ผมเขียนบันทึกนี้ด้วยความบริสุทธ์ใจที่อยากเห็นหลวงพระบางเป็นเมืองมรดกโลกตลอดไป ผมจั่วหัวอย่างนี้เพราะว่าได้ค่อยๆก้าวเข้าไปรับรู้ถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองมรดกโลกแห่งนี้
เช้าวันที่ 18 ธันวาคม น้องที่ไปด้วยกันผมบอกผมว่า “พี่ตื่นไปใส่บาตรพระไหม หากสนใจตื่นตี 5 นะ” ผมตอบตกลงโดยไม่ลังเล และ 6 โมงเช้าที่เราเดินออกมาจากที่พักมาที่ถนนใหญ่หน้าวัด พบฝรั่งจำนวนไม่น้อยออกมาเดินและหาที่นั่งก่อนเราแล้ว เป็นเพราะว่า ทุกเช้าจะมีพระมาบิณฑบาตรจำนวนมาก จึงเป็นเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวจะมาชมเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน กล้องถ่ายรูปจำนวนมากถูกตั้งไว้พร้อมที่จะถ่าย ผมกับน้องซื้อชุดสำเร็จแบบชาวบ้านในการใส่บาตรพระคือ ข้าวเหนียวปั้นกับกล้วยน้ำว้าที่ตัดแบ่งเป็นลูกๆพร้อมถวาย

พระท่านเดินอย่างรวดเร็ว เกือบจะไม่คอยให้ญาติโยมได้ใส่บาตรให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้เพราะว่ามีพระมาจากหลายวัด ท่านเปิดโอกาสพระวัดอื่นเข้ามาบิณฑบาตด้วย เช้าวันนี้ผมมีความสุขมาก นี่คือความงาม นี่คือความสุขแบบพุทธ นี่คือวัฒนธรรมของเรา นี่คือเสน่ห์ของหลวงพระบาง ซึ่งมีอีกมากมายที่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลวงพระบางเป็นมรดกโลก เมื่อได้แล้วจะรักษาให้อยู่ได้นานอย่างไร? เรามักพูดประเด็นทำนองนี้กันบ่อยๆ
หลังจากนั้นเราไปนั่งกินอาหารเช้ากัน แล้วก็นัดกับท่านบุญมีข้าราชการกรมพลังงานและบ่อแร่เมืองหลวงพระบาง เพื่อขอเข้าพบท่านเจ้าแขวงเมืองหลวงพระบาง ซึ่งท่านบุญมีได้เตรียมการเข้าพบไว้เรียบร้อยแล้วตามระเบียบราชการ ผมซะอีกที่ไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะต้องเป็น “ต่างหน้า” คณะเข้าพบท่านจึงไม่ได้เตรียมตัวให้เหมาะสมกับฐานะและสถานที่ นับว่าเป็นการบกพร่องอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้รับการตำหนิแต่อย่างใด เป็นความรู้สึกของผมเอง ทราบว่าที่สำนักงานแขวงนั้นซ่อมแซมจึงต้องไปพบที่อาคารรับรองคณะรัฐบาลส่วนกลางซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาติดกับวัดพูสีที่ยิ่งใหญ่ เป็นอาคารเก่าแก่ หลังใหญ่โตโอ่อ่า ผมยังไม่รู้ตัวจนเมื่อเดินเข้าไปในอาคารตามท่านบุญมี
พบต้องนั่งรอกลุ่มต่างชาติที่เข้าคิวพบท่านเจ้าเมืองหลายคณะในเวลาไล่เลี่ยกัน ประมาณ 20 นาทีจึงถึงคิวเข้าพบ คณะชุดใหญ่แต่งตัวตามหลักสากลคือใส่สูทผูกเนคไท แต่ผมใส่เสื้อยืดสีแดงอีกต่างหาก... ตายละ.. น้องบอกว่าพี่ต้องเป็นหัวหน้าผู้แทนคณะเรานะ ผมต้องสูดหายใจแรงๆสองสามทีแล้วก็ตั้งใจทำหน้าที่เต็มที่ ปรากฏว่าท่านจ้าแขวงไม่อยู่ ท่านรองเจ้าแขวงรับเราแทน
ท่านบุญมีดำเนินการพิธีกรรมของระบบราชการ คือทำหนังสือกล่าวรายงาน เป็นใคร มาจากไหน มาทำอะไร จะมาพบเรื่องอะไร เสร็จแล้วก็แนะนำตัว ผมอธิบายท่านให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ที่มาครั้งนี้อีกครั้ง และซักถามท่านถึงนโยบายของรัฐในเรื่องการก่อสร้างเขื่อนนี้ และทัศนของท่านในเรื่องต่างๆ ท่านวางตัวดีมากครับทำให้ผมหายประหม่าหมดเลย เป็นกันเองและยิ้มแย้มแจ่มใส จากการพูดคุยทำให้ผมทราบอะไรต่อมิอะไรมากกว่าวัตถุประสงค์การเข้าพบครั้งนี้หลายประการ คือ

