ทีแรกผมตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ไว้และไม่ตีพิมพ์ เพื่อเป็นบันทึกไว้อ่านเอง หรือเตือนความทรงจำ ผมไม่รู้ว่าระบบ gotoknow นี่จะยืนยาวไปได้สักกี่ปี อีกสัก 20 ปีระบบนี้จะยังมีอยู่หรือไม่ บันทึกของผมจะสามารถกลับมาค้นหาบทความเก่าๆ ที่ผมเคยเขียนไว้ได้หรือไม่ แต่ก็เผื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรคอีสุกอีใส ผมก็เลยตีพิมพ์ไปดีกว่า

          เฮ้อ! ใครจะไปเชื่อว่าคนเป็นอีสุกอีใสแล้วจะไม่เป็นอีก ผมกับแฟนมาเป็นอีสุกอีใสกันตอนแก่ ก่อนหน้านี้สักประมาณ 15 วันคุณครูของน้องจาเป่าโทรมาบอกว่าน้องจาเป่าเป็นอีสุกอีใส ผมก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นจาเป่า บ่นปวดท้อง และมีีแผลขึ้นที่ปลายจมูก 1 เม็ด และที่ด้านหลัง 1 เม็ด แต่ด้วยความที่ พ่อแม่ สองคนนี้ไม่รู้จักกับโรคอีสุกอีใส เลยปล่อยให้ลูกไปโรงเรียนจนเค้าเป็นไข้ พอรู้ว่าลูกเป็นอีสุกอีใส ผมก็รีบโทรถามแม่ว่าเคยเป็นแล้วหรือยัง แม่บอกว่าเคยเป็นแล้ว และผมค้นหาความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ [ลิ้ง คลิก] และเค้าบอกว่า โรคนี้เมื่อเป็นแล้วอาจมีโอกาสเป็นงูสวัดได้ภายหลัง ซึ่งผมเองก็เคยเป็นงูสวัดมาแล้ว ตอนเป็นนี่แม่กังวัลมากเพราะคนโบราณเชื่อว่าถ้าเป็นงูสวัดขึ้นพันรอบตัวคนเป็นจะตาย ของผมนั้นขึ้นที่หน้าเลย แม่ต้องไปหายาโบราณมาเข้ากับเหล้าขาวทาให้
ด้วยความที่ผมมั่นใจว่าตัวเองเคยเป็นแล้วมีภูมิคุ้มกันคงไม่เป็นอีก และน้องจาว่าก็ฉีดวัคซีนแล้วคงไม่เป็น เราก็ดูแลลูก สงสารลูกไม่มีใครเข้าใกล้ ผมก็เลยกอดลูกเล่นกับลูกตามปกติ  น้องจาเป่าต้องหยุดโรงเรียนประมาณ 9 วันเราดูแลจนแผลของน้องจาเป่าเริ่มหาย หลังจากจาเป่าหาย แม่น้องจาเป่าก็เริ่มปวดท้อง ส่วนผมเป็นไข้ แต่ที่ผมเป็นไข้เพราะไปว่ายน้ำและสำลักน้ำจากการกระโดดน้ำเล่นกับลูก ผมรีบไปหาหมอ เพราะตั้งใจว่าวันจันทร์ที่ 13 ก.พ. จะขับรถพาลูกไปเที่ยว เชียงใหม่กัน ผมยังบอก อ้อยว่าให้ไปหาหมอซะจะได้รู้ว่าเป็นอะไร แต่ อ้อย ดื้อ บอกว่าเป็นโรคกระเพาะ ไปซื้อยากินเองดีกว่า ว่าแล้วเธอก็เดินหายเข้าตลาดโคกมะตูมไป ส่วนผมไปหาหมอ เราเจอกันที่รถผมได้ยาส่วนอ้อย ได้ยาเหมือนกันแต่เป็นยาโรคกะเพราะพร้อมกับข้าวอีกกองใหญ่  

