ตำราพิชัยสงครามคำกลอน
ซุนวู จอมปราชญ์ ฉลาดแสน ถือกำเนิดในแคว้น แผ่นดินใหญ่
สร้างผลงานลือเลื่อง กระเดื่องไกล ไม่ว่าใคร ต่างยอมรับ คำนับงาม
เป็นตำราการสงคราม และยุทธศาสตร์ รวมทั้งยังสามารถ ใช้กว้างขวาง
เชิงธุรกิจ การบริหาร เป็นแนวทาง คนอิงอ้าง ยึดหลัก ประจักษ์เจน
เป็นแม่ทัพรัฐวู ประวัติเฉลย ร่วมสมัย ขงจื้อ ผู้หลักแหลม
แต่มีผู้วิเคราะห์ ภาษาแปลก จำแนกแนม ว่าไม่มีซุนวู เป็นตัวตน
บทตำราเป็น ผลงานปราชญ์ ไร้ชื่อ บันทึกหลัก สงครามไม่สับสน
โดยใช้นาม ซุนวู แทนตัวตน ให้ผู้คน รับรู้ คู่แผ่นดิน
หลักพิชัย สงคราม สิบสามบรรพ รวมเสร็จสรรพ กลศึก ไม่สับสน
การปกครอง บริหาร การใช้คน แสนแยบยล ล้ำลึก ใช้ตรึกตรอง
บรรพที่หนึ่งคือประมาณสถานการณ์ ก่อนจะทำสงครามต้อง โปร่งใส
คิดใคร่ครวญ ดี เสีย จนแจ้งใจ เป็นเรื่องใหญ่ ความเป็น ตายของบ้านเมือง
มีหลักคิดพิจารณา ถาม เตรียมสงครามรอบคอบ ระดับไหน
คือตรวจสอบ ห้ามูลฐานอย่างเร็วไว แล้วเปรียบเทียบ ปัจจัย เจ็ดประการ
มูลฐานห้า ท้าตรวจสอบได้แก่ขวัญ มวลประชาศรัทธา รัฐแค่ไหน
พร้อมจะเดินร่วมทางแม้บรรลัย ไม่เปลี่ยนใจ ยอมรับ ไม่กลับลำ
มีสภาพอากาศที่เหมาะสม ทั้งลม ฝน แสงสว่าง และร้อนหนาว
เกื้อกูลต่อการศึกเหมือนนึกเอา เทวดามาเป็นพวกสะดวกจริง
ภูมิประเทศเขตการทัพสนับสนุน ใช้ดำเนินกลยุทธ ไม่ขัดขวาง
การบังคับ บัญชา มีแนวทาง ไปกว้างขวาง ยาวไกล ไม่ตีบตัน
กฎเกณฑ์ วิธีการ บริหารทัพ ใช้กำกับ การยุทธไม่หยุดถอย
ส่งกำลังบำรุง ไม่ต้องคอย หน่วยใหญ่ น้อย สำเร็จกิจสอดคล้องกัน
ปัจจัย เจ็ดต้องเปรียบเทียบความเหมาะสม เพื่อกำหนดหนทาง บรรลุผล
ผู้ปกครอง คนไหนมีอิทธิพล เหนือจิตใจประชาชนต้องใคร่ครวญ
อีกขุนศึกคนใด มากสามารถ ให้โอกาสคุมทัพ อย่าสับสน
ผลประโยชน์ของชาติ หรือของตน เลือกใช้คนก็จะเห็นในเจตนา
การใช้หน่วยประเภทใด จึงสำเร็จ คิดให้เสร็จ ขั้นตอน ก่อน หน้า หลัง
เวลา น. ไหลเลื่อน ไปตามทาง ไม่ต้องสั่ง วุ่นวาย ให้รำคาญ
คำสั่งยุทธการ แจกแจงงาน รวมทั้งกฎ บทกำหนด ข้อบังคับ ใช้แบบไหน
ทำให้ง่าย ปฏิบัติ ได้ว่องไว ประกาศใช้ รู้กันทั่ว ถึงตัวพลฯ
รูปขบวน ขั้นตอน กลยุทธ บทพิสูจน์ แผนศึก ที่นึกหมาย
ต้องสอดคล้อง รุกรับไม่วุ่นวาย ความเสียหาย มีน้อยนิด พิชิตชัย
กลอุบายเป็นพื้นฐานของการศึก เล่ห์ลวงลึก ปิดเจตนา อย่าเปิดเผย
ให้ศัตรูหลงทิศ บิดเบือนเลย จู่โจม ใส่จุดอ่อนที่นอนใจ
ทั้งปวงนี้คือหัวใจ ชัยชนะ อย่าลดละทบทวน ชวนฝึกฝน
ให้แคล่วคล่อง พลิกแพลงใช้ ไม่อับจน ประชาชนทั้งแดนดินสิ้นกังวล
บรรพที่สอง วิธี การทำศึก ต้องรวดเร็วเหมือนใจนึกไม่ขัดขวาง
หากล่าช้า อืดอาด ขาดกำลัง จะยิ่งพลั้ง พลาดชัย ในบั้นปลาย
ถ้าการรบถูกทำให้ล่าช้า ขวัญทหารจะอ่อนล้าไม่ฮึกเหิม
ส่งกำลังจะขาดแคลน ยากเพิ่มเติม ประชาชนก็จะเพิ่มแรงกดดัน
ต้องปลุกใจกำลังพลให้หาญฮึก แต่เชลยศึก ต้องนึก ถึงสงสาร
คนยกย่องชื่นชม ไม่ใช่มาร สิ่งสำคัญมีชัย อย่างไวพลัน
