อารมณ์ขันโดยบังเอิญ (จากการตอบบันทึกอาจารย์นมินทร์)


เรียนเบื่อๆ ก็ออกมาดื่มกาแฟ นวดหน้า ชอปปิ้ง พอคลายเคลียดก็เข้าไปเรียนใหม่ ....

อาจารย์เอกนมินทร์เสนอเรื่อง "ห้างสรรพสินค้าในมหาวิทยาลัย" ในบันทึก

เราเองเสนอใหม่ว่า  ความเป็นไปได้นั้น  น่าจะเป็น "มหาวิทยาลัยในห้างสรรพสินค้า" มากกว่า      เพราะตอนนี้ในห้างก็มี ร้านหมอฟัน มีโรงเรียนกวดวิชาแล้ว   เพิ่มมหาวิทยาลัยอีกแห่งจะเป็นไรไป   ไหนๆ "วิชาเหมือนสินค้า (อาขยานเดิมๆ)" ได้กลายเป็น "วิชาเป็นสินค้า (ไปแล้ว)"  ไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าก็ไม่ผิดประเภทแต่อย่างใด

เรียนเบื่อๆ ก็ออกมาดื่มกาแฟ นวดหน้า ชอปปิ้ง พอคลายเคลียดก็เข้าไปเรียนใหม่ ....

เป็นอารมณ์(ขำ)ขันที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ  แต่ไม่รู้คนอื่นจะขำไปด้วยหรือเปล่า

หมายเหตุ  ตอนนี้หลายมหาวิทยาลัยก็เช่าออฟฟิศเปิดสอนในเมืองแบบบริษัทไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

คำสำคัญ (Tags): #มหาวิทยาลัย
หมายเลขบันทึก: 157135เขียนเมื่อ 3 มกราคม 2008 09:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 มิถุนายน 2012 23:35 น. ()สัญญาอนุญาต: จำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (11)

สวัสดีครับ

เป็นจริงอย่างอาจารย์กล่าวครับ

มหาวิทยาลัยเชิงรุก รุกเข้าไปอยู่ในห้างสรรพสินค้าแล้ว เมื่อต้องพึ่งตนเอง ก็ต้องทำการตลาดเชิงรุก อาจจะต้องบุกเข้าทุกแห่งแหล่งชุมชนเช่นบิ๊กซี โลตัสก็เป็นได้ แล้วก็มาไล่ถามหาคุณภาพกัน หุ หุ หุ

เดียวก็เป็นเหมือนบางประเทศ(ไม่อยากพาดพิงด้วยการเอ่ยชื่อ) ที่จบมาแล้วเราไม่ค่อยจะยอมรับ

สวัสดีครับท่านอาจารย์

  • ไม่รู้จะขำดีหรือเปล่านะครับ เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว
  • ผมจึงอยากให้มีอะไรสักอย่างที่เป็นกระบวนการวัด "ความรู้" ที่เป็นกลาง เพื่อที่จะบอกได้ว่า ผู้เรียนมีความรู้เรื่องนี้จริง แต่ก็นั่นแหละ...คงเหนื่อยเปลี้ยเพลียแรงน่าดูครับ :-)

- จะเหมือนกับนำวัดไปไว้ที่ห้างด้วยหรือไม่ครับ

- เพราะปัจจุบันนี้ห้างสรรพสินค้าเป็นสิ่งที่หลายๆคนขาดไม่ได้เสียแล้ว

 - เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยครับ

ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่อาจารย์ก่อนนะคะ

ขอให้อาจารย์มีความสุข และสุขภาพแข็งแรง

ดีใจจังที่อาจารย์ยังจำเบียร์ได้

เรื่องมหาวิทยาลัยในห้างมีแล้วค่ะ เบียร์ยังเคยไปสอนเลยรู้สึกแปลกๆเหมือนกัน คนมองผ่านเราทางกระจกเข้ามาก็เขินๆ แต่ก็เป็นรูปแบบการเรียนรู้อีกวิธีที่ต้องหาตลาดเพราะเดี๋ยวนี้สถานศึกษาก็มีระบบตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก ไม่มีนักเรียนจะจ้างคนมาสอนได้อย่างไร

