คืนวันศุกร์ที่ 16 พ.ย. 50 เป็นบุญในชีวิตที่ได้ฟังคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “Highlights of the Opera”   ที่อาคารภูมิพลสังคีต  วิทยาลัยดุริยางคศิลป์  มหาวิทยาลัยมหิดล      เป็นช่วงหลังประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดลที่ยาวนานถึง 5 ชั่วโมง      ลองนึกดูว่าผมในฐานะประธานจะเหนื่อยสักแค่ไหน     แถมยังอดข้าวเย็นอีกด้วย     แต่ตลอดเวลาประมาณชั่วโมงครึ่งที่ได้นั่งชมและฟังผมไม่รู้สึกหิวเลย และไม่รู้สึกเพลียด้วย

         วงดนตรีเป็น Thailand Philharmonic Orchestra    ผู้กำกับดนตรีคือ Mr. Gudni A. Emilsson ผู้คุ้นเคยกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และประเพณีไทยเป็นอย่างดี     นักร้องที่เชิญมาเป็นนักร้องเสียงโซปราโนที่มีชื่อเสียงก้องโลก Ms. Lucia Aliberti ชาวอิตาลี    รศ. ดร. สุกรี เจริญสุข  ผอ. วิทยาลัยดุริยางคศิลป์  กระซิบบอกผมว่า ค่าตัว 2 ล้านบาท     และผมได้เห็นอารมณ์ศิลปินของเธอด้วย     ตอนถ่ายรูปหมู่ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เสด็จมาทอดพระเนตรงานนี้

         นี่เป็นครั้งแรกที่ผมชมโอเปร่าในเมืองไทย     เคยชมครั้งแรกในชีวิตที่เมืองเนเปิ้ลส์  อิตาลี เมื่อเกือบ 30 ปีมาแล้ว     มาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 

         ผมได้ประจักษ์ความไพเราะของเสียงธรรมชาติ     ในห้องที่ระบบ acoustic ดีเยี่ยม     ไม่ต้องมีเครื่องขยายเสียงเลย     และได้ประจักษ์ความสามารถของนักร้องมืออาชีพผู้นี้     เราได้ฟังทั้งเพลงบรรเลงและเพลงร้องอย่างจุใจ เพราะเธอร้องแถมถึง 3 เพลง

        ตามความเรียกร้องของเสียงปรบมือ    ซึ่งเป็นทั้งมรรยาทในการฟังคอนเสิร์ต  และเป็นความพอใจจริงๆ ของผู้ชม เพลงที่แสดงมีทั้งดนตรีเฉยๆ  กับที่มีเสียงร้อง     เข้าใจว่าแต่ละเพลงมีอายุกว่า 100 ปีทั้งสิ้น    ผมรู้จักชื่ออยู่เพลงเดียว คือ Carmen เป็นเพลงโหมโรง (overture) ที่สนุกสนานรื่นเริง     ศ. นพ. พูนพิศ อมาตยกุล ผู้บรรยายถวาย บอกว่าเพลงที่ Ms. Lucia Aliberti ร้องถวายนี้ ร้องยาก หานักร้องที่ร้องได้เก่งเช่นนี้ยากมาก     บางเพลงเคยมาร้องที่เมืองไทย สมัย ร. 6  เอกสารสูจิบัตรประกอบการแสดง ที่สมาคมศิษย์เซ็นต์ฟรังซิสซาเวียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ผู้จัดรายการนี้ ทำมาแจกอย่างดีเยี่ยม     ช่วยให้ผมได้เรียนรู้เรื่องเพลงที่ได้ฟัง    เพลงแรกมาจากอุปรากร (Opera) ชื่อ ริเยนซิ (Rienzi) เอามาบรรเลงเฉพาะท่อนโหมโรง      เพราะฉบับเต็มนั้นใช้เวลาบรรเลง 6 ช.ม.    เพลงนี้แต่งโดน ริชาร์ด ว้ากเน่อร์    อายุของเพลงมากกว่าผม 102 ปี     เป็นเพลงที่ทำให้ ว้ากเน่อร์ ดังทันที

