หลงเสน่ห์...ความงามของทิวทัศน์ ภาพชัดทะเลหมอก โค้งต๊บศอกของเส้นทาง รอยยิ้มที่กว้างขวางของผู้คน ชีวิตที่น่ายินยลของคนในถิ่น

ปีหนูน้อยผ่านผันไปได้ ๒ วันก็เริ่มทำงานอย่างมีความสุขตามพรที่ได้รับ "ทำงานให้สนุกนะคะ".. "ทำงานอย่างมีความสุขนะครับ"..แล้วความสุขก็จะเริ่มบังเกิดขึ้นทีละน้อย..ทีละน้อย..งานแรกของปีเริ่มแล้ว..การประเมินโรงเรียนเพื่อรับรางวัลพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี ๒๕๕๐ ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน
เริ่มต้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน..ถูกใจมาก..เพราะอยากเที่ยวอยู่แล้ว คณะประเมินประกอบด้วยรองผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่ เขต ๑ และ เขต ๒ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และ ผู้เขียน รวม ๕ คน รถตู้สภาพเยี่ยม พร้อมโชเฟอร์คนเก่ง..ลุย..ตะลอนทัวร์...เริ่มแล้ว คณะออกจากเชียงใหม่ทางอำเภอแม่แตง ผ่านห้วยน้ำดัง วนอุทยานแห่งชาติอันสวยงามขึ้นชื่อ โป่งเดือดป่าแป๋ เข้าสู่อำเภอปาย ผ่านอำเภอปางมะผ้า สู่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
สัมผัสแรกที่สวยงาม..คือ ธรรมชาติ ทิวทัศน์สองข้างทางสดใสสวยงามมาก ท้องฟ้าสดใส ตั้งแต่เริ่มออกจากเชียงใหม่ พยายามจะเก็บภาพสวย ๆ แต่ไม่มีความชำนาญ อยากได้วิวดอย หรือภูเขาสวยๆ กลับได้ป่าไม้สองข้างทาง เหมือนกับท่านรอง ฯ มงคล แต่ก็มีฉากภูเขาสวย ๆ หลายภาพ ท่านรองฯ ไกรสรพูด "..ซ้ายก็ดอย..ขวาก็ดอย.." "จริงด้วยค่ะ.." เข้าสู่ตัวอำเภอปาย อำเภอเหนือสุดของแม่ฮ่องสอน เป็นอำเภอเล็ก ๆ คนต่างชาติ โดยเฉพาะฝรั่งเยอะมาก เป็นเมืองท่องเที่ยว คล้ายๆกับพัทยา ผ่านเข้าสู่อำเภอปางมะผ้า และมุ่งสู่อำเภอเมือง เป้าหมายเป็นที่พัก ตลอดเส้นทางทิวทัศน์สวยงามมาก ถูกใจผู้เขียนเป็นยิ่งนัก
เสน่ห์ที่สอง..ที่สัมผัสได้ เมื่อเหยียบย่างเข้าเมืองสามหมอก คือ ..อัธยาศัยไมตรีจิต..ของผู้คน รอยยิ้มที่กว้างขวางและจริงใจ ความน่ารัก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่หยิบยื่นให้แก่ผู้มาเยือนอย่างง่าย ๆ ที่ค่อนข้างพบได้ยากในยุคสมัยปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ เมืองเชียงใหม่ก็ค่อนข้างพบยากแล้ว
คณะได้รับการต้อนรับอย่างอบอ่นจากท่านผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผอ.อุดม ชัยมงคล ท่านเป็นยอดมนุษย์ผู้มีอุดมการณ์ที่ขอนับถือ อีก ๘ เดือนท่านจะเกษียณอายุราชการแล้ว ท่านทำงานชนิดที่ทำให้เราต้องหวนกลับมาย้อนคิดพิจารณาตัวเอง เคยพุดกับเพื่อนครูเสมอว่า..เวลา..ไม่เป็นอุปสรรคของการทำดี มาพบข้อมูลที่ยืนยันได้จริง ๆ จากท่านผอ.อุดม ชัยมงคล นี่เอง บทพิสูจน์ของปรัชญาชีวิตที่น่าทึ่ง