ทั้งเที่ยวไปและกลับด้วยเครื่องนี้ มีนักท่องเที่ยวฝรั่งต่างชาติ 90 % บางส่วนเป็นนักธุรกิจท้องถิ่น ส่วนที่เหลือเป็นคนไทย
หนึ่ง: คณะที่เข้าพบก่อนหน้าเราคือกลุ่มพ่อค้านักธุรกิจใหญ่ของจีนที่กำลังได้งานขยายสนามบินหลวงพระบางจากเครื่องเล็กของบางกกอกแอร์เวย์ เป็นเครื่อง 737 ซึ่งเป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ สนามบินหลวงพระบางจะเป็น International Airport อันนี้นักธุรกิจจีนลงทุนเองทั้งหมด..? ระบบเสียงเครื่องบินจะกวนเมืองที่สงบ

แผนที่สังเขปแสดงแผนงานจะลาดยางถนนหมายเลข 4 จากประเทศไทยไปหลวงพระบางและเลยไปจีน
สอง: ถนนสายหลวงพระบางเข้าสู่ประเทศไทยที่ปากเลยกำลังจะพัฒนาลาดยางให้เป็นถนนสากลขนาด 4 เลน (ตามเส้นสีแดง) และจากหลวงพระบางจะก่อสร้างไปทางเหนือเชื่อมต่อกับประเทศจีนอีก
สาม: สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอีกหลายแห่งเพื่อขายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงซึ่งมีอัตราการบริโภคกระแสไฟฟ้าต่อปีเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โครงการนี้จะให้ต่างชาติมาลงทุน คือ ทางด้านเหนือของประเทศให้นักธุรกิจจีนมาลงทุน ทางส่วนกลางให้ประเทศไทยลงทุน และทางใต้ให้นักธุรกิจจากประเทศเวียตนามมาลงทุน เขาเรียกโครงการนี้ว่า “โครงการแบตเตอรรี่แห่งเอเชีย” ..?
ท่านรองเจ้าแขวงให้ความเมตตามากจนผมประทับใจและลืมความไม่สุภาพในการแต่งตัวเข้าพบเลย ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเราก็ลากลับ ท่านเดินมาส่งตามประเพณี
สิ่งแรกที่ผมคิดในตอนนั้นคือ หากทุกอย่างเกิดขึ้นภายใน 5-10 ปีข้างหน้า ผมยังสงสัยว่าหลวงพระบางจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
v ปริมาณนักท่องเที่ยวจะเข้ามาอย่างมหาศาล เมื่อคนมามาก นักท่องเที่ยวนำเอาทุกอย่างติดตัวมาด้วย เมืองที่น่ารัก สงบ ร่มเย็น จะกลายเป็นพัทยาเมืองไทยที่มีแก้งต่างชาติเต็มเมือง แต่หากรู้เท่าทันการควบคุม การจำกัดนักท่องเที่ยว การห้ามบางอย่างฯ จำเป็นต้องดำเนินการ
v การก่อสร้างถนนชั้นดี เป็นสิ่งที่ดี แต่ขณะเดียวกัน ถนนก็นำทุกอย่างเข้ามาเหมือนกัน ก็พี่ไทยเรานี่แหละ จะแห่กันไปเที่ยวหลวงพระบางทางรถยนต์เหมือนไปดานัง กวางจิ ของเวียตนามในปัจจุบัน หากไม่มีมาตรการที่ดี ก็เป็นเรื่องเสียตามมามากมายเช่นกัน เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวจะล้นเมือง อาจจะมากกว่าประชากรท้องถิ่นของหลวงพระบางด้วยซ้ำไป แย่งกันพัก แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว
v ที่พักต้องขยายตัว โรงแรมขนาดใหญ่จะเกิดขึ้น ตึกสูงๆจะเกิดขึ้น ร้านอาหารกินดื่ม จะมีมากขึ้น ฯลฯ เสน่ห์ท้องถิ่นจะหมดไป
v เงินจะเข้ามาล่อให้คนทำอะไรเพื่อกำไรมากกว่าคุณค่าทางวัฒนธรรม ประเพณีเดิมที่ดีดีอยู่แล้ว และอีกมากมาย
v ท่านรองเจ้าแขวงกล่าวว่า ชื่อหลวงพระบางขายได้จริงๆ ดูซิเราผลิตกาแฟได้แต่ไปใช้ชื่ออื่น เอาไปขายที่ไหนๆก็ขายไม่ออกสู้กาแฟดาวเรืองที่เมืองเวียงจันทร์ สะหวันนะเขตก็ไม่ได้ ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นกาแฟหลวงพระบาง ทีนี้ผลิตเท่าใดก็ขายได้หมด.. เหมือนนักท่องเที่ยวมาหลวงพระบางมากมายขึ้นทุกวันจนที่พักบางแห่งต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือนจึงจะได้...
