รู้สึกสนุก และชาวบ้านก็อยากให้เราไปหา เวลาที่เราไป เขาก็จะช่วยเหลือเราในทุกเรื่อง ทำให้ประทับใจชาวบ้านในทุกๆ กลุ่ม
น้องจำเนียร อุ้มรัมย์ ทำโครงการรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพคนไทย “ลูกฉันสุขภาพดี เริ่มที่ปีแรก” เป็นผลงานของศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านสำโรง จ.บุรีรัมย์ ละค่ะ ... เธอบอกว่าได้ออกทำโครงการนี้ร่วมกับงานโภชนาการของศูนย์สุขภาพชุมชน
ความภูมิใจสำหรับโครงการนี้ ก็คือ
- ได้เห็นความร่วมมือของทีมสุขภาพ มีอะไรเราก็ช่วยเหลือกัน อีกส่วนหนึ่งก็มาจากผู้นำชุมชน ... ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อสม. และชาวบ้าน ที่ให้ความร่วมมืออย่างมาก
- ภูมิใจที่ได้ทำงานเชิงรุก เพราะว่าจริงๆ แล้ว ชอบทำงานเชิงรุก แต่ด้วยภาระที่ว่างานเยอะ โดยเฉพาะงานรักษา ทำให้ไม่ค่อยมีโอกาส
... อยากทำงานเชิงรุกเพราะว่า เป็นอะไรที่เมื่อเราทำแล้ว เป็นการสร้างคุณค่า ได้ไปหาชาวบ้าน ดีใจ แลภูมิใจที่ได้ทำ
... ถ้าได้ทำงานเชิงรุกมากขึ้น ก็จะให้ทำให้งานเราเบาในอนาคต เพราะว่าเป็นงานส่งเสริม
... รู้สึกสนุก และชาวบ้านก็อยากให้เราไปหา เวลาที่เราไป เขาก็จะช่วยเหลือเราในทุกเรื่อง ทำให้ประทับใจชาวบ้านในทุกๆ กลุ่ม โครงการนี้ทำทำในเด็กอายุ 0-3 ปี คนที่มา ก็มียาย พ่อ พี่ มารับบริการเรื่อง การทาฟลูออไรด์ (ฟลูออไรด์วาร์นิช) ให้ในหมู่บ้านด้วย ก็ดีใจและภูมิใจที่เขารัก อยากให้เราออกไป และเขาอยากให้เราทำทุกปี
... ที่เลือกกลุ่มนี้ (0-3 ปี) เพราะว่า จริงๆ แล้วฟันของเขาที่ผุไม่เยอะเท่าไร จะไปเยอะช่วง 3-5 ปี ... เลยคิดว่า มาทำตรงช่วงที่เขายังไม่เป็น เขาจะได้รู้มากขึ้น และพ่อแม่ของวัยนี้ ก็จะเป็นเด็กรุ่นใหม่แล้ว มักเป็นเด็กที่มีอายุน้อยๆ และแต่งงานมีครอบครัวแล้ว เขาก็เข้าใจ เราก็ส่งเสริมให้มากขึ้น- และก็ภูมิใจที่ว่า เด็กตอนแรกๆ จะกลัวเรา เด็กกลัวไม่ยอมให้ทาฟลูออไรด์เลย ... พอวันหลัง เห็นยายเขาเล่า "เด็กคนนี้มีปัญหาครอบครัว จะห้ไปหาคุณแม่ เด็กไม่อยากไป จะอยู่กับพ่อ เขาก็เลยบอกว่า งั้นพาไปหาหมอฟันนะ เขาก็เลือกมาหาเรา ... ก็รู้สึกดีที่เด็กเปลี่ยนมุมมอง จากที่กลัวหมอ
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- ได้พัฒนาแบบบูรณาการในเรื่องของงานเด็ก ... เป็นการให้ชุมชนได้รู้จักว่า เราเป็นหมอฟัน ... เวลาที่ชาวบ้านมา สอ. ก็จะเข้าใจว่า เราฉีดยารักษาไม่ได้ เพราะว่าหมอเป็นหมอฟัน
- โครงการเชิงรุกต้องอาศัยการประสานงานที่ดีกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น อสม. ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน เพราะว่า บางครั้งที่จะออกไปจะต้องเน้นย้ำกับ อสม. เพราะว่าเขามีภาระเยอะ ราต้องประสานงานให้ดี