         เพลงที่ 2 คือ Carmen ซึ่งแสดงครั้งแรกเมื่อ 132 ปีมาแล้ว     และไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเป็นเรื่องที่พระเอกฆ่านางเอกผู้เจ้าชู้   สังคมฝรั่งเศสสมัยนั้นมองว่าเป็นเรื่องไร้ศีลธรรม     อุปรากรนี้มามีชื่อเสียงหลังจากผู้แต่ง คือ จอร์จ บิเซต์ ตายไปแล้ว     ตรงกันข้ามกับเพลงแรกโดยสิ้นเชิง     การแสดงคืนนี้เอามาเฉพาะท่อนโหมโรงอีกเหมือนกัน

         เพลงที่ 3 ก็เป็นท่อนโหมโรง ของอุปรากร Luisa Miller ของ จูเซ้ปเป้ แวร์ดี     แสดงครั้งแรกเมื่อ 158 ปีมาแล้ว  แล้วก็ถึงเพลงที่ 4 ที่ผู้ชมรอคอย คือเพลงที่ Ms. Lucia Aliberti ขับร้อง ชื่อ “อะเว มาเรีย” (Ave Maria)     แล้วเธอก็ร้องสลับกับเพลงบรรเลง รวม 4 เพลง     ศ. นพ. พูนพิศ บอกว่าเพลงที่ยอดเยี่ยมมากคือเพลง “วิสซี่ ดาร์เต้” จากอุปรากร Tosca แต่งโดย กีอานโคโม ปุชชินี่    และเพลง “อาร์ดอน กลินเซนซี่” จากอุปรากร ลูซียา ดิ ลัมแมร์มูร์ แต่งโดย กาเอตาโน โดนิเซตตี     เป็นเพลงที่ร้องยากและนักร้องต่างใฝ่ฝันจะได้ร้องออกงานสำคัญ     ผมชอบเพลงหลังสุดนี้มาก ชอบการร้องประสานกับเสียงขลุ่ยฝรั่ง การแสดงจบแล้ว คนฟังตบมือไม่เลิก คุณ ลูชิอ้า จึงออกมาร้องเพลงแถมให้อีก 3 เพลง ฟังกันอิ่มไปเลย    

         ศ. นพ. ศรีประสิทธิ์ บุญวิสุทธิ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล บอกผมว่า เมื่อ 14 ปีก่อนสภามหาวิทยาลัยมหิดลปฏิเสธข้อเสนอตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์นี้    ทำให้ผมนึกถึงการประชุมสภามหาวิทยาลัยในวันนี้     ที่เรื่องบางเรื่องผู้คนไม่เข้าใจ นึกไม่ถึง ก็จะปฏิเสธ    ถ้าปิดโอกาสนั้น เราก็จะเสียใจภายหลัง     แต่ประสบการณ์ของผมบอกว่าผู้คนก็จะลืมกันไปหมด จำไม่ได้ว่าเคยตัดสินใจผิด     หรือเราไม่เคยสนใจด้วยซ้ำ ว่าที่ตัดสินใจไปนั้น ผิดหรือถูก     เราขาดกลไกเรียนรู้จากอดีตสั้นๆ ของเราเอง เล่าเรื่องฟังเพลง    ก็อดไถลไปที่งานไม่ได้    นี่คือจุดอ่อนที่ผมโดนเมียบ่นอยู่เสมอว่าเอาแต่งาน งาน งาน

        ผมไปฟังโอเปร่าอย่างเตรียมพร้อม มีอาวุธครบมือ ทั้งเครื่ออัดเสียง และกล้องถ่ายรูปเป็นอาวุธ    เอากลับมาฟังและดูรูปต่อที่บ้านพร้อมทั้งอ่านสูจิบัตร    ทำให้ได้ความรู้มากขึ้น    เสียดายว่าเครื่องอัดเสียงของผมเป็นชนิดเกรดต่ำ     อัดเสียงโอเปร่าได้ไม่ไพเราะ  แต่ก็พอให้ทบทวนเพลงได้

   
บรรยากาศการแสดง 
ช่วงที่มีการขับร้อง 

                          

เพลงสุดท้ายตามรายการ Ms. Lucia Aliberti ร้องเพลงล้อกับเสียงขลุ่ยฝรั่ง ไพเราะจับใจ 

วิจารณ์ พานิช
17 พ.ย. 50