คำพูดที่ติดปากชาวบ้านที่ว่า...การหาอยู่หากิน...หาปลามากิน...หาสัตว์ป่ามากิน...หากินไม่ได้หาขาย...ของแต่แรกไม่มีราคา...แสดงถึงเผ่าชนชาวไทยในระบบศักดินาทำมาหากินแบบพอยังชีพ
การยังชีพที่สำคัญที่สุดได้แก่การทำนา ผลิตข้าวมาเพื่อบริโภคในครอบครัวเป็นหลัก วิธีทำนาอาศัยแรงคน แรงสัตว์ น้ำฝน คันไถ จอบ เสียม คราด การทำนาเริ่มจากถ่างป่า ตัดต้นไม้ อาศัยน้ำจากฟ้าเป็นหลัก
การอาศัยน้ำจากหนอง คลอง ห้วย แม่น้ำก็มีบ้างโดยกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่มแม่น้ำ ยามใดฝนแล้งก็โชคร้ายข้าวไม่พอจะกิน อาหารนอกจากข้าวแล้วก็มีปลา หามาพออยู่พอกินมีทุกแหล่งน้ำ ในริมทะเลมีปลามาก
ถ้าใครตั้งบ้านเรือนใกล้ป่าก็มีอาหารป่ามาเพิ่มด้วยการล่าสัตว์ ในยุคนั้นใช่คำว่า...จัดต้มน้ำรอแล้วไปหากับข้าวได้เลย จำพวกผักข้างรั้วก็มากมีปลอดสารพิษ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พอว่างจากนาเพื่อรอเก็บเกี่ยวข้าวช่วงนั้น ชาวบ้านมีหน้าที่อีกอย่างคือการทอผ้าไว้ใช้เอง มีการปลูกฝ้ายเลี้ยงตัวหม่อนเพื่อทอไหมเอง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ดังนั้นวิถีชีวิตที่พอเพียงของชาวนาจึงมีสูงมาก เพราะสามารถผลิตอาหารและเครื่องนุ่งห่มไว้ใช้เองแล้วยังแสวงหาอาหารกินจากธรรมชาติได้อย่างสบายอารมณ์..ฮา ๆ เอิก ๆ…
ยุคนี้เปลี่ยนเป็นยุคแห่งการกอบโกย มีมากแล้วก็ไม่พอ กอบเอาโกยเอา ให้ทรัพยากรมีมากเท่าไรก็ไม่พอกับความโลภครับ
สวัสดีครับ คุณ
จารุวัจน์
เห็นด้วยครับที่ว่า...ให้ทรัพยากรมีมากเท่าไรก็ไม่พอกับความโลภครับ
ขอบคุณครับ