เสียดาย ที่ผู้เขียนไม่มีญาณหยั่งรู้ ว่า โอกาสของผู้เขียน ไม่วันอีกแล้ว

   ในชีวิตของผู้เขียน มีสิ่งที่เรียกว่าภาคภูมิใจ เป็นอย่างมากอยู่เหมือนกัน นั่นคือ การได้ทำงานรับราชการ เป็นข้าในพระองค์ของพระเจ้าอยู่หัว และกับตำแหน่งหัวหน้าสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี นำมาซึ่งความได้มงคล แห่งชีวิตการทำงาน ที่มีโอกาส ได้เข้าเฝ้าทุกปี นับจากนี้ไป

  แต่ยังมีงานอีกด้านหนึ่ง ที่ผู้เขียนถือว่าเป็น งานที่รักที่จะทำ ด้วยใจปรารถนา ไม่มีใครบังคับ คืองานอาสาสมัคร ผู้เขียนชอบงานแบบนี้ มันได้ช่วยขัดเกลาความเห็นแก่ตัวของตนเอง และช่วยพรวนความเมตตาจิตให้งอกงามในใจ ของมนุษย์ ดวงหนึ่งนี้ได้เป็นอย่างดี

  ถ้าถามว่าแล้วชอบงานอาสาเรื่องอะไรมากที่สุด ก็ต้องบอกว่า งาน "พอ.สว."

   ผู้เขียนรับราชการมา ๒๗ ปี และจำได้ว่า สมัคร เป็นสมาชิก พอ.สว.ตั้งแต่ปีแรกเลยทีเดียว เพราะ ความกันดารของพื้นที่ปฏิบัติงาน ทำให้มีหน่วยแพทย์ "พอ.สว."มาลงเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อมาสถานีอนามัยที่อยู่ ตามที่เคยเล่าให้ฟังว่า ห่างไกลตัวเมืองมาก ประชาชนยากจน การเดินทางลำบาก ดังนั้น จึงมีโครงการ "พอ.สว." ทางอากาศขึ้น มีแพทย์อยู่ในโรงพยาบาลจังหวัด เป็นแม่ข่าย สถานีอนามัยของผู้เขียน เป็นลูกข่าย เราจะใช้วิทยุสื่อสาร มีเสาอากาศสูง ส่งได้ไกลถึงกรุงเทพฯ ผู้เขียนมีชีวิตการทำงานอาสาสมัคร เกี่ยวกับ พอ.สว.มาเป็นประจำ วันที่ได้ออกหน่วย แต่ก่อนใช้รถทหารบรรทุก สัมภาระและเจ้าหน้าที่ เส้นทางที่ค่อนข้างลำบาก ฝุ่นแดงติดเสื้อผ้า บางครั้งหน่วยก็อยู่กลางป่า กลางเขา แต่พวกเราก็เป็นสุขในการทำงานดี สมัยเมื่อครั้งสมเด็จย่า ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ เคยเข้าเฝ้าหลายครั้ง พระองค์ จะเสด็จพระราชดำเนิน เข้ามาทักทาย เจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน เมื่อเสร็จงาน พวกเราจะได้รับพระเมตตา ให้เข้าเฝ้าใกล้ชิด เป็นความสุขที่ก่อตัว และฝังแน่นอยู่ในจิตใจ มาตลอด และตั้งปณิธาน จะเป็นสมาชิก ออกปฏิบัติงาน ไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต

   เมื่อสมเด็จย่าสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระพี่นางเธอฯ ทรงรับ "พอ.สว" ไว้ในพระอุปถัมภ์ ผู้เขียนเคยมีความปรารถนา จะเข้าเฝ้าพระพี่นางเธอฯ บ้าง แต่ยังไม่มีโอกาส จนกระทั้ง เมื่อไม่กี่ปีมานี้ พระองค์ทรงเสด็จเยี่ยม "พอ.สว." ทุกจังหวัด รวมทั้งชลบุรีด้วย คราวนั้น เหล่าสมาชิก ต่างก็ซักซ้อมร้องเพลงประจำจังหวัด เพื่อร้องถวายพระองค์ในวันเสด็จ จำได้ว่า ผู้เขียนก็ร้องจนขึ้นใจ และหมายมาดว่า คงได้เข้าเฝ้าแน่นอน

  แต่แล้ว ก็มีเหตุจำเป็น ทางราชการ ทำให้ผู้เขียนไม่ได้ออกหน่วยกับเขา ได้แต่ชมภาพข่าว "พอ.สว." ชลบุรี นั่งพับเพียบร้องเพลงต่อหน้าพระพักตร อย่างชื่นสุข และผู้เขียนก็สัญญากับตัวเองว่า คราวหน้า ถ้าพระองค์เสด็จ เราจะเข้าเฝ้าให้จงได้

