ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานแต่ละชิ้นแต่ละอันที่เกิดขึ้นเมื่อนำมาเชื่อมโยงและสรุปเป็นความรู้ อาทิเช่น วิธีการทำงานร่วมกับพื้นที่, การสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้, แนวทางการดำเนินงานพัฒนาบุคลากร, การทำหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นการเรียนรู้, การสร้างความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร, การพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร, อื่น ๆ สิ่งดังกล่าวได้เกิดขึ้นมาจากการลงมือทำและการเรียนรู้ด้วยตนเอง มาจากผู้รู้ และมาจากประสบการณ์ซ้ำ ๆ ที่ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ คือ
1. วิธีการทำงานร่วมกับพื้นที่ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็คือ ใช้เป้าหมายความรู้เป็นตัวตั้ง นำเป้าหมายงานมาเสริมหนุนหรือซ้อนทับ นำมาเทียบเคียงกับความต้องการของเจ้าของงาน ลงมือทำร่วมกัน และติดตามประเมินผลงานและความรู้เป็นระยะ ๆ
ส่วนผลที่เกิดขึ้นก็คือ เกิดรูปแบบและวิธีการทำงานที่เหมาะสมเป็นของตนเอง เกิดความเข้าใจและเรียนรู้ความเป็นทีมงาน และมีประเด็นการดำเนินกิจกรรมที่ต่อเนื่อง
2. การสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ ข้อเท็จจริงที่ปฏิบัติก็คือ เอาความต้องการและปัญหาของเจ้าภาพเป็นตัวตั้ง เก็บรวมรวมข้อมูลและประมวลข้อเท็จจริง วิเคราะห์หาเหตุและผล แล้วนำมาสรุปเป็นประเด็นที่จะใช้ในการสนับสนุนความรู้
ข้อสรุปที่เกิดขึ้นก็คือ สามารถเสริมหนุนความรู้ได้ตรงตามความต้องการ เกิดรูปแบบและวิธีการเรียนรู้แบบสอนงาน (Coaching) รู้ความต้องการที่แท้จริงของผู้รับบริการ และการทำบทบาทหน้าที่ของการทำงานร่วมกันแต่ละระดับ เช่น ต้องการให้เป็นที่ปรึกษา
เป็นผู้กระตุ้นการทำงาน เป็นผู้เชื่อมโยงและประสานงาน และอื่น ๆ
3. แนวทางการดำเนินงานพัฒนาบุคลากร ความจริงที่ปรากฎก็คือ รูปแบบและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นนั้น ยังไม่สามารถสื่อสารความรู้และทักษะให้เกิดขึ้นได้จริง การจัดเนื้อหาสาระและหลักสูตรยังไม่ตรงกับความต้องการและงานที่ต้องทำการจัดการเรียนรู้ยังไม่เป็นระบบหรือกระบวนการ แนวทางการเสริมหนุนการเรียนรู้แยกชิ้นส่วนกันทำ และสื่อการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนั้นยังขาดความลงตัวระหว่างเนื้อหา/ภารกิจ/วิธีการปฏิบัติ
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้ปฏิบัติงานค้นหาความรู้ด้วยตนเองเป็นหลัก เกิดเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ในการทำงานเป็นของตนเอง และอื่น ๆ
4. การทำหน้าที่เป็นผู้กระตุ้นการเรียนรู้ ข้อเท็จจริงที่พบก็คือ การปฏิบัติงานในพื้นที่ได้มีการปรับบทบาทของตนเองเป็น Facilitator มีการค้นหาเนื้อหาสาระเพื่อมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรด้วยตนเอง มีการสร้างสื่อการเรียนการสอนจากความคิดของเจ้าหน้าที่ กลุ่ม/เครือข่าย มีการพึ่งพาทรัพยากรภายในกลุ่ม/เครือข่าย และอื่น ๆ
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การทำงานส่งเสริมการเกษตรนำความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์มาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่มีเทคนิคและวิธีการจัดการเรียนรู้กับเกษตรกร/กลุ่ม/เครือข่าย มีแนวทางในการถ่ายโอน บทบาทของตนเองให้กับผู้เกี่ยวข้อง และเกิดองค์ความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตรจากการทำบทบาท Facilitator ของตนเอง
5. การสร้างความรู้ในงานส่งเสริมการเกษตร ความจริงที่ปรากฎก็คือ สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ปัญหาความต้องการมีเพิ่มขึ้น ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี และทรัพยากรที่มีจำกัด กลายมาเป็นอุปสรรคในการทำงานส่งเสริมการเกษตร
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การทำงานได้ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีการปฏิบัติโดยมีการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเรียนรู้ เกษตรกรมีส่วนร่วมในการให้และรับทรัพยากรร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ และสรุปความรู้ที่เกิดขึ้นเป็นของตนเอง
6. การพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร การปฏิบัติที่เป็นอยู่จริงนั้นก็คือ มีการนำเกษตรกรที่ทำเกษตรแล้วได้ผลมาเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เกษตรกรรับรู้ข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยี เกษตรกรเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีมีความต่อเนื่อง เกษตรกรคิดค้นและทดลองความต้องการและข้อสงสัยด้วยตนเอง และเกษตรกรเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่มและเครือข่าย
ผลที่เกิดขึ้นก็คือ เจ้าหน้าที่เป็นผู้คอยรับข้อมูลและให้คำปรึกษา เกิดแกนนำในการเชื่อมโยงและประสานงานการเกษตร เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระตุ้น และร่วมทำกับเกษตรกร/กลุ่ม จึงทำให้เกิดรูปแบบและวิธีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามสภาพพื้นที่และทรัพยากรที่มีอยู่ และมีการคิดค้นกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร/กลุ่มเกษตรกรตามความต้องการเนื้อหาและความรู้ที่เหมาะสมเป็นของตนเอง
ฉะนั้น การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการเกษตรม จึงมีความต่อเนื่องและมีการพัฒนาความก้าวหน้าเป็นของแต่ละพื้นที่ที่เกิดขึ้นและปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพความต้องการ.