บรรพที่สามยุทธศาสตร์การรบรุก บุกเข้ายึด เมืองข้าศึก คือจุดหมาย
แต่ถ้าเขายอมแพ้ โดยอุบาย ไม่ต้องใช้กำลัง ช่างยอดดี
เก่งที่สุด คือทำลาย ยุทธศาสตร์ ข้าศึกไม่สามารถขยายผล
รองลงมา คือทำลายด้วยเล่ห์กล ให้ข้าศึกกับมวลมิตรต่างผิดใจ
เก่งที่สามคือการบุกโจมตีทัพ ตามลำดับขั้นตอนที่ฝึกฝน
เลวที่สุดคือตีเมือง มีผู้คน นับเป็นหนทางสุดท้ายที่ใช้กัน
ศิลปในการใช้กระบวนศึก ต้องล้ำลึกตกลงใจให้เหมาะสม
เหนือสิบเท่าล้อมเอาไว้พ่ายทั้งกรม เหนือห้าเท่าให้ทุ่มเข้าโจมตี
เหนือสองเท่าแยกออกให้เป็นสอง แล้วคอยจ้องหาจังหวะไม่ผละหนี
หากเท่ากัน ถ้าจะหาญเข้าต่อตี จะต้องมี ยอดกลศึกจึงนึกลอง
ถ้ากำลังมีน้อยต้องถอยทัพ ตามลำดับ การรั้งหน่วง ลวงให้หลง
เลี่ยงให้พ้น สุดระยะ ผละจากวง รอได้เปรียบกำลังเพิ่ม จึงต่อตี
เป็นผู้มีอำนาจ ที่อาจหาญ ต้องพิจารณ์ใช้คนดี ที่เหมาะสม
ถ้าใช้แต่คนชั่ว มั่วคำชม ในที่สุดก็จะล้ม จมธรณี
ผู้เป็นใหญ่ในเมืองพาเสียหาย นำโชคร้ายให้ทหาร การทั้งสาม
เข้ายุ่งเกี่ยว ก้าวก่าย จนเกินงาม จะสร้างความพินาศให้เสนา
หนึ่งสั่งรุก ทั้งที่ยังไม่ควรรุก จะล้มลุก เหมือนตุ๊กตา ถูกมัดขา
สองยุ่งเกี่ยวการบริหาร ประสานงา สามไม่รู้การบัญชาตามสายงาน
ความเสียหายจะเกิดขึ้นในกองทัพ เมื่อต้องรับคำบัญชา มาบริหาร
จากในเมืองไม่รู้เรื่องสถานการณ์ ยังสั่งงานด้วยอำนาจให้หวาดกลัว
ชัยชนะทำนายได้ปัจจัยห้า หนึ่งรู้ห้วงเวลาที่เหมาะสม
เมื่อใดควร หรือไม่ควรจะสวนคม ในอารมณ์ใครได้คิดพิชิตชัย
สองรู้กำหนด ขนาดของ กองทหารที่ใช้มากเพียงไหน
กำหนดให้พอดี ไม่มากไป รู้แจ้งใจ ใช้เหมาะเจาะจงดี
สามมีทหารชาญกล้าเป็นศักดิ์ศรี สามัคคีเกลียวกลมพาสมหมาย
กองทัพยังยึดมั่นไม่แปรกลาย ทั้งลูกน้อง ทั้งนายเป็นหนึ่งเดียว
สี่ แม่ทัพเยือกเย็นไม่สับสน ไม่ลานลน ไม่มุทะลุแต่สุขุม
สงบนิ่งคอยจังหวะข้าศึกจน ได้เปรียบกล จึงโผนเข้าต่อตี
ห้า แม่ทัพเก่งกล้า มากสามารถ มีอำนาจ บัญชา ไม่ล้าหลง
ฝ่ายการเมือง ไม่แทรกแซงให้พะวง เจตจำนง กลศึก ตามตรึกตรอง
รู้ข้าศึก รู้ฝ่ายเรา ชนะแน่ ถ้ารู้แต่ฝ่ายเรา ไม่รู้เขา
ยังก้ำกึ่ง แพ้ชนะ ยังต้องเดา ไม่รู้เขา ไม่รู้เรา แพ้แน่นอน
( ยังมีต่อ อีก ๑๐ บรรพ )
- - - - - - - -๑.- - - - - - - -
แรกเราเรียนเร่งรู้ เชิงศิลป์
สองเร่งเตรียมชีวิน ศาสตร์พร้อม
สามคอยเพ่งยลยิน เขาอยู่ ตลอดนา
สี่มั่นการฝึกซ้อม ย่อมได้ หมายผล
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> การศิลป์ การศึก ฝึกต่าง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> อ่อนไหว ใจหาญ การไหน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">พื้นฐาน แตกต่าง อย่างไร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ทางใคร ใคร่รู้ ครูมี</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> - - - -- - - - - - - - - - </p>