ความมุ่งมั่น เอาจริงเอาจัง ความรับผิดชอบ ความมีวินัยในชีวิต รวมทั้งการเป็นพหูสูต มีครบครันในตัวของท่าน ถ้าประเทศไทยมีข้าราชการเหมือนท่านผอ.อุดม สักประมาณร้อยละ ๕๐ ประเทศชาติบ้านเมืองคงเจริญแบบฉุดรั้งไว้ไม่อยู่เชียวละ ทุกคำพูดของท่านไม่สมควรตัดทิ้งแม้แต่ประโยคเดียว ผู้เขียนสรุปให้ท่านผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดคือ "ตัวอย่างที่ดี ดีกว่าคำสอน" ในทุกเรื่องด้วยค่ะ ท่านบอกเล่าพูดคุยกับพวกเราอย่างมีความสุข IQ กับ EQ มีอยู่ในตัวของท่านพร้อมกันทั้งสองด้าน ท่านใช่เพียงแต่จะเก่งด้านวิชาการเท่านั้น อารมณ์ของท่านก็เป็นเลิศ ท่านพูดภาษาญี่ปุ่นได้ พูดภาษาอังกฤษได้ ท่านเก่งคอมพิวเตอร์ ท่านสามารถใช้ Internet ได้ ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือก็ได้(เราเก่งเหมือนท่านแฮะ) ..น่าทึ่งมากที่ผู้สูงอายุเช่นนี้ทำได้
ท่านส่ง e-mail ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ท่านบอกเล่างานในการดูแลเด็กพิการหรือเรียกว่าเด็กพิเศษของท่าน บอกเล่าถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ย ท่านได้รับความเอื้อเฟื้อจากคนทั่วโลกที่ไม่รู้จักหน้าค่าตากันเลย ท่านสามารถสร้างอาคารเรียน ห้องเรียนที่เหมาะกับเด็กพิการ สื่อการสอนที่ทันสมัยได้โดยใช้ความสามารถของท่านล้วน ๆ ท่านมีข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล นักเรียนคนไหนมีปัญหาอย่างไร ท่านก็ได้รับสื่อที่แก้ปัญหานักเรียนได้ตรงกับสภาพปัญหา ท่านเล่าอย่างภาคภูมิใจ ชี้ให้ดูโน่นดูนี่อย่างมีความสุข ท่านนั่งสาธิตการส่งเมล์ให้พวกเราดู ผู้เขียนมัวเพลิดเพลินในการฟังท่าน จึงเก็บภาพได้ ๒-๓ ภาพเท่านั้น ท่านจัดห้องทำงานแบบญี่ปุ่น เป็นมุมเล็ก ๆ น่ารักมาก เสียดายไม่มีภาพให้ดูค่ะ "ผมซื้อเก้าอี้ทุกตัว ของใช้ส่วนตัวทุกชิ้นด้วยเงินของผมเอง ไม่ได้ใช้เงินที่ขอมาครับ ผมต้องการให้ครูของผมเห็นเป็นตัวอย่าง" ท่านมีจักรยานหนึ่งคันไว้ขี่มาโรงเรียน ท่านบอกว่าอยากให้ร่างกายแข็งแรงต้องทำเองซื้อหาไม่ได้...อีกแล้วปรัชญาชีวิต..ท่านชี้ให้ดูภาพบุหรี่มวนสุดท้ายที่ท่านสูบ กล่องเหล้าสาเก..กล่องสุดท้ายที่ท่านดื่ม (ท่านไปอยู่ญี่ป่นและท่องเที่ยวทั่วโลกมาแล้ว) ท่านบอกว่าสนใจและสมัครเรียนคอมพิวเตอร์ เมื่ออายุ ๕๐ ปีจากโรงเรียนสารพัดช่าง น่าทึ่งในความมุ่งมั่นจริง ๆ
"พร" สุดท้ายที่ท่านฝากให้พวกเราก่อนส่งเข้าที่พัก "ให้อยู่ดีมีสุข" ท่านไม่ให้ "พรรวย" ท่านบอกว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ทุกวันนี้ที่ผู้คนมีปัญหา คือ ให้เงินเป็นนายตัวเอง เราต้องเป็นนายของเงินให้ได้ เป็นนาย ๓ อย่าง รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ เด็ก ๆ ที่เข็นรถเดินตามพ่อแม่ในห้างสรรพสินค้า หยิบของที่ต้องการใส่รถ พ่อแม่ส่งการ์ดให้รูด ของบางอย่างซื้อมาแล้วทิ้งขว้างไม่เป็นประโยชน์ เด็กไม่รู้จักค่าของเงิน สิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของบ้านเมืองต่อไปในอนาคต..ความจริงอีกแล้วค่ะท่านผอ...