นี่แหละค่ะมหาวิทยาลัยยุคใหม่

เป็นมหาวิทยาลัยเชิงรุกแบบตลาดเชิงรุกอย่างที่คุณไฉนให้ความเห็น    เนื่องจากห้างสรรพสินค้ามีอยู่ทั่วไป  อีกหน่อยอาจารย์ก็เลือกสอนที่ห้างใกล้บ้านได้  สะดวกดี

คุณโตพูดเรื่องวัด  ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า ท่าทางจะมีวัดที่ห้างจริงๆด้วย  หลายห้างมีพระพุทธรูปไว้ให้สรงน้ำวันสงกรานต์

พออาจารย์เอกพูดเรื่องการวัดความรู้  ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า  จริงๆแล้วมีการสอบทาง internet ที่คนเรียนไม่ต้องเข้าห้างด้วยซ้ำ   นั่งเรียนเขียนสอบอยู่ที่บ้านตัวเองก็ได้ ถ้ามีคอมพิวเตอร์

ตอนนี้ในใจตั้งคำถามแล้วว่า  จำเป็นหรือไม่ต้องวัดความรู้   หรือการวัดอาจต้องเปลี่ยนรูปแบบไป  ที่จริงใครอยากเรียนก็แค่จ่ายเงินเข้ามาเรียน  ไม่ต้องสอบหรอก  เรียนไหวก็เรียน เรียนไม่ไหวก็เลิก (จะได้ไม่ต้องเสียเงิน)  ค่อยไปวัดผลทีเดียวตอนเข้าทำงาน ให้หน่วยงานเขาจัดสอบ  อยากได้คนแบบไหนก็ออกแบบข้อสอบเอาเอง

ติดขัดอยู่ที่คนจน ไม่มีเงินเรียนจะลำบาก

สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์เบียร์   ยังจำอาจารย์ได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเจออาจารย์เอกก็ต้องนึกถึงอาจารย์เบียร์    หวังว่าคงสนุกกับการเรียนนะคะ  ขอบคุณที่แวะเข้าทักทายค่ะ....

ใครๆเขาย้ายเข้าเมือง เข้าห้าง แต่เศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์คิดจะย้ายหลายโครงการไปอยู่รังสิต  เป็นเศรษฐศาสตร์กระแสหลักที่สวนกระแสค่ะ

ขอร่วมแสดงความเห็นที่ไม่ค่อยขำด้วยคนค่ะ

ว่า . . . . แล้วมหาวิทยาลัยจะปฎิบัติต่อ"ผู้เรียน" ในฐานะ "ลูกศิษย์" หรือ "ลูกค้า" ดีค่ะ

 

 

 

 

 

 

เราน่าแยกประเด็นให้ช้ด และมองในแง่สร้างสรรน่าจะสบายใจ

1.การศึกษายิ่งมีมากยิ่งดี

2.อยู่ที่ไหนก็ได้ ถ้ายิ่งสดวกในการเข้าถึงยิ่งดี

3.คุณภาพเป็นสิ่งที่ควรคำนึง แต่การมีคุณภาพด้อย กับการไม่มีการศึกษา ผมคงเลือกคุณภาพด้อยมากกว่า

ดังนั้น ผมมองที่คุยกันเป็นธรรมชาติที่มันเป็นได้ และดีถ้าจะมีได้จริง

คุณ piglet คะ

เป็นคำถามที่ชวนคิดมากค่ะ  แต่ยังไงก็ยังเชื่อในวิญญาณครูของผู้สอนทุกคนค่ะ 

 

เรียนคุณชิน

ขอบคุณสำหรับมุมมองดีๆ  เป็นการมองต่างมุมที่ทำให้ชวนคิดค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี