<p>เป็นที่ทราบกันดีว่า การกินผักผลไม้รวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 สี (ม่วง-คราม-น้ำเงิน, เขียว, เหลือง, แสดหรือส้ม, แดงตามสีรุ้งกินน้ำ) 5 ทัพพี หรือ 3 สีไฟจราจร (แดง-เหลือง-เขียว) ให้ผลดีกับสุขภาพอย่างกว้างขวาง วันนี้มีข่าวดีคือ การกินสตรอเบอรีให้ผลดีเกินคาดทีเดียว</p>
ท่านอาจารย์ดอกเตอร์เซสโซ และคณะ แห่งวิทยาลัยสาธารณสุขฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 27,000 คน การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาสุขภาพผู้หญิง (Women's Health Study) ซึ่งติดตามกันนานประมาณ 10 ปี
...
ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงที่กินสตรอเบอรีมากที่สุด หรือกินอย่างน้อย 2 ส่วนบริโภคต่อสัปดาห์ (1 ส่วนบริโภค = 1 แผ่น CD = 1 ผลกล้วยขนาดกลาง) มีสารแสดงระดับการอักเสบที่เรียกว่า 'CRP (C-reactive protein)' ลดลง 14%
สาร CRP บอกระดับการอักเสบในร่างกาย โดยเฉพาะเส้นเลือดว่า มีมากหรือน้อย เส้นเลือดที่มีการอักเสบมากจะอุดตันเร็วกว่าเส้นเลือดที่มีการอักเสบน้อย
...
นอกจากนั้นกลุ่มผู้หญิงที่กินสตรอเบอรีมากที่สุดยังมีสุขลักษณะต่อไปนี้ดีเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่กินสตรอเบอรีน้อยที่สุดได้แก่
- กินผักผลไม้คิดเป็นปริมาณรวมต่อวันมากเป็น 2 เท่า
- กินอาหารสุขภาพ ซึ่งมีเส้นใย(ไฟเบอร์) วิตามินซี โพแทสเซียม(แร่ธาตุที่ช่วยป้องกันความดันเลือดสูง และช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี) โฟเลต(วิตามินบีที่ช่วยป้องกันเส้นเลือดเสื่อม และป้องกันความผิดปกติของเด็กในครรภ์)
- สูบบุหรี่น้อยกว่า
- ออกกำลังมากกว่า
- ระดับไขมันในเลือด หรือโคเลสเตอรอลรวมน้อยกว่า
- ระดับโคเลสเตอรอลชนิดเลวหรือ LDL น้อยกว่า
...
ผักผลไม้ที่มีสีแดงได้ชื่อว่า เป็นผักผลไม้ที่ดีกับสุขภาพหัวใจ ถ้าไม่ชอบสตรอเบอรี หรือหามากินได้ยาก ขอเรียนเสนอให้ลองเปลี่ยนเป็นผักผลไม้อย่างอื่นที่มีสีแดง เช่น มะเขือเทศ ซึ่งกินเป็นน้ำมะเขือเทศก็ได้ กินเป็นส่วนผสมส้มตำก็ดี ฯลฯ
การศึกษาก่อนหน้านี้ในไทยพบว่า ส้มตำที่วางจำหน่าย 90% ไม่ค่อยสะอาด หรือมีสารปนเปื้อน โดยเฉพาะกุ้งแห้งใส่สี ถ้าทำเองได้จะดีกับสุขภาพมากๆ และอร่อยกว่าสตรอเบอรีด้วย
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ที่มา
- Thank Reuters & 'Nutrition Tidbits - HealthCastle' blog > Gloria Tsang RD. > The heart health benefits of strawberries > [ Click ] , [ Click ] > Janurary 15, 2008. / J Am College of Nutrition. Aug. 2007.
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
- ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 16 มกราคม 2551.
</span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span></span>