เพียงชั่วยังไม่ข้ามคืน ผู้เขียนก็หลงเสน่ห์ท่าน ผอ.อุดมเข้าแล้ว ท่านเอื้อเฟื้ออาหารมื้อเย็นที่เป็นอาหารคนไต อาหารท้องถิ่น ไม่คุ้นหน้าตาและชื่อ แต่อร่อยมากค่ะ ที่จำได้มี ไก่อุ๊บ มะเขืออุ๊บ จิ้นลุง น้ำพริกอ่อง(เหมือนของเชียงใหม่) และท่านก็เอื้อเฟื้อประสานที่พักให้ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ เสียดายที่ไม่มีภาพให้ดูค่ะ เพราะเข้าที่พักมืดแล้วและก็ออกแต่เช้ามืดเช่นกัน บ้านพักอยู่บนดอยสูง บรรยากาศเยี่ยม อากาศหนาวเหน็บจับใจ
เสน่ห์..ที่สัมผัสได้อีก จากผู้คนในเมืองสามหมอก ที่พบได้ง่าย ๆ จากการท่องราตรี ที่ถนนคนเดินในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ของคืนวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๕๑ คำพูดเชิญชวนของพ่อค้าแม่ค้า "เจินผ่อแหละเจ้า.." "จิมได้นา.." "ลองได้เจ้า.." "บ่เป๋นหยังเจ้า.." ผู้เขียนเมียงมองดูขนมหน้าตาแปลก ๆ คงแสดงทีท่าอยากชิมให้แม่ค้าเห็น แม่ค้าจึงยื่นขนมให้ "ลองผ่อซักหน้อยน่อ..ลำนา" (ลองดูสักนิด..อร่อยนะ) ชื่อ "ข้าวปุก" แม่ค้าบอกให้จิ้มน้ำอ้อยด้วย อึม..อร่อยจริงๆ ค่ะ ราคาไม้ละ ๕ บาท ซื้อเพราะไมตรีจิตของแม่ค้า ก่อนกลับที่พักได้เสื้อสาวไตอีก ๑ ตัว ซื้อเพราะหลงเสน่ห์แม่ค้าคนสวย พูดจาไพเราะ มีน้ำใจ "ลองใส่ได้เจ้า" "ตั๋วนี้ก่องาม" "ตั๋วนี้ก่อเหมาะเจ้า ลวดลายงามเจ้า.." สารพัดคำพูดที่น่ารัก และการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า ผู้เขียนกับ อ.พุดตาน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมฯ ได้เสื้อสวยกลับบ้านคนละตัว
อยากให้ความงดงามเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่อยู่คู่กับ "เมืองแม่ฮ่องสอน" เมืองสามหมอกไปนานเท่านาน ก่อนกลับที่พักได้ไปกราบพระที่ "วัดจองกลาง" วัดคู่บ้านคู่เมืองอีกวัดหนึ่งของแม่ฮ่องสอนที่มีความสวยงามพอ ๆ กับ "วัดจองคำ" ซึ่งเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่ขึ้นชื่อ มีภาพสวย ๆ ของพระธาตุที่บันทึกเองมาฝากด้วย (ช่างภาพมือใหม่สมัครเล่นค่ะ..)

เช้าวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๑ ออกจากที่พักตีห้า เพราะต้องไปถึงโรงเรียนก่อน ๘ นาฬิกาโผล่ออกจากที่พัก โอ้โฮ..สัมผัสกับความหนาวเย็นยะยือก ละอองหมอกที่ลอยเต็มไปหมด มองไม่เห็นทางเดินลงจากที่พัก ต้องเดินอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ
ในช่วงการเดินทางไปโรงเรียนต้องเปิดไฟรถตลอด เพราะหมอกลงมืดครึ้ม เอ!หรือเรียกว่า "หมอกหนา" ผ่านภูเขาสองข้างทาง สัมผัสกับคำว่า "ทะเลหมอก" ได้จริง ๆ เหมือนทะเลอย่างชัดเจน..เก็บภาพไม่ได้ โชเฟอร์บอกว่าเป็นช่วงขึ้นเขาอันตรายในการจอดรถ เก็บภาพได้ในจุดชมวิว แต่ไม่ค่อยสวย อยากให้ผู้อ่านเห็นภาพ จึงขออนุญาตภาพสวยๆ ของทะเลหมอกของคุณหมอกาแฟมาค่ะ สวยจริงๆ ..ทะเลหมอก...