คืนที่ผมไปพักหลวงพระบาง ผมหาร้าน internet เพื่อตรวจสอบและทดลองใช้ มีหลายแห่ง ผมใช้บริการแห่งหนึ่ง ระบบพอใช้ได้ครับ ฝรั่งใช้กันเต็ม แต่บางวันระบบก็ล่มเหมือนกัน ราคาชั่วโมงละ 24 บาท เขามีระบบภาษาไทยให้ใน Soft ware แต่แป้นพิมพ์เป็นภาษาลาว ต้องใช้ความจำเอาว่าอักษรไทยที่เราใช้บ่อยๆนั้นอยู่ตรงไหนบ้าง อิ อิ.. ผมชอบอย่างหนึ่งคือ พอ 4 ทุ่มเขาปิดร้าน ทั้งๆที่ฝรั่งยังต้องการใช้เต็มไปเลย(รวมทั้งผมด้วย) ผมว่าดี ไปนอนซะ ... ถึงเวลานอนแล้ว อย่ามาก้าวข้ามความเป็นปกติของท้องถิ่น ผมชอบตรงนี้มาก นี่แหละเสน่ห์ของท้องถิ่น รักษาไว้เถอะหลวงพระบางที่รัก...
แต่อีกหลายอย่างที่คิดว่าเป็นผลทางลบนั้น ผมอาจจะคิดมากไปเองโดยที่ทางเมืองหลวงพระบางอาจจะมีมาตรการที่ดีอยู่แล้ว แต่ผมไม่ทราบก็ได้
แต่อย่างไรก็ตามในโลกของประเทศด้อยพัฒนานั้นอยากให้เรียนรู้กันและตระหนักถึงผลเสียที่วิ่งขนานมากับผลที่ได้เสมอ ผมเกรงว่ามรดกโลกจะสิ้นสุดลงในช่วงการพัฒนานี้น่ะซีครับ
พี่บู๊ทคะ
ขอบพระคุณค่ะที่นำมาเล่าให้ได้เรียนรู้ อีกไม่นานบันทึกเหล่านี้จะเป็นประวัติศาสตร์ค่ะ
แต่ได้ข้อมูลแบบนี้แล้ว หนิงต้องรีบกลับไปเที่ยวหลวงพระบาง วังเวียงโดยเร็วก่อนที่จะผิดหวังเนอะพี่
สวัสดีครับ พี่บางทราย...
เห็นภาพพระสงฆ์บิณบาตตามท้องถนน ผมเองก็อดคิดถึงภาพชีวิตเช่นนี้ในหมู่บ้านของตนเองไม่ได้ เช้า ๆ ... พ่อกับแม่มักจะปลุกให้ลุกมาตักบาตร ซึ่งท่านจะสอนว่าก่อนตักบาตรต้องล้างหน้าล้าตาเสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็น "บาป" จริงหรือไม่เราไม่รู้ ... รู้แต่เพียงว่า เราก็ยึดปฏิบัติสืบมาจนบัดนี้ ....
......
