อะไรคือความจริงทั้งหมดที่พระพุทธเจ้าค้นพบ อันนี้ยังเป็นเรื่องที่ยากจะตอบได้ในความคิดเห็นของข้าพเจ้า เพราะไม่มีความรู้มากมายพอ แต่ภายหลังการปฎิบัติและศึกษาวิชานี้มาอย่างต่อเนื่อง ข้าพเจ้าก็ได้รับรู้ว่า
สิ่งที่เราคิดเห็นว่าเป็นความจริงนั้น อาจจะไม่จริง เสมอไป
พระพุทธองค์สอนให้เราใช้หลัก กาลามาสูตร 10 อย่าง ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก พระพุทธองค์ไม่เคยบอกให้เราเชื่อสิ่งใดง่ายๆ แม้กระทั่งสิ่งที่พระองค์สอน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเชื่อหรือไม่ก็ได้ และถ้าต้องการพิสูจน์เรียนรู้ ให้มาเรียนรู้และตรวจสอบได้ด้วยตนเอง พระพุทธองค์แนะนำให้เราใช้ห้องปฎิบัติการที่เชื่อถือได้ และตรวจสอบได้ตลอดเวลา ห้องปฎิบัติการที่ว่านั้นก็คือ ตัวของเราเอง เมื่อทางทฤษฎีว่าอย่างนี้ เราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการปฎิบัติ เมื่อพระพุทธองค์กล่าวว่า เราทั้งหลายนั้นประกอบด้วย รูป และนาม เราสามารถรู้ได้ด้วยตนเองจากการปฎิบัติ การรู้เรื่องรูปนามนั้นไม่ใช่การรู้ด้วยการทำความเข้าใจและการคิดเอา แต่พระองค์มีภาคปฎิบัติว่า เมื่อเราทดลองปฎิบัติแบบนี้ จนได้ญานขั้นที่ 1 เราก็จะพบว่า เราทั้งหลายนั้นต่างประกอบด้วย รูปกับนามจริงๆ
ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่า ทุกวันนี้สิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราฟัง เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เพราะสิ่งทั้งหลายถูกห่อหุ้มปรุงแต่งด้วยความคิดเห็นของเรา และเราก็มักจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิด แต่ใครก็ตามที่มีความคิดเห็นตรงข้ามกับเรา เรามองว่านั่นเป็นความคิดเห็นที่ผิด แต่ของเรานั่นแหละคือสิ่งจริงแท้ ความจริงก็คือ สิ่งที่เราคิดเห็นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ผิดด้วยเพราะมันเกิดจากความคิดเห็นของเราเพียงด้านเดียว แต่ความจริงแท้ต่อเรื่องต่างๆ นั้นมีอยู่ ทว่าจิตของเราจะมองเห็นมันตามความเป็นจริงหรือไม่เท่านั้น
แค่ความจริงแท้ธรรมดาๆของชีวิตประจำวัน เราก็อาจจะไม่พานพบเลยก็ว่าได้ เพราะเราต่างไม่มีสติที่จะจับสิ่งที่ปรากฏต่อเราทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อย่างรู้เท่าทัน จิตของเราวิ่งวุ่นตลอดเวลาและทำงานสับสน และตามปัจจุบันไม่ทัน เราจึงไม่สามารถพบเห็นสิ่งจริงแท้ในชีวิตได้ เรามักจะพลาดปัจจุบันอยู่เสมอ
หลักสูตรพื้นฐานเบื้องต้นของวิชานี้ก็คือ พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้เราฝึกจิตที่จะอยู่ในปัจจุบันขณะเสมอ การฝึกจิตให้อยู่ในปัจจุบัน คือหลักปฎิบัติข้อแรกในการปฎิบัติธรรม และเป็นหลักสำคัญที่สุด ก่อนที่จะไปถึงการเดินจงกรม นั่งสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญาญาน จนรู้แจ้งไปถึงหมื่นโลกธาตุ แล้วค้นพบว่า ทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรให้ยึดถือได้ ไม่มีอะไรเลยที่จะเป็นของตัวเรา มีแต่ความว่างเปล่า หรือที่ ครูบาอาจารย์กล่าวว่า เข้าถึงพระนิพพาน นั่นเอง
ตามที่ข้าพเจ้าไปเรียนมา หลักสูตรพุทธที่แท้ ไม่ได้สอนให้ผู้ปฏิบัตินั่งสมาธิเพื่อเห็นอะไร หรือเพื่อให้ได้อภิญญา อิทธิฤทธิ์ใดๆ ไม่มีเป้าหมายให้ระลึกชาติ ไม่มีเป้าหมายให้เหาะเหินเดินอากาศได้ เป้าหมายสิ่งเดียวที่ท่านสอนก็คือ การเรียนวิชานี้เพื่อปล่อยวางและละทิ้งความยึดถือต่างๆ และถ้าจะระลึกชาติได้ ท่านบอกว่า หลังการปฎิบัติเราจะระลึกชาติได้เหมือนกัน แต่จะเป็นชาติชั่วของตัวเอง
![]()

![]()
เพิ่งรู้ และ ดีใจที่ได้มาตามอ่านนะ เราเคยเอาเรื่องมรณกรรมอันงดงามที่ยาเขียนส่งมาให้ไปpostในweb-intranetที่รพ.เรา มีคนมาบอกเราว่าเขียนได้ดีมาก ให้เขียนอีก ขออนุญาตบอกให้ผู้สนใจตามมาอ่านนะ
ยาเขียนเรื่องเที่ยวได้ดีด้วย เอาอินตระเดียรอบหน้ามาpostในนี้เสียเลย
นก
เล่าเรื่อง อิยิปต์ดีไหม๊ นก
เรื่องลำบากของเราชาว Backpacker ในอิยิปต์
ขอบคุณที่สร้างสรรผลงานที่ดีมาให้ติดตามอยู่เสมอ