"โค้งต๊บศอก" เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของแม่ฮ่องสอน ที่มีในจังหวัดเดียวของประเทศไทย ท่านที่ต้องการสัมผัส ต้องไปเองและเดินทางทางรถ "ต๊บ" น่าจะหมายถึงพับ ท่านลองพับแขนเป็นรูปตัว V แล้วยกมือขึ้นลง นี่แหละค่ะความน่าหวาดเสียวของโค้งต๊บศอก ที่มีทั้งหมด ๑,๘๖๔ โค้ง ลุงนิรันดร์โชเฟอร์พูดกับผู้เขียน "ศน.อ้วน บ่ต้องนับโก๊งหรอกครับ...ผมว่ามีสองโก๊งเต้าอ๊ะ..โก๊งขวา..โก๊งซ้าย.." "ใช่ค่ะลุง..ยอมแพ้" (เวลาอ่านออกเสียง โกง-โก่ง-โก้ง-โก๊ง ลากเสียงยาวๆ นะคะ เพราะถนนโค้งจริง ๆ ค่ะ)
นับโค้งไม่ครบสักทีก็ถึงโรงเรียน หมอกมืดครึ้มเต็มไปหมด สงสารเด็กนักเรียน แต่พวกเขาก็คงชินแล้ว กว่าจะได้เข้าแถวเคารพธงชาติเกือบ ๙ โมง ผู้เขียนต้องทำสมาธินับ ๑-๑๐๐ เพื่อต่อสู้กับความหนาว การปวดหัวที่เริ่มเกิดขึ้นและน้ำมูกที่เริ่มไหลเพราะไม่ได้สวมหมวก ผมเปียกเพราะละอองหมอก ในช่วงกิจกรรมหน้าเสาธง รู้สึกปวดมือมากต้องขอแก้วน้ำร้อนจากคุณครูมาถือไว้ เพื่อให้อุ่นขึ้น

เสน่ห์สุดท้าย..ที่สัมผัสได้เพียงชั่วข้ามคืน คือ "วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน" ทำให้ผู้เขียนคิดถึงแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่อง ความพอเพียง พบได้จากผู้คนที่นี่ ผู้เขียนได้สัมผัสกับชาวบ้านที่มาร่วมกิจกรรม ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ หลากหลายวัย แต่น่ารักเหมือนกัน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ผู้เฒ่ายกมือไหว้ ทำเอารับไหว้เกือบไม่ทัน..
การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น อาหารการกินพื้นบ้านง่าย ๆ ปลอดสารพิษ ได้กินอาหารของคนไตอีกหนึ่งมื้อ บันทึกภาพมาฝากท่านผู้อ่านด้วยค่ะ พร้อมทั้งคำอธิบายของคุณครูและชาวบ้านที่นั่งร่วมวงด้วยกัน มียำหมะหนามโก๊ง (หมะหนามโก๊ง อ่านออกเสียงเหมือน "โค้ง" เป็นผักพื้นบ้านของแม่ฮ่องสอน เป็นไม้ยืนต้น ) ผู้เขียนติดใจอยากเห็นมะหนามโก๊ง คุณครูก็แสนดีให้นักเรียนไปเด็ดมาจากบ้านข้างโรงเรียน มีภาพมาฝากด้วยค่ะ.. ฝักคล้ายถั่วลันเตาขนาดใหญ่ ยำก็ออกรสเปรี้ยว เหมือนยำทั่ว ๆ ไป และมี ยำถั่วพู จิ้นลุง น้ำพริกอ่อง ผักกาดจอ แคบหมู ผักลวกจิ้มน้ำพริก ที่แปลก คือ ยำถั่วพู จริง ๆ แล้ว คือ ยำเต้าหู้ ขนมหวานมี ๒ อย่าง คือ เปม้ง กับ อะหละหว่า ผู้เขียนเห็นเป็นครั้งแรกของชีวิต คุณครูมัลลิกาบอกว่าเป็นขนมเค้กของชาวไทยใหญ่ ทำด้วยแป้งข้าวจ้าว ผสมผงฟู ใส่กะทิและน้ำอ้อย ขนมอะหละหว่าคล้ายกัน แต่ทำด้วยแป้งหมี่ อร่อยอีกมื้อหนึ่งเลยเรา

"ชีวิตที่น่ายินยลของคนในถิ่น" เป็นเสน่ห์สุดท้ายที่ผู้เขียนหลงใหล ในชั่วข้ามคืน ที่เมืองสามหมอก เมืองแห่งหมอกควันในฤดูแล้ง หมอกฝนในฤดูฝน และ หมอกหนาว วิถีชีวิตที่เรียบง่าย มีความสุขอย่างพอเพียง มีประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงาม ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยสดงดงาม ผู้เขียนสอบถาม อ.พุดตาน ที่เป็นคนแม่สะเรียงโดยกำเนิด และคุณครูมัลลิกา ทำให้รู้จักเพลงประจำที่ร้องกันโดยทั่วไปของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ชื่อเพลง " แม่ฮ่องสอน แดนไพร" ทำนองไพเราะมากค่ะ..เนื้อเพลงที่ถ่ายทอดออกมาสื่อให้เห็นภาพของแม่ฮองสอนได้ชัดเจนมาก..นี่เอง "เสน่ห์...เมืองสามหมอก" ที่ฉันหลงใหล


...สวัสดีค่ะ.....
