ก่อนหน้านี้ได้เตรียมเมล็ดถั่วเขียว300กรัมใส่ในกล่องพลาสติกขนาด 12x12x6 ลบ.ซม. คลุกด้วยน้ำมันปาล์ม 0.1มล. หยด น้ำมันหอมระเหยที่ทดสอบ 0.1 มล.หากเป็นน้ำมันสะเดาหรือน้ำมันปาล์มใช้0.5 มล. ลงไป ไม่ต้องคลุก ปล่อยให้ น้ำมันที่ทดสอบ แพร่กระจายไปด้วยตัวของมันเอง จากนั้นปล่อยด้วงถั่วเขียวตัวเต็มวัย 20 ตัวต่อกล่อง ทำ 4 ซ้ำ เก็บไว้ที่อุณหภูมิ 25-26 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 50-60% รอจนครบ 3 เดือน จึงนำเมล็ดถั่วเขียวมาความงอก ทำ 4 ซ้ำ ได้ค่าเฉลี่ยค่าต่าง ๆ 4 ค่า โดยค่าที่ได้จะนำมาวิเคราะห์ความแปรปรวนและความแตกต่างกันทางสถิติด้วยแผนการทดลองแบบสุ่มโดยสมบูรณ์ CRD : Completely Randomized Design มี8วิธีการทดลอง และหากตรวจพบความแตกต่างกันของค่าเฉลี่ย จึงจะวิเคราะห์ต่อไปด้วยวิธีของดันแคนนิวมัลติเปิลเร้นเทส(DMRT’s) ผลปรากฏว่า ตรวจพบมีความแตกต่างกันของค่าเฉลี่ยของข้อมูลการงอกอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น99%(**) ค่า ความเบี่ยงเบนเท่ากับ 7.149% โดยวิธีการใช้น้ำมันหอมระเหยจากยูคาลิปตัส , ไพล , คะไคร้หอม ,มะกรูดและมะกรูด+หลิวทอง ให้ความงอกสูงสุด ในการทดลองนี้ ที่89 – 83% แตกต่างจากวิธการใช้สะเดา ,น้ำมันปาล์มและวิธีการเปรียบเทียบ บ้านสมุนไพร-ODD
ความแตกต่างกันทางสถิติของข้อมูลการทดสอบความงอกของถั่วเขียวเมื่อป้องกันด้วยน้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีการปล่อยให้ด้วงถั่วเขียวทำลาย 3 เดือน
น้ำมันหอมระเหยชนิดใดที่ความเข้มข้น 0.1 มล.ต่อเมล็ดถั่วเขียว หรือ น้ำมันปาล์ม หรือ น้ำมันสะเดา จะสามารถป้องกันการเข้าทำลายของด้งถั่วเขียวและคงความงอกสูงให้เมล็ดถั่วเขียวเมื่อเวลาผ่านไป 3 เดือน ?
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ทองคำเปลว · 16 ม.ค. 2551
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 16 ม.ค. 2551
ยูมิ · 16 ม.ค. 2551
นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ · 16 ม.ค. 2551
รายงานนี้เป็นการสรุปว่าสารทดสอบชนิดใดใช้ได้หรือไม่ได้อย่างไร? เป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องการนำข้อมูลไปใช้
บ้านสมุนไพร-ODD