                     วันรุ่งขึ้น อ้อยก็ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร บ่นปวดท้อง แต่ก็ยังไปทำงานและไปหาหมอที่สถาบันวิจัย หรือโรงพยาบาลมอนอ หมอก็ให้ยามา ฉีดยาแก้ปวด พอกลับมาบ้านตอนกลางคืนมีตุ่มขึ้นตามตัว ก็เลยโทรถามคนนั้นคนนี้ว่าเป็นไปได้ไหมที่จะติดอีสุกอีใสจากน้องเป่า เพราะ อ้อย ยังไม่เคยเป็น ก็ได้รับคำยืนยันจากคนรอบข้างว่าเป็นแน่ ก็จัดการโด๊ปยาด้วยยาต้านไวรัส (แต่สายไปซะแล้ว ยานี้ต้องทานหลังจากมีอาการไข้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง)

                  คราวนี้แม่หมอมาดูอาการ(แม่หมอคือแม่ของอ้อย เป็นแม่หมอจริงๆ เพราะลูกสาวเป็นหมอ 1 คนตอนที่เรียนหมอเวลาป่วยด้วยโรคผู้หญิงก็ต้องอาศัยยาโบราณสูตรแม่หมอประจำ) แม่หมอจะมียาเด็ดๆ อยู่เสมอเวลาที่มีลูกหรือหลานป่วย ยาต้ม ยาไทย ยาผีบอก บ้านนี้มีหมด แต่คราวนี้แม่หมอมียาเขียวมาด้วย สูตรเดียวกับแม่ที่ชลบุรีเลย ยาเขียวนี่อยู่ทนจริงๆ เลยนะครับ ตอนเมื่อผมเด็กๆ ก็ทานยาเขียวนี่แหละครับช่วยกระทุ้งรักษาอีสุกอีใส แต่ผมถามบางคนเค้าบอกว่าไม่ควรทานควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผมก็เลยเตือน อ้อยว่าอย่าทานเลย เดี๋ยวจะเป็นมาก แต่ อ้อยก็ไม่เชื่อครับฟาดไปซะสองซอง ไม่ทันครึ่งคืนเลยครับ ตัวขึ้นผื่นเต็มไปหมด และปวดท้องจนทนไม่ไหว ต้องหอบหิ้วกันมาโรงพยาบาลมอนอ ประมาณ 5 ทุ่มครับ หมอจับให้น้ำเกลือ หมอวัยรุ่นมากเลยครับ ผมยาวเซอๆ หมอบอกว่าจะให้กลับบ้านเพราะกลัวติดเชื้อ และรับเชื้อเพิ่ม แต่ผมกลัวว่าจะเป็นมาก และดึกแล้วหมอก็จัดห้องแยกให้ ส่วนผมก็นอนเฝ้าและก็ดูแล และคิดว่ายังไงก็ไม่เป็นไร เพราะเคยเป็นมาแล้วมีภูมิคุ้นกันแน่นอน ผมก็นอนเฝ้าอยู่คืนกับค่อนวันก็ตั้งใจว่าจะกลับมาเก็บเสื้อผ้าไปนอนต่อและวันรุ่งขึ้นจะได้ไปทำงาน ก็กลับมาเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน และยังบอกน้องจาว่าว่าคงไม่ได้ไปเที่ยวแล้วเพราะแม่ป่วย จาว่ายังบอกว่าก็ให้พ่อขับรถไป แล้วให้แม่นอน