สวัสดี ศน.อ้วนลักไปแอ่วบ่บอกหื้อกั๋น หากลุงไปแอ่วพ่องก็จะแอบไปตึงบ่บอกหื้อ ศน.อ้วนฮู้นะ จะบอกหื้อ..
เห็นภาพและคำบรรยายเป็นแนวทางที่ลุงหนานจะไปเหมือนกันตอนเกษียณ กันยา 51นี้ ไล่ตามทางของ ศน.อ้วน แต่จะวกลงทางใต้แม่สะเรียงถึงแม่สอดไปเล้ย
ขอบคุณที่บอกเล่าให้ข้อมูลก่อนที่พวกลุงจะไปแอ่ว เหมือนกั๋นเน้อ..เจ้า
สวัสดีเจ้า.....จากลุงหนาน
พรหมมา
(แพ้ ศน.อีกแล้วคืนนี้)
อ่านแล้วเหมือนไปมาด้วยเลยค่ะ
" ตัวอย่างที่ดี ดีกว่าคำสอน" สงสัยหนูจะหลงเสน่ห์ ท่านผอ.อุดม บ้างซะแล้ว อ่านเรื่องของท่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองหายใจทิ้งไปวันๆจริงๆ
แค่นี้ก่อนนะคะ..แล้วจะแวะมาใหม่ค่ะ(เฮ่อ..เน็ตไม่เป็นใจจริงๆ)
สวัสดีปีใหม่ค่ะ นศ.อ้วน
แอบไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนมา หลงเมืองแม่ฮ่องสอนแล้วใช่ไหมค่ะ เขาบอกว่าใครก็ตามที่มาเที่ยววัดพระธาตุดอยกองมูแล้วมาเคาะระฆัง จะต้องได้กลับเมืองที่มีมนต์นี่อีกครั้งค่ะ หนูเคาะไปหลายทีแล้ว ขนาดย้ายออกมาแล้วยังต้องกลับไปหาความหลังอีก มีความผูกพันธ์ ความรัก ความสุข ความทุกข์ ความประทับใจ ตลอดจนบุคคลที่เคารพนับถือ ผู้คนที่น่ารักที่นั่น เด็กๆนักเรียนลูกศิษย์ก็ยังติดต่อกันไม่ขาด หนูคนหนึ่งที่หลงรักเมืองสามหมอกนี้ค่ะ
สวัสดีเจ้า..ลุงหนาน
ดีใจ๋ตี้สุดเจ้า..ตี้มาแอ่วหาน้อง ศน.อ้วน
ฮิ ๆ เปิ้นลักไปแอ่วมาก่อนลุงหนาน ไปผ่อหนตางล่วงหน้า.เจ้า
ลุงเจ้า..คณะของศน.อ้วนเดินทางเป๋นวงกล๋มเหมือนกั๋นเจ้า เข้าตางเหนือ.ออกตางใต้..ต๋อนปิ๊ก..ปิ๊กตังขุนยวม..ผดแม่แจ่ม..เข้าจ๋อมตอง..ลวดเข้าบ้าน..เจ้า
ถ้าวกลงลงตางใต้ไปตางแม่สะเรียง..ผดออกตาก..ทะลุแม่สอด...สุดยอดเลยเจ้า..ศน.อ้วนจะไปตวยลุงแถมกำนะเจ้า
วันเดียว..ม่วนมอกอี้..ถ้าไปหลาย ๆ วัน..ยังบอกบ่ถูกว่าจะม่วนมอกใด
ขอบคุณ..ลุงหนาน..จ้าดนักเจ้า
หนูอ้วน
สวัสดีค่ะ..สาวน้อยใครเอ่ย
ดีใจจังค่ะ..ที่มาตามสัญญา..ดีใจที่สุด
ไม่แน่ใจว่าจะหายไปอีกหลายวันหรือเปล่า..รีบคุยเมื่อมีโอกาสนะคะ..เผื่อความคิดถึงจะได้ลดลง
ถ้าสาวน้อยได้ไปด้วย..คงมีความสุขแบบสุด ๆ เลย..แค่คิดก็สุขแล้ว..