  เสียดาย ที่ผู้เขียนไม่มีญาณหยั่งรู้ ว่า โอกาสของผู้เขียน ไม่วันอีกแล้ว ข่าวคราวของพระองค์ ค่อยๆเงียบหายไป ไม่ค่อยเสด็จออกงานบ่อยเหมือนก่อน แท้จริงแล้วทรงเริ่มพระประชวรด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งผู้เขียนเอง ก็มาทราบเอาระยะหลังนี้เอง แล้วก็ไม่ได้เห็นพระองค์อีกเลย แต่ทุกครั้งที่ออกหน่วย พอ.สว. ผู้เขียนก็ยังทำหน้าที่เต็มกำลังเหมือนเดิม เป็นหน่วยแพทย์ผู้ใจดี ผู้ให้บริการ จะยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้นในหน้าที่ แม้จะมาจากคนละที่คนละทาง แต่งานก็ประสานกันอย่างลงตัว เพราะเราถือว่า กำลังทำงานถวายพระองค์ รักษาราษฎร์ของพระองค์

  หน่วยเคลื่อนที่ของเราจะเรียบง่าย กินข้าวกล่อง ที่สั่งในพื้นที่นั่นแหละ เป็นอาหารกลางวัน คนไข้จะกี่ร้อยเราก็รักษาให้จนแม้จะล่วงเลยเวลาเที่ยงไปนานแล้ว บางคนที่เจ็บหนัก หรือต้องรักษาเฉพาะ ก็จะได้รับสิทธิ์ เป็นคนไข้ พอ.สว. ทันที

  วันนี้ผู้เขียนรำลึกถึงงานอาสา พอ.สว. มาก เพราะประธาน ผู้เปรียบเสมือนแม่ทัพใหญ่ คือสมเด็จพระพี่นางเธอฯ ทรงเสด็จจากพวกเราไป ความอาดูร ในครั้งนี้ อยู่เหนือคำบรรยาย ทุกครั้งที่โทรทัศน์ฉายภาพพระองค์ ในงานพอ.สว. ผู้เขียนจะรู้สึกตื้นตันทันที พระองค์ทรงให้ความเมตตาแก่ เหล่าสมาชิกที่ออกหน่วย ยามที่เสร็จสิ้นภารกิจ เราจะมานั่งรายล้อมพระองค์ จะทรงทักทายอย่างกันเอง เหมือนแม่กับลูกๆ ทรงฉายพระรูปร่วมกับพวกเรา และจะรอส่งเสด็จเป็นที่เรียบร้อย พวกเราจึงจะแยกย้ายกันกลับ

   วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๑ จะมีหน่วย พอ.สว. มาออกที่จังหวัดชลบุรี ผู้เขียนก็คงยังออกหน่วยเหมือนเดิม ออกไปให้บริการ แก่ประชาชนของพระองค์ ในพื้นที่ที่ค่อนข้างลำบาก เหมือนเดิม ผิดกันก็แต่ว่า คราวนี้ เหล่าสมาชิกที่ออกปฏิบัติงาน คงมีสภาพจิตใจที่ไม่ต่างกัน ใจที่โหยหาคิดถึง อยากต่อเวลาให้พระพี่นางเธอฯ ได้ทรงมีพระชนมชีพ อยู่ต่อไป อยากได้โอกาสแห่งการเข้าเฝ้าต่อหน้าพระพักตร อยากร้องเพลงถวาย อยากได้ยินพระดำรัส ไตร่ถามให้หายเหนื่อย ยามเสร็จสิ้นภารกิจ.......และอยากให้,,,,,,ฯลฯ.......

   แต่วันเวลาก็ไม่อาจหวนคืนอีกแล้ว ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย ไม่ย้อนคืน มีก็แต่เพียงความทรงจำที่ ตราตรึงอยู่ในดวงจิตตลอดไป

 ขอฝากบทกลอน ที่เขียนไว้ในบันทึกส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ของท่านพลเดช  วรฉัตร ให้เราทุกคน ได้ร่วมส่งเสด็จพระองค์ท่านป็นครั้งสุดท้ายอีกครั้งค่ะ

 

 

........ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย............

 

  สรวงสวรรค์บันเทิงบรรเจิดจ้า

ทิพย์สถานเทวาเปล่งราศี

ท่วงทำนองฆ้องสังข์ทั้งดนตรี

บรรเลงเพลงมโหรีกล่อมพระทัย

 

   ราชรถจรดลงส่งเสด็จ

หยาดน้ำเพ็ชรโปรยละอองส่องแสงใส

ผ้ากำพลปูลาดพระบาทไป

ดวงหทัยพระพี่นางกระจ่างจันทร์

 

  ก่อนเสด็จสู่พิมานอลงกรณ์

ทรงอวยพรชาวไทยให้สุขสันต์

ถึงคราวต้องลาจาก..ฝากเทวัญ

ช่วยปลอบขวัญ ปวงประชาอย่ากังวล

 

  สีเงินยวงแห่งเมฆามาปรากฏ

ช่วยบังบด วิมานทองดั่งล่องหน

 หยาดน้ำตาข้าพระบาทสะกดทน

ม่านมงคลลงกั้น สวรรคา.....

 

    จากดวงใจข้าพระบาท ที่ได้มีโอกาส  เป็นสมาชิก พอ.สว. ของพระองค์