เห็นด้วยนะครับ หลายแห่งวิวัฒน์ไปดูเทคโนโลยี ความเป็นวิถีดั้งเดิมก็พังทลายลงอย่างน่าเสียดาย พอ ๆ กับหมู่บ้านมีถนนสายใหม่ที่มาพร้อม ๆ กับทุนนิยมนานาประการ และถนนสายนั้นก็นำมาซึ่งอุบัติเหตุให้ลูกหลานชาวบ้านได้เสียชีวิต ทั้งโดยตัวเขาเอง หรือจากการถุกกระทำจากผู้อื่น
หากเราไม่สามารถที่จะยับยั้งการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นได้ การทำความเข้าใจ, สร้างกระบวนการของการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมและใช้ประโยชน์ หรือแม้แต่การดูแลแบบบูรณาการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยกันอย่างให้ราบรื่น และกระทบกันน้อยที่สุด
เป็นไปได้ยาก... แต่เราก็คงไม่สิ้นหวัว่าจะเป็นไปได้.. ใช่ไหมครับ
หลวงพระบางเป็นเมืองที่ผมตั้งใจจะไปให้ได้เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศที่แท้จริงของเมืองเก่าครับ ได้อ่านบันทึกนี้แล้วอดสะท้อนใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นไม่ได้ครับ
มาขอบคุณที่เล่าเรื่องราวประสบการณ์ต่างๆ ให้ฟังค่ะ
และมารายงานตัวว่ายังติดตามอ่านอยู่ค่ะ
ขอส่งความสุขในปีใหม่ที่จะถึงนี้ไปในตัวเลยนะคะ ^ ^
พี่บางทราย
การเปลี่ยนแปลงของเมืองเป็นเรื่องปกติและการยอมรับการเปลี่ยนแปลงรวมไปถึงการพัฒนาเพื่อให้อยู่ได้ ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ท้าทาย
หลวงพระบาง ผมไปอยู่ตรงนั้นประมาณ ๑๐ วันเพื่อไปเรียนรู้รูปแบบการท่องเที่ยวที่นั่น
เมื่อถอดบทเรียนออกมาแล้ว เราพบหลายเรื่องที่น่าประทับใจ อีกหลายเรื่องน่าเป็นห่วง
หากผมเปรียบเหมือนที่ปาย ไม่ต่างกัน หากแต่ปายเป็นเมืองเล็กๆที่ไม่ได้เป็นเมืองมรดกโลก จึงไม่ได้มีกฏเกณฑ์เคร่งครัด ดีเหมือนหลวงพระบาง แรงกระแทกจากทุกทิศทุกทางจึงทำให้เมืองสองเมืองบอบช้ำไม่ต่างกัน
จีนเข้ามา ...ที่หลวงพระบาง เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ผมไม่อยากนึกภาพใน อีก ๑๐ ถึง ๒๐ ปีข้างหน้าว่า เมืองเล็กๆระหว่างน้ำสองสาย สองสีนั่น จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร??
ขอบคุณพี่บางทรายครับ กับเรื่องราวที่ผมนำมาต่อยอดความรูเดิมที่ผมไปเก็บข้อมูลมา
สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นชัดและไม่ได้เขียนชัดเจนในรายงาน คือ ต่างชาติกำลังเอาเปรียบลาวและชาวบ้านในระดับท้องถิ่นอย่างแนบเนียน ครับ
ป้ายโฆษณาเบียร์ลาวขึ้นเต็มไปหมด และนัยว่าภูมิใจว่านี่คือเครื่องดื่มแห่งชาติ เห็นทุกคนซดกันเต็มลิมิตทั้งชายหญิงที่ซอกเมืองหลวงพระบาง...มากมาย จนน่ากลัวใจ
ภาพบนคัตเอาท์ เป็นภาพศิลปวัฒนธรรมลาว กลมกลืนกับภาพเบียร์ลาวที่แทรกสอดเข้ามาในภาพนั้น...
ทุกอย่างกำลังกลืนกัน
สบายดีท่าน ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ <div class="content"><ul><li>ผมเคยฟังการประชุมเรื่องนโยบายความร่วมมือที่มหาวิทยาลัยต่างๆทำ ..ภูมิภาคแม่น้ำโขง หรืออินโดจีน แล้วแต่จะตั้งชื่อ ก็ไม่กระจ่างและนึกไม่ออกว่าพวกเราจะไปทำอะไรบ้าง หรือเขียนยุทธศาสตร์ให้ดูอลังการณ์ก็ไม่ทราบได้</li></ul></div><ul>
</ul><p> </p>
น้องหนิงครับ
หากมีโอกาสก็รีบไปซะ ก่อนที่จะไม่เห็นภาพธรรมชาติแบบเดิมๆที่สวยงาม
น้องแผ่นดินที่คิดถึง
เห็นภาพพระสงฆ์บิณบาตตามท้องถนน ผมเองก็อดคิดถึงภาพชีวิตเช่นนี้ในหมู่บ้านของตนเองไม่ได้ เช้า ๆ ... พ่อกับแม่มักจะปลุกให้ลุกมาตักบาตร ซึ่งท่านจะสอนว่าก่อนตักบาตรต้องล้างหน้าล้าตาเสียก่อน ไม่เช่นนั้นจะเป็น "บาป" จริงหรือไม่เราไม่รู้ ... รู้แต่เพียงว่า เราก็ยึดปฏิบัติสืบมาจนบัดนี้ ....
