GotoKnow เป็นเว็บไซต์ที่จัดทำโดย สคส.​ ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมาดังที่เราได้ทราบกัน ด้วยแนวทางของ สคส. ที่วางเป็นโจทย์ให้ UsableLabs ทำให้กลายเป็นรูปธรรม จึงเกิดเป็นระบบที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เข้าถึงความหมายที่แท้จริงของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของภาคประชาสังคมในประเทศไทยให้ได้อย่างเช่นในปัจจุบันนี้ครับ

อย่างไรก็ตาม GotoKnow เป็นเว็บไซต์อันดับหนึ่งด้านการศึกษาของประเทศไทยนั้น ไม่ได้เป็นเพราะ สคส. หรือ UsableLabs ครับ แต่เป็นเพราะผู้ใช้ทุกท่านที่เห็นในประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และได้เลือกใช้พื้นที่นี้เพื่อสร้างเครือข่ายของคนทำงานที่ใช้ความรู้คู่การปฎิบัติครับ

มีผู้สงสัยมาถามผมไม่น้อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา ว่าอะไรคือปัจจัยที่เป็นความสำเร็จของ GotoKnow อะไรคือสิ่งที่ UsableLabs ทำแล้ว GotoKnow มีคนใช้งาน ซึ่งผมจะตอบไปว่า ผมตอบไม่ได้ ไม่ใช่หวงความรู้ แต่ผมไม่รู้จริงๆ เพราะสิ่งที่ UsableLabs ทำก็แค่ทำให้ระบบทำงานให้ดีที่สุด และให้บริการผู้ใช้ในยามที่เจอปัญหาให้ดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งที่เว็บไซต์ทุกแห่งก็ทำกันโดยปกติ ไม่ได้แตกต่างจากใครเลย

ผมเชื่อว่า สคส.​ ก็เจอคำถามเช่นเดียวกันกับ UsableLabs และคงอยู่ในสภาวะตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน แม้อาจารย์หมอวิจารณ์ยังต้องเรียนวิธีการกอด ดังในบันทึกนี้ หลังจากการกอดเป็นสัญลักษณ์ของการเจอกันของสมาชิก GotoKnow ไปนานแล้ว

ส่วนผมเอง ด้วยความที่ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน จนถึงวันนี้ยังกอดไม่เป็นเลยครับ ใครเจอผมช่วยสอนผมที

เมื่อการเติบโตของ GotoKnow เกิดขึ้นเพราะผู้ใช้อย่างแท้จริง การเติบโตจึงเกิดขึ้นอย่างมั่นคงในอัตราที่ต่อเนื่องที่ไม่ได้มีขึ้นลงตามการประชาสัมพันธ์อย่างเว็บอื่นๆ จน GotoKnow กลายเป็นเว็บไซต์อันดับหนึ่งด้านการศึกษาอย่างในทุกวันนี้

แต่การเติบโตก็นำมาซึ่งต้นทุนอันมหาศาล ที่ผ่านมาต้นทุนนี้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ที่จริงแล้วแม้พวกเรา ได้แก่ สคส. และ UsableLabs ก็เรียกได้ว่าเกือบลืมไปว่าต้นทุนหลักที่แท้จริงของการทำให้เว็บไซต์อย่าง GotoKnow อยู่ได้นั่นคือ "ต้นทุนของการเชื่อมต่อเครื่องแม่ข่ายเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต" (Connectivity Cost) ครับ

อย่างเช่นเดือนที่ผ่านมามีผู้ชมหน้าต่างๆ ใน GotoKnow เป็นจำนวนกว่าสี่ล้านหน้า ในแต่ละหน้านั้นมีรูปประกอบอยู่หลายรูป ขนาดโดยรวมสำหรับการแสดงหน้าหนึ่งๆ ใน GotoKnow นั้นมีขนาดประมาณสามสี่ร้อยกิโลไบต์ ซึ่งเมื่อคูณกับสี่ล้านกว่าแล้ว ปริมาณข้อมูลที่ส่งผ่านระบบเครือข่ายจึงมหาศาลครับ

ข้อมูลทุกบิตที่วิ่งผ่านระบบเครือข่ายมีค่าใช้จ่ายครับ โดยเฉพาะวิ่งผ่านออกมาจากเครือข่ายความเร็วสูงมากที่อยู่ในใจกลางของระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยอย่างนี้ยิ่งมีค่าใช้จ่ายสูงเป็นพิเศษ ปกติแล้วเว็บที่ใช้การเชื่อมต่อขนาด GotoKnow จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับการรับส่งข้อมูลต่อเดือนหลายแสนบาททีเดียว หากเราต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้นั้น ไม่่มีทางเลยที่ GotoKnow จะเป็นเว็บไซต์ที่ไม่รับโฆษณาและไม่หารายได้จากเนื้อหาที่ผู้ใช้เขียนมาครับ

สาเหตุที่ GotoKnow เป็น GotoKnow อย่างทุกวันนี้ คือการอนุเคราะห์อย่างยิ่งจาก บมจ. อินเทอร์เน็ตประเทศไทย (มหาชน) (INET) ครับ

ตามสัญญาที่เรามีกับ INET ในตอนแรกนั้น เรามีค่าใช้จ่ายปีละแสนบาทสำหรับการเช่าใช้เครื่องแม่ข่ายสามเครื่อง แต่ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ท่านผู้บริหาร INET ต้องหาเครื่องมาให้เราใช้ฟรีอีกสี่เครื่อง และอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้นอีกก็ต้องหาเครื่องความเร็วสูงให้เราอีกสองเครื่องด้วยเงินส่วนตัวของท่าน สำหรับเราแล้วเรียกได้ว่าหนึ่งแสนบาทต่อปีนั้น แค่ค่าเช่าเครื่องก็ถูกเหลือเกินแล้ว ไม่ต้องนับถึงค่าเชื่อมต่อครับ

