กรณีแรก คุณลุงไม่มี "ใจ" มาคลินิก เหมือนครอบครัวบังคับให้ตื่นเช้ามาคลินิกเพื่อฝึกเดินกับนักกายภาพบำบัดและฝึกทักษะการทำกิจวัตรประจำวันกับนักกิจกรรมบำบัด ปัญหาเรื่องความรู้ความเข้าใจพัฒนาขึ้นแต่ด้วยบุคลิกภาพเดิมหงุดหงิดง่ายและไม่ชอบการบังคับเคลื่อนไหว ทำให้คุณลุงไม่ยอมทำตามคำสั่งผู้บำบัดและแสดงอาการก้าวร้าวเหมือนเด็ก
คำแนะนำในการฟื้นฟูทักษะทางจิตสังคม คือ การจัดกิจกรรมกลุ่มทางสังคม เน้นสัมพันธภาพของครอบครัวมาบำบัดด้วยการทำกิจกรรมที่สนุกสนาน ลดการบังคับการเคลื่อนไหว แต่ให้ได้ฝึกเคลื่อนไหวไปแบบเนียนไปกับกิจกรรมเกมส์ สร้างบรรยากาศและการสื่อสารที่ไม่ให้คุณลุงรู้สึกว่ากำลังถูกฝึก ณ คลินิก ใช้ระยะเวลาที่ไม่นานจนคุณลุงเหนื่อยล้า "ใจ" ตลอดกิจกรรมการรักษาที่มากเกินไป
กรณีที่สอง คุณลุงมาฝึกด้วย "ใจ" แต่มีปัญหาการสื่อสาร คือ เข้าใจคำถามหรือคำสั่งบ้างแต่นึกคำพูดได้ไม่ถูกต้อง มีความจำคำเขียนด้วยสายตาที่ดีแต่นึกเขียนหรือพูดตามลำดับได้ไม่ดีนัก เมื่อวิเคราะห์พยาธิสภาพทางสมอง น่าจะเป็น Moderate Motor Aphasia
คำแนะนำในการฟื้นฟูทักษะทางจิตสังคม คือ การจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงระหว่างการเขียนจากภาพ คำพูด บทสนทนา การนึกจำ กับการพูดจากลำดับ เรียกชื่อ พูดซ้ำ จากกิจกรรมที่มีอยู่ในชีวิตประจำวันและกิจกรรมเข้าร่วมทางสังคม เช่น การพูดคุยเรื่องอาหารการกิน การเดินทาง การเล่นถามตอบ การเล่นเรียงสีและตัวเลข เป็นต้น ที่สำคัญต้องให้กำลังใจและพูดชมความสำเร็จของคุณลุงอย่างต่อเนื่อง
กรณีทีสาม คุณลุงมาฝึกด้วย "ใจ" ที่น่าชื่นชมคือผู้ดูแลสามารถฟังคำพูดของคุณลุงได้อย่างเข้าใจแม้ว่าจะปัญหาพูดไม่ชัด รัว คุณลุงมีความพยายามพัฒนาตนเองในการเข้าใจวิธีการฝึกได้ดีกว่าสองกรณีข้างต้น
คำแนะนำในการฟื้นฟูทักษะทางจิตสังคม คือ การจัดกิจกรรมละครบำบัด ให้สร้างบทสนทนาที่ใกล้เคียงกับความต้องการของคุณลุงที่อยากไปทำงานเดิม ผู้บำบัดเป็นลูกน้อง คุณลุงเป็นเจ้านาย และอ่านซ้อมบทที่คุณลุงคิดและเขียนบนกระดาษ แสดงบทซ้ำ 3 ครั้งจนอ่านและพูดได้ชัดขึ้น
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้มีความสุขในการเรียนรู้ทางคลินิกกิจกรรมบำบัด
แต่สำหรับงานประจำ...ผมต้องให้กำลังใจตนเองมิให้เบื่อระบบราชการ ที่บางครั้งต้องทำเรื่องราวเอกสารวุ่นวายและไม่ได้ตามใจที่ต้องการให้งานรุกหน้า ระบบราชการใช้งานผมแบบไม่คิดว่าดอกเตอร์ควรจะทำงานอย่างไรกัน .....ระบบราชการในสังคมไทยค่อยๆบั่นทอนความสุขในการทำงานของผมทุกๆวัน แต่ผมพยายามที่จะใช้ความรู้ทางกิจกรรมบำบัดจิตสังคมพัฒนา "ใจ" ของตนเองให้ "อดทน" ครับ
อาจารย์ครับ ดีใจที่ได้แวะมาเจอ บล๊อคนี้ สนใจเรืองของ การฟื้นฟูทางจิตสังคม แต่งานของผมมุ่งไปทางทาง คนไข้โรคจิต แต่คิดว่าแนวคิดการฟื้นฟูไม่น่าจะต่างกันมากนัก ตอนนี้กำลังศึกษา Recovery model ของ Anthony อยู่ เพือนผมอีกคน สนใจเรือง กิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอาุยุ Dementia กำลังทำวิจัยอยุ่ที่ ECU คิดว่าถ้ามีโอกาส จะแวะมาขอความรู้จากอาจารย์นะครับ
สำหรับเรืองระบบราชการ อันนี้เข้าใจเพราะหัวอกเดียวกัน
เอาเป็นว่า ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
ขอบคุณมากครับคุณ recovery
จริงๆ ผมจบเฉพาะทางด้านกิจกรรมบำบัดจิตสังคม แต่เน้นการใช้กิจกรรมการดำเนินชีวิตมาบำบัดอย่างเป็นระบบในผู้ป่วยทุกประเภทตลอดช่วงวัย และผมได้เรียนรู้เทคนิคเชิงลึกสำหรับผู้ป่วยทางจิตสังคมด้วย แต่การนำมาใช้ในไทย ต้องศึกษาวิจัยให้ชัดเจนมากๆ ในเวลานี้
ยินดีมากครับหากได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณ recovery และเพื่อนของคุณที่ทำวิจัย Dementia ที่ ECU ขณะนี้อาจารย์กิจกรรมบำบัดสองสถาบัน (มหิดล และ ม.เชียงใหม่) กำลังค้นคว้าเรื่อง Dementia เช่นกัน
สำหรับงาน recovery model ผมได้บันทึกไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/142125
ลองอ่านดูนะครับ
ขอบคุณมากนะครับ อาจารย์ป้อป เอาไว้จะมาขอคำชี้แนะนะครับผม