หลงเสน่ห์ท่านผอ.เข้าแล้วใช่ไหมล่ะคะ..ทุกอย่างที่ท่านพูดเป็นปรัชญาชีวิตสอนเราได้ทุกเรื่องค่ะ..ยังทึ่งไม่หาย มีอีกหลายเรื่องค่ะ..ที่ไม่ได้เล่าไว้
ท่านบอกว่าท่านพยายามทำโรงเรียนให้เหมือนบ้าน..เพื่อที่จะทำให้คุณครูรักโรงเรียน..ไม่ร้องยี้..ว่าไม่อยากมาโรงเรียน..
แล้วก็พบได้จริง ๆ..คุณครูหนุ่ม คุณครูสาวจะมาโรงเรียนแต่เช้า..มาทำอาหารเช้าทานด้วยกันก่อนสอน..ทานข้าวด้วยกันวันละ ๓ มื้อ..เพราะเด็กก็เป็นเด็กไม่ปกติอยู่แล้ว..ท่านซื้อใจคุณครูได้ทุกคน..ยกนิ้วให้ท่าน
ก่อนจะกลับท่านยังเชิญชวนและให้สัญญาว่าจะพาไปเที่ยวถ้ำแก้วโกมล..ถ้าศน.อ้วนอยากกลับไปเที่ยวอีก..ไปด้วยกันนะคะ
มีความสุขจังค่ะ..ที่ได้คุยถึงท่านอีก..เฮ้อ..เราหลงเสน่ห์ท่านผอ.จริง ๆ ด้วย..ชนิดถอนตัวไม่ขึ้น
ขอบคุณมากค่ะ..หลับฝันดีแล้วใช่ไหมคะ
สวัสดีค่ะ.."ครูเอ" คนงาม
ดีใจจังค่ะ..ที่มีสาวน้อยคนงามเข้ามาเยี่ยม
แอบไปดูประวัติมาแล้ว..เราอยู่ด้วยกันนี่..ใช่ไหมคะ
ต่อไปเข้ามาคุยด้วยกันอีกนะคะ..แล้วศน.อ้วนจะไปเยี่ยมครูเอด้วย..
ครูเอคะ..นี่ขนาดไม่ได้ขึ้นไปเคาะระฆังที่บนวัดพระธาตุดอยกองมูนะคะ..ยังหลงใหลได้ถึงปานนี้..
แม่ฮ่องสอนเมืองแห่งมนต์อาถรรพ์จริง ๆ ...
"ฮ่องสอน..ถิ่นนี้มีมนต์อาถรรพ์..สุขจริงยิ่งกว่าสวรรค์..เฝ้าใฝ่ฝันใจไม่ถ่ายถอน.."
เสน่ห์ความน่ารักของผู้คน..ยังอยู่ในความทรงจำเหมือนครูเอค่ะ..ขนาดไปไม่ถึง ๒ วันนะคะนี่..
สมแล้วที่ครูเอ..ต้องย้อนกลับไปหาความหลังอีก
ชอบสาวๆ และผู้หญิงที่ทาแป้งทานาคาไว้ที่สองแก้ม เหมือนเครื่องหมายดอกจันทร์ค่ะ..น่ารักจัง
"สาวสวยคมซึ้ง..พาใจคะนึงมิวาย..ใครพบต้องเพ้อฝันใฝ่..ถึงทรามวัยเมืองในหมอกนี้"
เราหลงเสน่ห์..หลงรัก..เมืองสามหมอกเหมือนกัน
ขอบคุณในน้ำใจค่ะ...น้องสาวคนใหม่
สวัสดีตอนเช้าครับ
เห็นแต่เมื่อวานแล้ว แต่คงอ่านไม่จบ เลยมาอ่านตอนเช้านี้ อ่านแล้วหนาว (ตามบรรยากาศ อิๆ)
อาจารย์บรรยายให้อ่านได้เพลิดเพลิน ทำให้อยากไปแม่ฮ่องสอนอีกหลายๆ ครั้ง ถ่ายทอดบรรยากาศของกาดล้านนามาให้อ่านอย่างเห็นภาพเชียวครับ การเป็นคนนอกพื้นที่ ทำให้สังเกตเห็นสิ่งแปลกใหม่ได้มากมาย อันนี้เป็นข้อดี
มีเรื่องราวดีๆ ของบุคคลตัวอย่าง อย่าง ผอ.อุดม น่าชื่นชมและเอาเป็นแบบอย่างจริงๆ ครับ
เพลงที่ใส่มา ไม่เคยฟัง ไม่ทราบทำนอง แต่อ่านแล้วทราบได้ว่าไพเราะจริงๆ
อาจารย์เขียนบันทึก จัดภาพ ตัวหนังสือได้สวยงามมากครับ เพิ่งสังเกตว่าด้านขวามือมีตัวหนังสือวิ่งได้ด้วย เก่งจังเลย
ปิดท้ายด้วยจับผิดโฆษณา "พหูสูต" (พหุ + สุต) อันนี้เขียนตกหล่นกันบ่อย เพราะพอเขียนก็นึกไปถึงคำว่า "สูตร" ทุกที เขาว่านักปราชญ์ยังรู้พลั้ง อิๆ ผมเที่ยวจับผิดคนอื่น ถึงทีตัวเองเขียนก็ผิดเหมือนกัน
