ดังนั้น ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2551 นี้ ดิฉัน ขออวยพรให้ทุกท่าน ซึ่งคงจะมีปัจจัยแห่งความสุขกัน อยู่แล้ว ขอให้ได้รับผลแห่งความสุขคือ อยู่สุขเย็นใจ โชคดีๆ จะคิดสิ่งใด ขอให้สมปรารถนาทุกประการ ตลอดปีใหม่นี้ค่ะ

 

พอดีไปMeeting  กับเพื่อนๆ  (ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนแห่งการสังสันท์  นี้ เป็นหนที่ 3แล้วค่ะ)     เพื่อนๆเรียกไปช่วยกัน กินบุฟเฟ่ต์ ที่กำลังมี Promotion และบัตรฟรีที่ได้มา  และกำลังจะหมดอายุ 

ระหว่างนั้น เราคุยกันตอนหนึ่ง  ถึงเรื่อง  ที่มาของศัพท์คำว่า  Happy  ไม่มีใครทราบว่า...... จริงๆแล้ว คำๆนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง

 ดิฉันจึงรับอาสาไปค้นมา และนำมาฝากทุกๆท่านใน ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ด้วยค่ะ

  คำว่า สุข  (Happy)  มาจากรากศัพท์ของชาวไอซแลนด์    the Republic of Iceland  

 คือ   Happ=โชคดีค่ะ  เราทุกคนต่างพยายามแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับชีวิต  ซึ่งมีเป้าหมายที่แท้จริง  มุ่งตรงไปสู่   สิ่งที่เรียกว่า ความสุขค่ะ

 และก็ไปอ่านเรื่องปัจจัยแห่งความสุขของเราที่แท้จริง คืออะไร จากผลงานการวิจัยของ สถาบันความสุขของออสเตรเลียที่ซิดนี่ย์ ซึ่งมีทิโมที่ ชาร์ป เป็นผู้ก่อตั้ง  

 ซึ่งอาจจะมีแง่คิดต่างจากนักคิด หรือ ทฤษฏีต่างๆที่เราได้ทราบมาจนชินอยู่บ้างค่ะ ดังนี้ค่ะ .......สถาบันนี้   ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน ให้สามารถค้นหาความสุข ความสงบและสุขภาพ   ได้ศึกษาออกมาว่า.....

จริงๆแล้ว คนเรา  เมื่อมีปัจจัยพื้นฐานครบตามความจำเป็นแล้ว  ทรัพย์สินเงินทองกลับทำให้เรา มีความสุขเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น คือประมาณ 10%   ส่วนใหญ่ 90 %  ความสุขมาจาก การมีทัศนคติที่ดีต่อชีวิต  ซึ่งก่อให้เกิดความสุข  ความสงบทางใจ   และการมีวิถีชีวิตที่ถูกต้อง       

ได้แก่ การมีสุขภาพที่ดี รวมทั้งการมีความคิดทางบวก และความคิดสร้างสรรค์   จะทำให้อายุยืน และมีภูมิชีวิตสูง เพราะไปเพิ่มฮอร์โมนที่ต่อมสมอง  ทำให้จิตใจสงบสดชื่น ความดันโลหิตเป็นปกติและนอนหลับสนิทดี   ซึ่งเป็นลักษณะเน้น สุขภาพจิต สำคัญกว่าสุขภาพกาย   จิตควบคุมกาย  หรือสำนวนไทยว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2central+world

 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญมากกับ ความพึงพอใจในชีวิต  Life Satisfaction   โดยยึดหลัก 6 ประการคือ

1.               มีความสุขกับปัจจุบัน กับชีวิตประจำวัน และมีความสุขในทุกสภาวะ คือ     สามารถปรับตัว   รับกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิต และของโลกได้ดี 

2.               มองโลกในทางบวกและสร้างสรรค์  ยิ้มและหัวเราะง่าย   ให้อภัยตัวเองและคนอื่นอยู่เสมอ

3.               มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ มีความหมาย อยู่อย่างมีความสุข  ไม่ใช่อยู่อย่างทนทุกข์

4.               มีความภาคภูมิใจในตนเอง  ดำรงชีวิตอยู่ได้ อย่างมีคุณภาพ   และสามารถดำรงคุณค่าของตัวเองได้ตลอดเวลา

5.               มีความรู้สึกกระปรี้ กระเปร่า  มีความคิดที่อิสระเสรี   

พยายามทำตนเองให้รู้สึกเหมือนเด็กๆ  ที่มีความตื่นตัว สนใจสิ่งใหม่ๆในชีวิตอยู่เสมอ

    6.   เพียงแต่มีใจเป็นสุข  เป็นกุศล ไม่ว่า อยู่ที่ใด ถ้าเราใส่ความสุข ให้แก่ตัวเองและคนรอบข้าง   โลกสดใส  ก็จะอยู่ในใจเราตลอดเวลา

ดิฉัน ขอเพิ่มเติม ความคิดเห็นส่วนตัว ในส่วนนี้คือ เราทุกคน ควรต้องพยายาม ค้นหาตัวเอง รู้จักตัวเอง ให้มากที่สุด มิฉะนั้น เราจะกำหนดเป้าหมายในชีวิต ของเรา ผิดพลาดไป เราต้องเรียนรู้ และพัฒนา จิตใจของเราเองไปเรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุดค่ะ

แต่เนื่องจากดิฉัน เป็นชาวพุทธ   จึงลองนำคำสอนของพระพุทธเจ้า  มาพิจารณา  เรื่องเหตุปัจจัยของความสุขของชาวโลกๆ ที่ยังมีกิเลส อย่างดิฉัน  และก็ได้คำตอบง่ายๆ  ให้กับตัวเองอยู่บ้างค่ะคือ......

1.สุขภาพกายแข็งแรง  สามารถทำหน้าที่ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้

2.สุขภาพจิตเข้มแข็งและเป็นกุศล  ซึ่งคือ จิตที่ได้รับการฝึกดีแล้ว  เรียกว่ามีสุขภาพจิตดี มีความรัก มีความโอบอ้อมอารีต่อผู้อื่น  มีพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ) 

 3.ฝึกฝนตนเอง ให้สามารถ  มีจิตที่สงบนิ่ง ได้นานๆขึ้น  จนพบกับคำว่า เบิกบานได้

4.ฝึกให้จิต มีความรู้สึกพอเพียง และเป็นอิสระ

5.พยายามฝึกให้จิต  ให้คิดแต่สิ่งที่เป็นกุศล  และให้มีความคิดในด้านบวก จนเกิดเป็นความเคยชิน

ดังนั้น ในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2551 นี้ ดิฉัน ขออวยพรให้ทุกท่าน  ซึ่งคงจะมีปัจจัยแห่งความสุขกัน อยู่แล้ว   ขอให้ได้รับผลแห่งความสุขคือ  อยู่สุขกาย เย็นใจ  โชคดีๆ    จะคิดสิ่งใด ขอให้สมปรารถนาทุกประการ   ตลอดปีใหม่นี้ค่ะ

 

หมายเหตุ::รูปข้างบนนี้ เป็นรูปทีไปถ่ายมา ในโอกาส ไปฉลองคริสมาสกันเองค่ะ เมื่อ 23 ธ.ค.2007 เนื่องจากบางคนในครอบครัวนับถือศาสนาคริส