            สุดท้ายผมก็ไปนอนเฝ้าอีกคืน พอตื่นเช้ามาอาบน้ำว่าจะไปทำงาน เอ๊ะ เม็ดอะไรขึ้นที่ตา พอถอดเสื้อ โอโฮ ไหนใครว่าเป็นแล้วจะมีภูมิคุ้มกันไงทำไมเราติดอีสุกอีใสได้ไงเนี่ย สุดท้ายผมต้องลงไปหาหมอ หมอบอกว่า เป็นแล้วก็มีสิทธิเป็นอีกได้ แต่น้อยมาก หมอยังถามว่าคุณแม่อาจารย์จำไม่ผิดนะ ผมยืนยันได้เลยว่าไม่ผิดแน่นอน เพราะแม่ผมท่านเป็นคนชอบบันทึก ท่านจะเขียนบันทึกของท่านทุกวัน และแม่ยังโทรมาบอกว่าให้จดไว้ว่าจาเป่าเคยเป็นอีสุกอีใสแล้วเผื่อตอนโตจะได้รู้ว่าเคยเป็นแล้ว

                สรุปแล้ว เคยเป็นอีสุกอีใสก็สามารถเป็นได้อีก ฉีดวัคซีนก็มีโอกาสเป็นได้ และเมื่อเป็นแล้วก็แล้วแต่ความเชื่อนะครับ อ้อยกินยาเขียว ปรากฎว่าขึ้นเต็มตัวเลย ส่วนผมไม่กิน ขึ้นนิดหน่อย เวลาเป็นแล้ว ทานยารักษาอาการไข้ ถ้าทานยาต้านไวรัส จะต้องทานใน 24 ชั่วโมงแรกที่เป็น แต่ยาค่อนข้างอันตรายมีผลข้างเคียงมาก การรักษาแผลเป็น ผมใช้วิตมินอีที่มีอโรเวล่า ทาที่บริเวณแผล และทานอาหารเสริมบำรุงผิว ได้ผลดีคือตุ่มไม่ค่อยเป็นแผลเป็น

-----------------------------------------------------------

ความรู้เรื่องโรคอีสุกอีใส

ชื่อสามัญทางยา อีสุกอีใส
ชื่อทางการค้าอื่น Chicken pox
อีสุกอีใสเป็นโรคติดเชื้อไวรัส (Varicella) โดยมีไข้ และผื่นแบบตุ่มใสขึ้นตามตัว พบบ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยได้รับเชื้อ หรือมีภูมิต้านทานก็อาจเป็นได้ ในเด็กอาการจะไม่รุนแรงเหมือนผู้ใหญ่
อีสุกอีใสเป็นเชื้อไวรัสจะติดต่อทางไอ จาม (droplet) สะเก็ดของผิวหนังที่ลอกหลังจากมีผื่นจะไม่ติดเชื้อ เชื้อจะอยู่ในร่างการ แม้ว่าอาหารทั่วไปจะไม่มีแล้ว และจะปรากฎออกมาในรูปของงูสวัด เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนตัวลง
อาการและสิ่งตรวจพบ
จะมีผื่นแดงที่ผิวหนัง แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสในเวลาต่อมาไม่กี่ชั่วโมง ตุ่มใสจะเป็นรูปไข่และอยู่ที่ผิว ๆ ต่อมา 3-4 วันจะขุ่น แล้วแฟบตกสะเก็ด โดยไม่มีแผลเป็นปรากฎให้เห็น ผื่นมักจะอยู่ที่ลำตัว รักแร้ ไม่ค่อยจะพบที่ฝ่ามือ เท้า
อาการแทรกซ้อน
ที่พบบ่อย คือ เชื้อบัคเตรีที่ตุ่มโดยกลายเป็นหนอง มีปอดบวม และบางครั้งทำให้เกิดสมองอักเสบได้
การรักษา
ในระยะที่มีผื่นคันการใช้ยาคาราไมน์ ก็จะช่วยลดอาการคันได้ ให้ดื่มน้ำมาก ๆ ให้ยาลดไข้ Paracetamol
ในพวกที่มีอาการรุนแรงให้ส่งโรงพยาบาล มียา Zovirax (Aeyclorvir) ในการรักษา
การควบคุมป้องกัน
อีสุกอีใสมักจะกระจายไปแล้ว แม้ในระยะฟักตัวของโรค หากมาแผนกผู้ป่วยหลังมีผื่นแล้วจะไม่ช่วยควบคุมการกระจายของโรคได้