ขอให้สนุกกับการตะลอนทัวร์นะครับ ช่วงนี้มีอะไรที่ต้องทำเยอะกว่าเดิมมาก เหนื่อย แต่ก็สนุกดีครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์วัชราภรณ์ วัตรสุข
แค่หนิงได้เข้ามาอ่านหนิงก็หลงเสน่ห์ท่านผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ท่านผอ.อุดม ชัยมงคล แล้วค่ะ อยากจะได้เรียนรู้จากท่านจังเลยนะคะ
ขอบพระคุณอาจารย์ที่แนะนำให้หนิงได้รู้จักผู้ใหญ่ที่ทำงานด้านการจัดการศึกษาของผู้พิการเพิ่มอีกคนค่ะ
ดีใจจังที่มีเว็บดีๆอย่างนี้ นอกจากจะเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันแล้ว ยังได้อ่านงานเขียนที่ถูกใจศน.อ้วนพาเที่ยวเมืองสามหมอก จนคนอ่านหลงรักเมืองนี้ไปตามๆกัน...ในอาณาจักรนักฝัน...การได้อ่านได้สัมผัสความงามจากใจ...จากธรรมชาติก็เป็นความอิ่มเอมอย่างยิ่งแล้ล่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ..คุณครู
เพิ่มเติมข้อมูลค่ะ..คุณครู
ผู้ให้ข้อมูลคือ อ.พุดตาน ค่ะ..จึงไปค้นข้อมูลจาก Navy's Optimistic World : My so called Life จากเว็บไซต์http://navv.multiply.com/journal/item/65
มีเพลง "แม่ฮ่องสอนแดนไพร" อยู่ในเว็บนี้ด้วยค่ะ
หากคุณครูเคยได้ฟัง พอ.สว.ร้องถวายสมเด็จพระพี่นางฯแล้ว คุณครูลองร้องนะคะ..รับรองว่าสุดแสนไพเราะอย่าบอกใครเชียวค่ะ..
แล้วคุณครูก็จะต้องได้ไปทัวร์แม่ฮ่องสอนแน่นอน..
สวัสดีค่ะ..
สวัสดีค่ะ..คุณหมอหนิง
ดีใจจังค่ะ..ได้กัลยาณมิตรเพิ่มเป็นคุณหมอคนสวย
ต้องขอโทษด้วยค่ะ..ที่คุยกับคุณหมอหนิงช้าไปนิด..เพราะอยู่ระหว่างทำงานต่างจังหวัดยาว..แต่ก็อยากคุยด้วยค่ะ..เว็บก็ไม่ค่อยเป็นใจเลยค่ะ..
ขอบคุณจากใจจริงค่ะ..ที่กรุณาแวะเข้ามาอ่านบันทึกและหลงเสน่ห์ ท่าน ผอ.อุดม เหมือนกัน..
หากคุณหมอได้พบจริงแล้ว..จะต้องหลงยิ่งกว่านี้ค่ะ
จนขณะนี้ยังคิดอยู่นะคะ..ว่าอยากย้อนกลับไปเที่ยวและเยี่ยมท่าน ผอ.อีกค่ะ..จะไปกราบงาม ๆ ..นั่งฟังเรื่องราวต่าง ๆ จากท่านอีก
ทุกคำพูดของท่านเป็นปรัชญาชีวิตทั้งสิ้น ค่ะ
โดยเฉพาะท่านเอา "ใจ" ของท่านทำเพื่อ "เด็กพิเศษ" ล้วนๆ
ในงานที่ได้รับผิดชอบที่เขตพื้นที่การศึกษาตัวเองก็ได้มีส่วนรับผิดชอบเด็กพิเศษด้วยค่ะ ส่วนมากจะเป็นเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้เป็นส่วนใหญ่ค่ะ เด็ก LD ด้านการอ่าน การคิด การเขียน ที่เรียนร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียน การทำงานก็ร่วมกับศูนย์การศึกษาพิเศษ เขต ๘ ค่ะ
ดีใจมากค่ะ..ที่ได้รู้จักคุณหมอหนิงผู้มีอุดมการณ์เช่นกัน
เข้าไปอ่านบันทึกของคุณหมอแล้วค่ะ..เป็นภาษาอังกฤษเยอะจัง(ฮิๆ..)ภาษาไทยเลยถอยออกมา แล้วจะเข้าไปหัดอ่านด้วยใหม่นะคะ
ด้วยความจริงใจค่ะ..วัชราภรณ์
สวัสดีค่ะ..พี่สาวคนใจดีที่หนึ่ง
ดีใจที่สุดและที่สุดค่ะ..ที่พี่เข้ามาเยี่ยมน้องจนได้
เก่งจริงๆ ค่ะ..สมแล้วที่จะได้ลงกินเนสต์บุ้คส์..