แม่นแล้วครับน้องแผ่นดิน....มันเป็นความยิ่งใหญ่ของวัฒนธรรมพุทธแบบตะวันออกเดิมๆของเราครับ ที่ตื่นเช้ามาทำความสะอาดร่างกายไปใส่บาตรพระ....
การเห็นพระตั้งแต่เช้า...ทั้งวันเราก็จะไม่ลืมคำสอนของพระองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าที่ให้ใช้ชีวิตอยู่ในศีลในธรรม นี่แหละด้านลึกของวัฒนธรรมของเรา เราแกะมันไม่ออกกัน
นี่คือรากเหง้าของทุนทางสังคมเราที่ดีเยี่ยมยุทธที่เราไม่ต้องไปวิจัยเสาะหาจากที่ไหน
นี่คือวิถี..ที่แทรกอยู่ในการปฏิบัติของวัฒนธรรมเราแบบไม่รู้ตัว แต่ซึมผ่านเข้ากระแสจิตสำนึกคนโบราณรุ่นปู่ ย่า ตา ทวดเรา วิถีใหม่ดึงเราออกไปจากสิ่งนี้หมด จนหลง......
เห็นด้วยนะครับ หลายแห่งวิวัฒน์ไปดูเทคโนโลยี ความเป็นวิถีดั้งเดิมก็พังทลายลงอย่างน่าเสียดาย พอ ๆ กับหมู่บ้านมีถนนสายใหม่ที่มาพร้อม ๆ กับทุนนิยมนานาประการ และถนนสายนั้นก็นำมาซึ่งอุบัติเหตุให้ลูกหลานชาวบ้านได้เสียชีวิต ทั้งโดยตัวเขาเอง หรือจากการถุกกระทำจากผู้อื่น
หากเราไม่สามารถที่จะยับยั้งการเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นได้ การทำความเข้าใจ, สร้างกระบวนการของการเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมและใช้ประโยชน์ หรือแม้แต่การดูแลแบบบูรณาการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยกันอย่างให้ราบรื่น และกระทบกันน้อยที่สุด
บทเรียนมีมากมาย ไม่เรียนกัน หรือเรียนแต่ไม่เอาไปปฏิบัติ ไม่สำเหนียก หลงลืมไปกับสิ่งใหม่ๆจนหมดสิ้น ทางศาสนาคริสตเรียกว่า "ยุคหลง"ครับ
สวัสดีครับอาจารย์
ธวัชชัย @ UsableLabs
<div class="content">หลวงพระบางเป็นเมืองที่ผมตั้งใจจะไปให้ได้เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศที่แท้จริงของเมืองเก่าครับ ได้อ่านบันทึกนี้แล้วอดสะท้อนใจถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นไม่ได้ครับ </div><div class="content">ผมคิดในทางการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบด้านไม่ดีไปก่อนครับ</div><div class="content"></div><div class="content">ยังมีเวลาที่อาจารย์จะหาทางไปเยือนอยู่ครับ น่าไปมาก สภาพเดิมๆยังมีอยู่มาก ผมชอบที่พัก ที่เขาเรียกว่า รีสอร์ท แต่ผมอาจจะเรียก Home stay เพราะบ้านที่อยู่ใจกลางเมืองเขาดัดแปลงมาเป็นที่พัก ราคาก็ 500 บาทต่อคืนมีแอร์มีห้องน้ำ เดินทางไปไหนได้สดวก เพราะเป็นเมืองเล็กๆ</div><div class="content"></div><div class="content">เช่ารถออกนอกเมืองราคาปกติแพงสักหน่อยคือ 100 เหรียญ แต่หากไปหลายคนเฉลี่ยกันออก ก็โอเค สภาพรถ ฮุนได ผมว่าดีใช้ได้ แอร์เย็นจนหนาว แต่ต้องเลือกหน่อยนะครับ บางบริษัทรถสภาพเก่าหน่อยแต่พยายามคิดราคาเต็มกับเรา</div><div class="content"></div><div class="content">มีฝรั่งเริ่มไปทำธุรกิจร้านอาหารฝรั่ง ร้านกาแฟฝรั่ง แต่ผมว่าดีที่เขารักษาอาคารเดิมๆไว้ อาคารเก่าๆแต่ตกแต่งสวยงาม ใส่รูป ใส่ต้นไม้ น่านั่งชมสาวหลวงพระบางขี่จักยานผ่านไปมาครับ อาหารในตลาดราคาถูก เดินออกกำลังขาดูบ้านเมืองเขา</div><div class="content"></div><div class="content">โดยเฉพาะวัด เพราะเป็นเมืองของเจ้ามหาชีวิตเก่า สวยมากที่สุด เดิมๆ ผมเห็นแล้วอิ่มเอิบใจครับ</div><div class="content"></div><div class="content">ยังไปได้อยู่ครับอาจารย์ครับ</div><div class="content"></div>
สวัสดีครับอาจารย์กมลวัลย์ที่คิดถึง
ผมก็ไม่ได้ไปเยี่ยมใครต่อใครเท่าใดเลย วุ่นกับภารกิจใหม่ และลุ้นของเดิมอยู่ครับ อาจารย์สบายดีนะครับ คุณพ่อคุณแม่ท่านสุขภาพแข็งแรงนะครับ
สวัสดีปีใหม่ด้วยเหมือนกันครับ
สวัสดีครับครูชา
เราเห็นบ้านเราเปลี่ยนไปอย่างน่าเสียดาย ความจริงเชียงใหม่ของเราน่าจะเป็นมรดกโลก แต่เละตุ้มเป๊ะหมดแล้ว เสียดายจริงๆ
น้องเอกครับ
สิ่งแรกที่พี่คิดอยู่ที่หลวงพระบางคือ เออนี่เอกมาก่อนเรา มาเห็นแล้วนึกถึงเมืองปาย ที่กำลังพัฒนาและฝรั่งมังค่าก็ไปมากขึ้น หากร่วมมือร่วมใจกันรักษาของเดิมๆ หรือสร้างใหม่แต่อย่าแปลกแยกไปจากเดิมน่าจะทำให้ ปายเป็นจุดเด่นของการเป็นมรดกเมืองเชียงใหม่เดิมๆก็ได้
นึกถึงห้องพักเดิมๆที่พี่เคยมาพักราคา 50 บาท กินข้าวเหนียวผักกาดจอ ผิงไฟกับชาวบ้านเช้าๆ มีหมาสองสามตัวมาผิงไฟด้วยบางทีสะเก็ดไฟกระเด็นใส่มันจนขนไหม้ไฟ มันก็ไม่หนีไปไหน เพราะมันหนาวววววว
เอกมีไอเดียอยู่แล้ว ช่วยรักษาปายให้เป็นปายเถอะ พี่จะหาทางมาเยี่ยมเอก น้องหมอ และคนอื่นๆอีก
ออต ...
เห็นความเห็นของออตแล้ว ผมอยากไปที่ เชียงคานครับ
นี่ก็กำลังวางแผนกับเพื่อนคนหนึ่ง อยากไปที่ภูกระดึง แล้วไปนอนเล่นที่ เชียงคาน เมืองเล็กๆสงบเงียบ น่าจะดี
ขอข้อมูลหน่อยครับ ออต
สวัสดีครับ
15. ออต
ออตไปหลวงพระบางมาหลายครัง น่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนดีกว่าพี่
พี่ไปหลวงพระบางเป็นครั้งแรกก็หลงไหลได้ปลื้มซะ..
เชียงคานนั้นพี่ไม่ได้ไปมานานแล้วครับ อ้อจากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่ลาว พี่ก็อยากจะไปดูเพื่อเก็บข้อมูลเพิ่มเติม เพราะทราบว่าสินค้าจากลาวมาขึ้นเมืองไทยที่ยนี่ เช่น ข้าวโพด ปอสา หมากเดือย และอื่นๆ น่าสนใจตรงนี้ครับ
น่าจะต้องหาเวลารีบไปเที่ยวแล้วละครับ
มีบทสัมภาษณ์ geek ลาวคนหนึ่งโดยบรรดา geek ไทยครับ น่าสนใจดี เป็นการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม ถามตอบเป็นภาษาไทย ผมชอบตรงนี้เป็นพิเศษครับ