เมื่อนทำงานมาทั้งหมด...สามารถประสรุปประสบการณ์ได้ว่าอย่างไรบ้าง?.....

      ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานแต่ละชิ้นแต่ละอันที่เกิดขึ้นเมื่อนำมาเชื่อมโยงและสรุปเป็นความรู้ อาทิเช่น  วิธีการทำงานร่วมกับพื้นที่,  การสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้,  แนวทางการดำเนินงานพัฒนาบุคลากร,  การทำหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นการเรียนรู้,  การสร้างความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร,  การพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร,  อื่น ๆ   สิ่งดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาจากการลงมือทำและการเรียนรู้ด้วยตนเอง  มาจากผู้รู้  และมาจากประสบการณ์ซ้ำ ๆ ที่ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ คือ

       1.  วิธีการทำงานร่วมกับพื้นที่  ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ ใช้เป้าหมายความรู้เป็นตัวตั้ง  นำเป้าหมายงานมาเสริมหนุนหรือซ้อนทับ  นำมาเทียบเคียงกับความต้องการของเจ้าของงาน  ลงมือทำร่วมกัน  และติดตามประเมินผลงานและความรู้เป็นระยะ ๆ                         

     ส่วนผลที่เกิดขึ้นก็คือ  เกิดรูปแบบและวิธีการทำงานที่เหมาะสมเป็นของตนเอง  เกิดความเข้าใจและเรียนรู้ความเป็นทีมงาน  และมีประเด็นการดำเนินกิจกรรมที่ต่อเนื่อง

       2.  การสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้  ข้อเท็จจริงที่ปฏิบัติก็คือ  เอาความต้องการและปัญหาของเจ้าภาพเป็นตัวตั้ง  เก็บรวมรวมข้อมูลและประมวลข้อเท็จจริง  วิเคราะห์หาเหตุและผล  แล้วนำมาสรุปเป็นประเด็นที่จะใช้ในการสนับสนุนความรู้

     ข้อสรุปที่เกิดขึ้นก็คือ  สามารถเสริมหนุนความรู้ได้ตรงตามความต้องการ  เกิดรูปแบบและวิธีการเรียนรู้แบบสอนงาน (Coaching) รู้ความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ  และการทำบทบาทหน้าที่ของการทำงานร่วมกันแต่ละระดับ  เช่น  ต้องการให้เป็นที่ปรึกษา
เป็นผู้กระตุ้นการทำงาน  เป็นผู้เชื่อมโยงและประสานงาน  และอื่น ๆ

       3.  แนวทางการดำเนินงานพัฒนาบุคลากร  ความจริงที่ปรากฎก็คือ  รูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่สามารถสื่อสารความรู้และทักษะให้เกิดขึ้นได้จริง  การจัดเนื้อหาสาระและหลักสูตรยังไม่ตรงกับความต้องการและงานที่ต้องทำการจัดการเรียนรู้ยังไม่เป็นระบบหรือกระบวนการ  แนวทางการเสริมหนุนการเรียนรู้แยกชิ้นส่วนกันทำ  และสื่อการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนั้นยังขาดความลงตัวระหว่างเนื้อหา/ภารกิจ/วิธีการปฏิบัติ 

     ผลที่เกิดขึ้นก็คือ  ผู้ปฏิบัติงานค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก  เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน  มีการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ในการทำงานเป็นของตนเอง  และอื่น ๆ

       4.  การทำหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นการเรียนรู้  ข้อเท็จจริงที่พบก็คือ  การปฏิบัติงานในพื้นที่ได้มีการปรับบทบาทของตนเองเป็น Facilitator  มีการค้นหาเนื้อหาสาระเพื่อมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรด้วยตนเอง  มีการสร้างสื่อการเรียนการสอนจากความคิดของเจ้าหน้าที่   กลุ่ม/เครือข่าย  มีการพึ่งพาทรัพยากรภายในกลุ่ม/เครือข่าย  และอื่น ๆ 

     ผลที่เกิดขึ้นก็คือ  การทำงานส่งเสริมการเกษตรนำความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์มาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ  เจ้าหน้าที่มีเทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้กับเกษตรกร/กลุ่ม/เครือข่าย  มีแนวทางในการถ่ายโอน  บทบาทของตนเองให้กับผู้เกี่ยวข้อง  และเกิดองค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตรจากการทำบทบาท Facilitator ของตนเอง

       5.  การสร้างความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร  ความจริงที่ปรากฎก็คือ  สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป  ปัญหาความต้องการมีเพิ่มขึ้น ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี  และทรัพยากรที่มีจำกัด  กลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงานส่งเสริมการเกษตร 

     ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การทำงานได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการปฏิบัติโดยมีการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเรียนรู้  เกษตรกรมีส่วนร่วมในการให้และรับทรัพยากรร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้  และสรุปความรู้ที่เกิดขึ้นเป็นของตนเอง

       6.  การพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร  การปฏิบัติที่เป็นอยู่จริงนั้นก็คือ  มีการนำเกษตรกรที่ทำเกษตรแล้วได้ผลมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้  เกษตรกรรับรู้ข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี  เกษตรกรเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง  ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีมีความต่อเนื่อง  เกษตรกรคิดค้นและทดลองความต้องการและข้อสงสัยด้วยตนเอง  และเกษตรกรเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มและเครือข่าย 

     ผลที่เกิดขึ้นก็คือ  เจ้าหน้าที่เป็นผู้คอยรับข้อมูลและให้คำปรึกษา  เกิดแกนนำในการเชื่อมโยงและประสานงานการเกษตร  เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระตุ้น  และร่วมทำกับเกษตรกร/กลุ่ม  จึงทำให้เกิดรูปแบบและวิธีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่  และมีการคิดค้นกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามความต้องการเนื้อหาและความรู้ที่เหมาะสมเป็นของตนเอง

     ฉะนั้น  การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการเกษตรม จึงมีความต่อเนื่องและมีการพัฒนาความก้าวหน้าเป็นของแต่ละพื้นที่ที่เกิดขึ้นและปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพความต้องการ.