ท่านผู้บริหาร INET กรุณาให้ความอนุเคราะห์ GotoKnow เช่นนี้เพราะท่านเห็นในปรากฎการณ์ที่ผู้ใช้ทุกท่านได้ร่วมสร้างขึ้นใน GotoKnow ครับ

ผู้ใช้ทุกท่านได้ช่วยกันเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เราช่วยกันแสดงให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตไม่ใช่พื้นที่ระบายอารมณ์ ถกเถียง และกระทำสิ่งที่ไม่สามารถทำในโลกปกติได้อย่างที่มีในหลายเว็บเท่านั้น

ใน GotoKnow อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ของการเชื่อมต่อความเอื้ออาทร ความหวังดี ความเข้าใจ ความช่วยเหลือกันและกัน เป็นการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างอารยชน ที่บางครั้งอาจแตกต่างแต่ก็ไม่ได้แตกแยก และยังเชื่อมต่อมาถึงโลกปกติได้อย่างสอดคล้องสวยงาม เป็นสังคมที่โลกออนไลน์กับโลกจริงนั้นร้อยต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่คือมหัศจรรย์ GotoKnow นั่นเองครับ

แต่ INET ก็ยังเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ และเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วย ดังนั้นข้อมูลทุกบิตที่ GotoKnow ใช้หมายถึงสิ่งที่ท่านผู้บริหาร INET ต้องตอบคำถามแก่ผู้ถือหุ้นของ INET ว่าทำไมการใช้ทรัพยากรของ INET เช่นนี้ไม่เกิดรายได้และสร้างกำไรให้แก่บริษัทเลย

ในขณะที่พวกเราใช้ระบบกันอยู่นั้น ท่านผู้บริหาร INET ก็ต้องเฝ้ามองข้อมูลที่วิ่งผ่านระบบเครือข่ายด้วยความเป็นห่วง เรื่องนี้แม้ผมเองก็ยังลืมนึกครับ จึงมีท่านอยู่คนเดียวที่พูดถึงประเด็นนี้

ท่านร่วมสร้าง INET มาเพื่อเป็นองค์กรที่ "สร้าง" อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยตั้งแต่สมัยผู้คนยังไม่ได้นึกว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตจะเป็นธุรกิจได้ (ลิงค์จารึกประวัติศาสตร์) ท่านบริหาร INET มาจากวันที่ไม่มีใครในประเทศไทยรู้จักอินเทอร์เน็ตจนถึงวันนี้ที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนไม่น้อย

ผมรับรู้ว่า INET ตั้งใจเป็นองค์กรเพื่อสังคมอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุบางประการ INET ต้องก้าวข้ามไปเป็นองค์กรธุรกิจเต็มตัวอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

เมื่อ "จิตวิญญาณ" เป็นองค์กรเพื่อสังคม แต่ "โครงสร้าง" เป็นองค์กรเพื่อทำกำไรสูงสุด ผมเชื่อว่า INET เป็นองค์กรที่ท้าทายมากในการบริหารจัดการครับ

โลโก้ของ INET ที่อยู่ด้านท้ายของไซต์นั้น ก็ไม่ได้เกิดจากการร้องขอจาก INET ครับ ผมใส่ให้เองด้วยความรู้สึกขอบคุณ INET ที่แม้ "โครงสร้าง" จะเปลี่ยนไปแต่ก็มี "จิตวิญญาณ" ที่ไม่เปลี่ยนแปลงครับ

GotoKnow เป็นเว็บที่ INET ในวันที่ยังเป็นองค์กรเพื่อสังคมอยากสนับสนุน แต่เป็นเว็บที่ INET ในวันที่ต้องทำกำไรสูงสุดเพื่อผู้ถือหุ้นจะสนับสนุนได้ยากยิ่ง

ผมจึงเขียนบันทึกนี้เพื่อขอ "กอด" ให้แก่ท่านผู้บริหาร INET ที่ให้การสนับสนุน GotoKnow อย่างเต็มที่ครับ

แต่ "กอด" เท่านั้นคงไม่พอ เราคงต้องไปยืนเคียงข้างท่านวันที่ต้องตอบคำถามผู้ถือหุ้นถึงการที่ INET สนับสนุน GotoKnow เช่นนี้ครับ

อย่างไรก็ตาม การไปยืนเคียงข้างท่านจริงๆ ด้วยตัวเป็นๆ นั้นคงทำไม่ได้ง่ายๆ ผมจึงขอเสนอให้เรายืนเคียงข้างท่านแบบ "เสมือน" โดยการสร้างคุณค่าของ GotoKnow ให้สังคมตระหนักชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

นั่นคือ เราสามารถเคียงข้างท่านแบบ "เสมือน" ได้โดยร่วมกันสร้าง "มหัศจรรย์ของ GotoKnow" ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น แข็งแรงขึ้น ให้สังคมรับรู้มากขึ้นถึงคุณค่าของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสุนทรียะที่เชื่อมต่อโลกปกติกับโลกออนไลน์ได้อย่างสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว

ทั้งท่านและผมขอสนับสนุนให้ใช้ทรัพยากรระบบให้เต็มที่ โดยใช้ทุกบิตให้คุ้มค่า เพื่อให้ทุกบิตของข้อมูลนั้นมีความหมายถึงมหัศจรรย์ของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดขึ้น เพื่อตอบคำถามผู้ถือหุ้น INET ว่า กำไรสูงสุดได้เกิดขึ้นแล้วเพื่อสังคมครับ