- การทำงานกับเด็กๆ บางทีใช้ศัพท์วิชาการ หรือที่เป็นทฤษฎีเกินไป เขาไม่เข้าใจ บางทีเราอาจต้องใช้คำพูดที่ไปประยุกต์ให้เด็กเข้าใจง่าย
- การจัดประกวดคู่แม่ลูกฟันดี ได้เรียนรู้ว่า ช่วงที่ทำ เวลาค่อนข้างกระชั้นชิดก็ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ได้ดีเท่าที่ควร ก็คือ ในเขตที่รับผิดชอบมี 11 หมู่ ใน 10 หมู่จะได้ประชาสัมพันธ์หมดเลย มีหมู่เดียวที่ไม่ได้รับการ ปชส. พอวันประกวดเขามา ก็เลยเหมือนไม่พอใจว่า ทำไมหมู่เขาไม่ได้ ก็สะท้อนให้เห็นว่า ประชาสัมพันธ์ต้องครบถ้วน ไม่อย่างนั้นเขาก็จะเสียประโยชน์ในเรื่องตรงนี้ไป
- เรื่องการจัดกิจกรรม อย่างที่จัดมาในเรื่อง คู่แม่ลูกฟันดี ก็จัดแค่ประกวดแม่ลูกฟันดีอย่างเดียว เพราะว่าเวลาไม่ตรงกัน และรอจัดร่วมกันกับงานโภชนาการ งานออกกำลังกาย ไม่ได้ จึงต้องรีบจัดไปก่อน ... ถ้ามีเวลา ร่วมกับงาน 2 งานนี้ก็จะดี เพราะว่าจะทำให้คนมาเยอะ
- ประชาชนบางคนเขายังไม่รู้ ไม่เข้าใจว่า โรคฟันผุเป็นโรคที่ป้องกันได้ บางคนเข้าใจว่า อย่างฟันโยกนี่ เขาเข้าใจว่า พออายุมาก อย่างคนแก่ ถ้าเกิดกรณีฟันผุในเด็ก เขาก็จะเข้าใจว่า มีหนอนอยู่ในฟัน มีแมงกินฟัน ไม่เข้าใจว่า จริงๆ แล้ว เกิดจากเขาแปรงฟันไม่ดีนะ เพราะว่าเขาทานขนมหวาน หรืออะไรต่ออะไร คือ เขายังเข้าใจไม่ถูกต้อง ทำให้เรารู้ว่า เวลาเราไปจริงๆ แล้ว เราอาจจะหวังผลมากไป แต่ด้วยความจริง มันอาจจะไม่ได้เยอะขนาดนั้น ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
กิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ
- การตรวจสุขภาพช่องปากเด็ก ตั้งแต่ 0-3 ปี ตรวจกันอยู่แล้ว แต่ว่าพอมา EPI นี่ ตรวจได้ไม่หมด เราจะเข้าไปในหมู่บ้านด้วย เพื่อทำต่อ และกิจกรรมที่จังหวัดระดมทาฟลูออไรด์วานิช ก็ออกไปทาในหมู่บ้านเลยทุกหมู่ และมีการจัดประกวดคู่แม่ลูกฟัน เขาก็บอกว่า อยากให้มีอีกในปีต่อๆ ไป
ปัจจัยความสำเร็จ
- ทำงานแบบมีข้อมูล มีเหตุผล และมีระบบ
- จังหวัดมีนโยบายการใช้ฟลูออไรด์วานิชในกลุ่มเด็กอยู่แล้ว มาขยายเพิ่มเติมที่ 0-3 ปี
- มีความต้องการ สนุกในการทำงานเชิงรุก เมื่อออกไปแล้วได้ทำงานหลายอย่าง
- มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ
- ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดี ว่าสิ่งที่หมอทำให้นั้นจะดี จึงให้การช่วยเหลือ ผู้ปกครองให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ
- ชุมชนให้ความสำคัญ
รวมเรื่องเล่า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความภูมิใจ/ความสำเร็จ การดำเนินงานทันตฯ ในชุมชน