"ผมไม่ใช่ผู้นำครับ"
นี้เป็นอีกประโยคหนึ่งที่มักจะปรากฏในความเป็นผมครับ และเมื่อหลายวันก่อนก็ได้เอ๋ยออกมาชัดๆ ในระหว่างการสนทนากับท่านคณบดี ในทัศนะของผม ผมเป็นประเภทของนักบริหารนักจัดการ นักออกแบบระบบมากกว่าการเป็นผู้นำ และส่วนใหญ่ถ้าผมเป็นผู้นำแล้วมักจะเหลวทุกที โดยเฉพาะนำตัวเอง ฮาฮาฮา
ลักษณะสำคัญของผู้นำคือ การโน้มน้าว การเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ตามได้ครับ และมีการใช้อำนาจได้อย่างถูกโอกาสครับ ผมนึกถึงประวัติช่วงหนึ่งของท่านศาสนฑูต ที่ท่านได้ตัดสินใจเรื่องหนึ่งไป ปรากฏบรรดาสาวกไม่ค่อยจะสบายใจและไม่เห็นด้วย จึงพยายามทัดทาน ถึงขั้นที่ท่านอบูบักร์ต้องไปสอบถามท่านศาสนฑูตโดยตรง ท่านตอบด้วยความเฉียบขาดครับว่า ฉันตัดสินใจแล้ว และฉันคือศาสนฑูตของอัลลอฮ์ ด้วยคำพูดนี้ท่านอบูบักร์จึงยินยอมที่จะปฏิบัติตามยังไม่สงสัยใดๆ อีก พร้อมทั้งแจ้งให้กับสาวกคนอื่นๆ ว่า นี้เป็นการตัดสินใจของท่านศาสนฑูตของอัลลอฮ์ ไม่มีข้อสงสัยใดๆ อีกแล้ว จงปฏิบัติตาม
แต่หากมองไปยังบริบทการตัดสินใจอื่นๆ ของท่านศาสนฑูต จะพบว่า ท่านให้ความสำคัญกับการประชุมปรึกษาหารือระหว่างกันมาก และส่วนใหญ่การดำเนินการมักออกมาในรูปของมติจากที่ประชุม ตัวอย่างที่เด่นชัด เช่นในเรื่องของการจัดการกับเชลยศึก โอ้หลายเรื่องครับ
มองย้อนกลับมาที่ตัวผม ผมไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับการโน้มน้าวใจคนอื่นครับ ในการทำงานของผม หากมีคนหลายคนไม่เห็นด้วย ผมมักจะไม่ใส่ใจ เพราะเชื่อว่า เมื่อเขาเห็นผลงานของผมในภายหลัง เขาจะตามเอง ออ. มีบ้างครับที่จำเป็นต้องง้อคนอื่น ซึ่งส่วนใหญ่ที่ยอมทำตามที่ขอ ก็เพราะรำคาญลูกง้อของผมมากกว่า ฮาฮาฮา
ข้อต่อมา ลักษณะสำคัญของการทำงานของผม คือ ยืดหยุ่นครับ ปรับเปลี่ยนกระบวนการได้ตามสถานการณ์เพื่อเป้าหมาย (แต่ไม่ใช่ประเภทคนสองหน้านะครับ) ดังนั้นการทำงานเป็นทีมจึงไม่สามารถทำในลักษณะของการสั่งการ ของการใช้อำนาจ แต่ทีมงานของผมต้องประเภทเป็นเพื่อนกันจึงจะทำด้วยกันได้ ต้องรู้ใจกัน กล้าคุยกล้าพูด กล้าต่อว่ากันได้ งานมันจึงจะดี ซึ่งถ้าผมต้องทำงานกับคนประเภท ดีครับท่าน ถูกแล้วครับท่าน เยี่ยมไปเลยครับท่าน งานผมมักจะแย่ครับ แต่ถ้าได้ทำงานกับประเภท ทำมัยเป็นงี้ว่ะ ไม่ลองอย่างนี้หน่อยเหรอ อันนี้ผมชอบ ทำงานสนุก (ได้ทะเลาะกับคนแล้วสดชื้น)