น้องอยากให้ครูภาษาไทยคนเก่งมาเป็นเพื่อนครูให้น้องด้วยนะคะ
เพื่อที่การใช้ภาษาของน้องจะได้สวยและงดงามขึ้น..
ความคาดหวังของน้องต่อไปคะ..พี่สาวจะมี blog เป็นของตัวเอง
แล้วเข้ามาคุยกับน้องอีกนะคะ..
น้องจะรอ..อย่าให้คอยเก้อนะคะ
ด้วยรักและเคารพค่ะ..น้องอ้วน
สวัสดีค่ะ..คุณครูนารี
ขอโทษนะคะ..ที่รับทราบไมตรีจากคุณครูนารีค่อนข้างช้ามากค่ะ..แต่ก็รับรู้ได้ด้วยใจค่ะ..
พรของคุณครูนารี "ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ" นี่แหละค่ะ..ที่ทำให้มีพลังขึ้นมาอย่างมากมายมหาศาลในการทำงาน
คิดถึง..และ..ซาบซึ้งในน้ำใจของคุณครูนารีค่ะ..
จะเข้าไปเยี่ยมคุณครูนารีนะคะ..
ขอบคุณสวย ๆ ค่ะ...
สวัสดีค่ะท่านศึกษานิเทศก์
สวัสดีค่ะ..เพื่อน ๆ ทุกท่าน
สวัสดีครับ
บันทึกนำเสนอของอาจารย์น่าอ่าน ปราณีตมีคุณค่า และข้อมูลครบถ้วนดีมากๆครับ ขอให้มีความสุขกับการทำงานที่เมืองสามหมอกนะครับผม
หากมีสิ่งดที่ผมพอจะรับใช้ได้ ยินดีนะครับ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
ปาย
สวัสดีค่ะ..ครูพี่เหมียว
ใกล้วันครูแล้ว..ขอเรียก "ครู" นะคะ เพราะรักครูนี่นา..
รับรู้ได้ค่ะ..ในความห่วงใย.ของพี่เหมียว..ขอบคุณค่ะ..ขอบคุณ
พี่เหมียวขา.."แม่ฮ่องสอน"..มีเสน่ห์จริง ๆ ค่ะ
ตั้งใจไว้แล้วค่ะ..ว่าจะย้อนกลับไปอีก..ไปเที่ยวกับน้องนะคะ
ใช่แล้วค่ะ..บรรยากาศตลาดยามเช้าแม่ฮ่องสอนต่างจากตลาดต้นลำไยบ้านเรา
แต่ก็ไม่โดยสิ้นเชิงค่ะ..ด้านในตลาดน่าจะเหมือนกันคือสินค้าประเภทอุปโภคและบริโภค แต่ด้านนอกโดยรอบส่วนมากจะเป็นสินค้าท้องถิ่น ที่เป็นพืชผัก ผลไม้ อาหาร ขนม ที่เป็นผลิตผลของครัวเรือน ที่คงเอกลักษณ์ของแม่ฮ่องสอน เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อ ถั่วแปยี แป๊ะหล่อ ถั่วตัด งาตัด ข้าวซอยตัด ถั่วเน่าแค็บ น้ำมันงา ข้าวปุก(เท่าที่รู้จักและได้กินบ่อย ๆค่ะ)
ดีใจจังค่ะ..พี่เหมียวชม..ศน.อ้วนเขียนเก่ง..เป็นปลื้มเลย
จะพยายามเขียนอีกค่ะ..เรื่องราวจากตะลอนทัวร์ ตอนต่อไป "หนึ่งวัน..ที่จันจว้า" พี่เหมียวเข้ามาอ่านนะคะ..
เข้าไปชม"บ้านรักษ์ภาษา"ของพี่เหมียวแล้ว..เยี่ยมค่ะ..ขนาดมือใหม่นะคะนี่..สุดยอด
สู้..สู้..ค่ะ เพื่อ"ภาษาไทยภาษาชาติ" ของเรา
คิดถึงพี่เหมียวค่ะ...น้องอ้วน