ผมชอบศัพท์ของ สคส. ในเรื่องของตัวละครในชุมชนแนวปฏิบัติ เพราะทำให้เรานึกภาพออกได้ทันทีและทำให้การอธิบายหน้าที่ต่าง ๆ สามารถทำได้โดยง่าย  ผมสังเกตจากผู้ฟังว่าเวลาพูดถึงคุณเอื้อ คุณอำนวย คุณกิจ และคุณลิขิตนั้น ส่วนใหญ่สามารถเข้าใจได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อผมพูดถึงคุณอำนาจ ดูเหมือนจะเป็นที่ถูกใจของผู้ฟังมากเพราะคงจะเข้าใจว่าเป็นคนที่กำลังพูดอยู่นั่นเอง 

ในส่วนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ผมไม่ห่วงเรื่องคุณเอื้อ เพราะผู้บริหารระดับคณะและหัวหน้าภาควิชาให้ไฟเขียวแล้ว และไม่ห่วงเรื่องคุณอำนวยเพราะเท่าที่เล็งไว้มีผู้ที่สามารถทำหน้าที่นี้ได้หลายคน ขอเพียงแต่ให้เขาได้โอกาสที่จะแสดงออกมา  ที่ผมห่วงคือคุณกิจกับคุณลิขิต เพราะวัฒนธรรมของคณะยังไม่ค่อยเอื้อให้บุคลากรสายสนับสนุนและปฏิบัติการได้แสดงออกมากนัก  ผมเลยต้องฝากความหวังไว้กับคุณอำนวยในแต่ละกลุ่ม  ส่วนคุณลิขิตก็น่าเป็นห่วงเหมือนกันเพราะที่เคยบ่นไปแล้วว่าเราไม่ค่อยชอบเขียนชอบจดกัน  กลัวว่าจะไม่สามารถสรุปประเด็นได้และจะทำให้ท้อถอยไปเสียก่อน  แต่ทั้งนี้สิ่งที่เป็นห่วงที่สุดก็คือจะไม่มีใครรวมกลุ่มแล้วตั้ง CoP ขึ้นมาจริง ๆ จัง ๆ 

ผมบอกไปว่าผมไม่อยากบังคับให้รวมกลุ่มและจัดตั้ง CoP ขึ้น (ประโยคนี้เชื่อได้ว่าต้องถูกตีความว่า ให้ตั้งขึ้นมาโดยเร็ว ) อยากให้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เหมือนกับการมีลูกนั่นแหละ  ถ้าตั้งใจมาก ๆ แทนที่จะมีก็ไม่ต้องมีกัน  แต่ผมก็บอกไปว่าผมจะไม่ลังเลที่จะทำ กิฟท์ คือ หากลุ่มผู้กล้าที่จะทำ CoP ต้นแบบขึ้นสำหรับคณะ  คลอดออกมาให้ได้ คนอื่นเห็นว่าเด็กออกมาน่ารักน่าเอ็นดู ก็อยากที่จะมีบ้าง  ซึ่งเท่าที่ผมเล็งไว้ก็มี ๒ กลุ่มหากจะต้องทำ กิฟท์  คือกลุ่มเลขานุการภาควิชา และกลุ่มพนักงานขับรถ (พูดไปแบบนี้ต้องถูกตีความว่าสองกลุ่มนี้เตรียมตัว เอ็งโดนแน่)   

อย่างไรก็ตามผม พยายาม ที่จะให้กำลังใจโดยเน้นย้ำคำพูดของอาจารย์วิจารณ์ที่ท่านพูดอยู่บ่อย ๆ คือ ไม่ทำ ไม่รู้ เพื่อให้ทุกคนอยากทำ อยากรู้ อยากพัฒนาตนเองและองค์กรสืบต่อไป