ประการต่อมา คือ ผมไม่เสียใจกับความผิดพลาดครับ ผมมักจะคิดว่า ความผิดพลาดเป็นสิ่งที่ประสบได้ และเป็นการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ซึ่งการเป็นผู้นำองค์กรแล้วพาองค์กรไปเจอความผิดพลาดบ่อยมันเสียเครดิตครับ อันนี้เลยทำให้ผมเหมาะที่จะเป็นผู้ช่วยผู้นำมากกว่าเป็นผู้นำเสียเอง เพราะบ่อยครั้งที่เกิดความผิดพลาด แต่แน่นอนครับ คนเป็นผู้นำผมเขาก็มักจะรู้ว่า ต้องให้อภัยผม และต้องให้ผมแก้ไขได้ตลอดเวลา แล้วความสำเร็จก็จะมา
อีกประการหนึ่ง ซึ่งตอนที่นั่งเรียน ป.เอก อาจารย์อัจฉรา ธรรมาภรณ์ ซึ่งท่านเป็นรองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยพูดบ่อย ว่า เมื่อท่านนั่งหัวโต๊ะ ท่านก็ต้องรักษากติกาที่ตั้งไว้มากกว่าคนอื่นๆ ซึ่งอันนี้ไม่ใช่นิสัยผมครับ ผมประเภทชอบแหกกฏ (นิสัยเสียจริง) อันนี้แก้ยากครับ แม้กระทั่งปัจจุบัน เป็นรองคณบดีกับเขา ก็ยังไม่ค่อยจะรักษากฏที่ตัวเองตั้งไว้สักเท่าไร โอ้ยแล้วใครจะตามผมได้ลงคอนี้?
ท่านคณบดีให้เครดิตผมไว้อย่างหนึ่งจากการสนทนาครั้งนี้ครับคือ อย่างน้อยตลอดการทำหน้าที่ของผม (เป็นมากี่ปีแล้วจำไม่ได้ครับ) ผลของการทำงานทำให้เป็นบุคลิกของผมได้ ว่าเหมาะจะทำอะไร พูดง่ายๆ คือ พอจะมีผลงานเป็นโลโก้ได้ เช่น ถ้าหนึ่งถึงสายการบินก็ต้องนึกถึงแอร์เอเซีย ถ้านึกถึงงานวิชาการงานวิจัยก็ต้องนึกถึงนายจารุวัจน์ (ทำไมเอาแอร์เอเซียมาเป็นตัวอย่าง ก็เพราะไม่ใช่เบอร์หนึ่ง ไม่ใช่สายการบินระดับสูง เอาแค่พอเหมาะๆ ก็พอ)
บ่นจบแล้วครับ (ฮา สบายใจ)
สบายใจแล้วจริง หรอคะ อาจารย์ อิอิอิ
ซู่ๆๆค่ะ
อาจารย์เขียนอ่านแล้วสนุกแล้วก็เห็นภาพมากเลยค่ะ
เป็นภาพ "ผู้นำสไตล์จารุวัจน์" !
สวัสดีครับ
<div class="info">1. pa_daeng สบายดีนะครับ ส่วนผมสบายใจขึ้นครับ ไม่ได้มีเวลาเขียนระบายแบบนี้นานแล้วครับ ช่วงนี้งานยุ่งมาก</div><div class="info">สวัสดีครับอาจารย์
<div class="info">2. รศ.พญ. ปารมี ทองสุกใส ผู้นำสไตล์จารุวัจน์ หาผู้ตามยากครับ ฮาฮา</div>
</div>
ผมาว่าท่านคณบดีเปรียบเทียบถูก
ถ้านึกถึงแอร์ราคาแพงพวกเราไม่ไปนั่งหรอกครับ
อะไรที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดเราต้องนึกถึงสิ่งนั้นซิครับ
ความฝันก็ขอให้เป็นความฝันที่เราต้องเดินไป แต่ตอนนี้เรามาอยู่กับความจริง ต้องไปกับความจริง มัวรอแต่ของยากๆ แพงๆ ก้คงไม่ได้เชยชม
ขอบคุณครับ อาจารย์