป็นแบบอย่างกับที่อื่น ๆ ด้วย
อ.เบียร์ยังกล่าวว่าจริง ๆ แล้วในพื้นที่นี้ที่มันทำยากเพราะ scop (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกหรือเปล่านะคะ) มันกว้างและเราก็ไม่ได้ลงทำในรูปของเครือข่ายแต่เราจะลงเป็นหมู่ พื้นที่ที่เราลงไปทำเวลาประชุมก็มีการส่งตัวแทนไปเข้าประชุมนะ แต่ไม่มีอะไรคืบหน้าเวลาเราให้ไปค้นหาก็ไม่อือ ไม่แออะไรเลย
ผลตอบรับหรือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เกิดความเปลี่ยนแปลงเพราะคุณอำนวย
ก็น้าเทพนั้นแหละที่เป็นตัวเดินเรื่องทั้งหมดเพียงแต่เราเข้าไปสนับสนุนความรู้เรื่องการจัดทำวารสารและเราจะเป็นทีมที่ปรึกษามากกว่างานที่เกิดขึ้นในตำบล
๑)
เรื่องของวารสาร
แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักคนยังไม่ค่อยสนใจ
คนที่ทำวารสารก็จะเป็น อ.เบียร์เอง แต่เนื้อหามาจากเขา
(คนในพื้นที่)เขียนเอง
๒) เครือข่ายตำบลกำลังทำเรื่อง
บทบ.ในเรื่องของการฟ้องร้องซึ่งเป็นการดำเนินงานโดยเครือข่ายจริง
ๆโดยมีน้าเทพประสานติดต่อกับทางจังหวัดและ
สทบ.ว่าจะขอในการยื่นเรื่องขออำนาจในการฟ้องร้องสมาชิกที่ไม่ส่งเงินมาเป็นระยะเวลานาน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้มาจาก
อ.วังผึ้งซึ่งเขาก็ทำแล้วเรื่องการฟ้องร้อง
๓)
ที่เห็นชัดในความเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องก็คือเมื่อก่อนหมู่ที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นก็จะมีหมู่ที่
๓ และหมู่ที่ ๕
ไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องกองทุนเท่าไหร่ส่วนตอนนี้เขามีความกระตือรือร้นมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น หมู่ที่ ๓
ก่อนที่โครงการจะเข้าไปเครือข่ายไม่ได้ทำงานอะไรเลย
แต่พอเราเข้าไปกระตุ้นเขาก็เกิดการกระตือรือร้นขึ้น
สำคัญมากคือประธานเครือข่ายคือผู้ใหญ่เทพพิทักษ์จะดำเนินการลงไปพูดคุยกันในพื้นที่ปัยหาในเรื่องการพูดคุยบางทีก็มีคนโทรศัพท์มาขู่ว่าอย่ามายุ่งก้เลยไม่เข้าไปแตะในหมู่ที่มีปัญหามันก็อย่างนี้แหละมีปัญหาเล็กน้อย
หมู่ที่โดนตัดคือเราไม่เข้าไปยุ่งจะมี ๒ หมู่ คือ หมู่ที่ ๔ และ
หมู่ที่ ๗ ซึ่งในหมู่ที่ ๔
มีปัญหาในเรื่องของเงินหายเข้าไปสอบถามค้นข้อมูลก้หาคำตอบไม่ได้เงินหายโดยไร้ร่องรอยเป็นจำนวนเงินถึง
๓๐๐,๐๐๐
บาทเราพยายามที่จะเข้าไปช่วยคลี่คลายแต่ในเมื่อเขาไม่ต้องการให้เข้าไปยุ่งเราก็จะไม่เข้าไป
ความร่วมมือของสมาชิกกับการที่
อ.ลงไปทำโครงการนี้</font>
เขาก็ให้ความร่วมมือดี
กิจกรรมที่ลงไปดำเนินการในพื้นที่
ก็จะลงไปในหมู่ที่ ๓
ก็จะมีข้อเสนอแนะในเรื่องของการทำสัจจะ
เขาก็บอกว่าต้องแยกให้ชัดเจนในเรื่องของคณะกรรมการและระเบียบจึงทำให้สัจจะยังไม่เกิดในหมู่ที่
๓ของหมู่ที่ ๕ ก็ทำเวทีตอนที่เขาประชุมสามัญ เราก็ได้ทราบปัญหาซึ่งกิจกรรมดำเนินการวันนี้มี ๒ กลุ่ม คือ กลุ่มคณะกรรมการเครือข่ายและกลุ่มของสมาชิก คณะกรรมการเครือข่ายเราก็ได้คุยในเรื่องของวารสารและถามเขาในเรื่องของการพัฒนาก็จะเงียบมาก ๆ อ.จะอยู่ในกลุ่มคณะกรรมการส่วนอ.ดวงจะอยู่ในกลุ่มสมาชิก กลุ่มของอ.คณะกรรมการก็จะได้ปัญหาออกมาและข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาซึ่งเขาก็ได้ดำเนินการแก้ไขบ้างแล้ว เช่นเรื่องที่กู้ไปไม่คืนก็ดำเนินการเรื่องฟ้องร้องโดยผ่านเครือข่ายตำบล
ประวัติชุมชนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอีกเรื่องหนึ่ง
ความเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องที่เห็นเด่นชัดคือ
ตอนนี้เรากำลังศึกษาในเรื่องของประวัติชุมชนซึ่งไปทำกับคนสูงอายุ
ซึ่งตอนนี้คนสูงอายุอยากเขียนเล่าเรื่องราวของตัวเอง
(ด้านความเปลี่ยนแปลงนะ) ทำเป็นหนังสือ
ถือว่าเป็นการสำรวจชุมชนของตัวเองก่อนจะได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะมาเป็นปัจจุบันว่าแต่เดิมเขาอยู่กันอย่างไร
แล้วก้อยากดุตั้งแต่อดีตมาของตำบลในคลองบางปลากดที่มีอำนาจมาตลอดก็เรื่องของการปกครอง
จนมาถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นส่งผลมาจากเรื่องของการเมืองทั้งนั้น
การเปลี่ยนแปลงเริ่มจากการจัดสรรพื้นที่ตั้งแต่สมัยจอมพลปอ
จอมพลสฤษฎิ์ ที่เขาขยายเมืองจาก กทม. ออกมาปริมณฑล นนทบุรี
สมุทรปราการ เมืองพวกนี้ก็จะคล้าย ๆ กันคือขยายต่อมาจากกรุงเทพฯ
เมืองอุตสาหกรรม พอเริ่มมีโรงงานเข้ามาก็จะมีการเข้ามาจัดสรรที่ดิน
ก็จะเข้ามาซื้อที่ดินของคนแก่ ๆ
ก็จะมีเรื่องหารเมืองนั้นแหละเข้ามาเกี่ยวข้องจะใช้อำนาจของการเมืองในการบังคับซื้อ
คือไม่ขายไม่ได้ ไม่ขายก็ถูกขู่ฆ่า ถูกฆ่า
เลือกเอาว่าจะขายแล้วมีชีวิตอยู่หรือไม่ขายแล้วไม่มีชีวิตอยู่
(อ.ขอเล่าเท่านี้ก่อนเรื่องประวัติแล้วยังทิ้งท้ายเอาไว้ว่าเดี๋ยวจะเขียนเล่าให้ฟัง
ให้ติดตามอ่านจากบล็อค) แต่เดิมคนไม่ติดวัตถุนิยมเหมือนในปัจจุบัน
อ.ไปสัมภาษณ์คุณลุงคนหนึ่งพ่อของผู้ใหญ่อ้อ
เขายบอกว่าเมื่อก่อนคนเท่ากันคนจนก็มีนา คนรวยก็มีนา
คนจนก็พายเรือ คนรวยก็พายเรือ
เมื่อก่อนคนเท่ากันแต่เดี๋ยวนี้คนต่างกันวัดกันที่เงินกับวัตถุ
คนจนไม่มีเงิน คนรวยมีเงินมีรถส่วนที่เรียกว่าในคลองบางปลากดเพราะมีคลองล้อมรอบจากการสำรวจจากเอกสารมี ๒๘ สายเมื่อก่อนไม่ได้เป็นปากคลอง แต่ต่อมาก็แบ่งแยกเป็นตำบลปากคลองบางปลากด กับในคลองบางปลากด ลักษณะก็สับสนไม่มีการวางผังเมืองที่ดี ตอนนี้ อ.กำลังหาในเรื่องของทุนชุมชนอยู่
แกนนำคนอื่น
ๆ
นอกจากผู้ใหญ่เทพแล้วที่อ.ว่าพอจะมาเป็นวิทยากรกระบวนการได้มีใครบ้างในพื้นที่
น้าจรรลอง พี่ต๊กตา มหาวิทยา ๓
คนนี้มีโอกาสเพียงแต่ว่าเขายังไม่ได้กระบวนการ
ส่วนผู้ใหญ่อ้อมีความเป็นผู้นำอยู่แล้วแต่เขาไม่สามารถทำหน้าที่เหมือนผู้ใหญ่เทพได้เนื่องจากฟังก์ชั่นต่างกัน
น้าเทพ ประสานกับหน่วยงานเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้าได้
ส่วนผู้ใหญ่อ้อนั้น
มีอำนาจและบริหารจัดการกองทุนของเขาได้แต่ไม่มีเวลาพอมาทำเหมือนกับผู้ใหญ่เทพ
</font>
ค่อยมาเขียนให้อ่านกันต่อนะคะที่ได้คุยกับ
อ.เอกยังไม่ได้เขียนเล่าให้ฟังเลยคะตอนนี้หมดเวลาแล้ว
อ.อ้อมมาตามให้ไปกินข้าวและทำภารกิจต่อไปที่เกาะคาในช่วงบ่ายคะ
อ.เอก กับ อ.เบียร์
เป็นนักวิจัยที่ทำพื้นที่สมุทรปราการคะ