กัลยาณมิตรนำสันติสุขสู่โลก
ผมขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยคนนะครับ....ผมใช้blogมาปีกว่าแล้วครับโดยสมัครไว้ที่ http://padupacamp.blogspot.com ผมเขียนอะไรไว้อ่านถ้าคุณมีเวลาเข้าเยี่ยมชมได้นะครับ.....ต่อไปผมจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในblogนี้เมื่อมีโอกาสครับ
ผมขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยคนนะครับ....ผมใช้blogมาปีกว่าแล้วครับโดยสมัครไว้ที่ http://padupacamp.blogspot.com ผมเขียนอะไรไว้อ่านถ้าคุณมีเวลาเข้าเยี่ยมชมได้นะครับ.....ต่อไปผมจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในblogนี้เมื่อมีโอกาสครับ
ผมเปิดประเด็นนะครับ......โลกร้อน น้ำแข็งละลาย ภูเขาไฟระเบิด โรคระบาด และอื่นๆ เป็นเพราะ "การเสียสมดุล"ของสิ่งนั้นๆ....ท่านเห็นเป็นอย่างไรครับ
ช่วงปีใหม่ 2551 ผมและครอบครัวมีโอกาสไปพักผ่อนที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี........ความรู้สึกก่อนไปเมืองกาญจน์น่าจะร้อนแห้งแล้งมากเพราะจำได้ตอนไปฝึก รด.ที่เขาชนไก่ สุดหฤโหด....ที่ไหนได้ อุทยานแห่ชาติเต็มไปหมด....เจาะลงไปให้แคบเอาตรงน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น....มีน้ำตกตั้ง 7 ชั้นมีความสวยงามมากที่เหนืออื่นใดในการเดินทางไปน้ำตกต้องขับรถผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติที่เป็นอุโมงค์ป่าไผ่....ความรู้สึกดีมากๆ...ตลอดเส้นทางพบไก่ฟ้าพญาลอหลายฝูง...บางฝูงมีถึง 7 ตัว...คุ้มค่าจริงๆ......อย่าเชื่อนะต้องไปพิสูจน์
การลงแขกเป็นวัฒนธรรมทางธรรมชาติ
posted by ปัญญา วารปรีดี at 11:05
โลกไร้พรมแดน
posted by ปัญญา วารปรีดี
ดอกไผ่กับนกกระติ๊ดเขียว
วังผักหนอง
ความทรงจำในวัยเยาว์ของเด็กหญิง….เจ๊โสง เด็กน้อยชาวมุสลิมที่เกิดมาพร้อมเสียงคลื่น..เรือประมงและกลิ่นปลาทะเล..ที่มีต่อเหตุการณ์หนึ่งในชีวิต..วันนั้นเป็นวันที่คลื่นลมสงบนิ่งผิดปกติ..ฟ้าแดงอ่อน..ยอดมะพร้าวที่ขึ้นริมหาดใกล้บ้านไม่ไหวติง….เวลาเพิ่งบ่ายคล้อย….ไก่ที่เลิ้ยงไว้พากันกลับเข้าเล้าก่อนเวลาที่เคยเป็น….แพะเป็นฝูงที่ชาวมุสลิมเลี้ยงพากันร้องเสียงดัง…และวิ่ง ขึ้นไปที่สูง……..พ่อของเจ๊โสงบอกลูกทั้งหญิงชายตัวเล็กๆทั้ง 12 คนเมื่อพาขึ้นเรือว่า…….คำเตือนจากแพะบอกให้เรารู้ว่าในไม่ช้าจะเกิดมรสุมที่รุนแรง…..จากนั้นพ่อก็ขับเรือหางยาวบรรทุกลูกไปริมทะล ระยะทาง ประมาณ 7-8 กิโลเมตรไปหลบลมที่ ที่ว่าการอำเภอเทพา….ที่อำเภอมีฝนตกหนัก ลมไม่แรง…หนึ่งถึงสองชั่วโมงต่อมาเมื่อลมสงบพ่อพาเจ๊โสงกลับบ้าน…เจ๊โสงพบว่า…ชายหาดหายไปทั้งหมดพร้อมกับต้นมะพร้าว..บ้านพังไปบางส่วน…แพะกลับมาที่บ้านไม่เป็นไร…เจ๊โสงคิดในใจ….นี่ถ้าแพะไม่เตือนภัยเราก่อนคงอันตรายแน่ๆ คำเตือนจากแพะ
ยะมิง..ยอดนักบริหารท้องถิ่น ยะมิง ……เป็นผู้บริหารท้องถิ่นในภาคใต้ของประเทศไทย ยะมิงไม่จบชั้น ป.2 แต่ยะมิงเรียนรู้การอ่านคัมภีร์อัลกุลาอ่านตั้งแต่ยะมิงจำความได้…ยะมิงเป็นผู้บริหารท้องถิ่นมาตลอดกว่า 30 ปี ตอนนี้ยะมิงอายุ 62 ปีแล้ว……ถามว่าทำไมชาวบ้านจึงเลือกยะมิงมาโดยตลอด…ทั้งที่ ป.2 ก็จบ เจ๊โสงน้องสาวคนสุดท้องเคยถามยะมิงว่าทำไมพี่ไม่ทำถนนลาดยางหน้าบ้านเราซะที…..คำตอบ…ของพี่ชายคือ..พี่ทำให้คนอื่นก่อนคนอื่นเขาจะได้มีความสุข…เมื่อเขามีความสุขพี่ก็มีความสุขด้วย…ด้วยเหตุนี้แหละชาวบ้านเขาจึงเลือกพี่มาตลอด…เจ๊โสง สงสัยความสุขของพี่ชายอยู่ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารท้องถิ่นมากกว่าการมีถนนลาดยางสำหรับเดินทางที่สะดวก…..สงสัยชาตินี้บ้านเราไม่มีถนนลาดยางใช้แน่ๆ
เข้ามาขอบคุณ ผอ.ปัญญา ที่กรุณาส่งหนังสือไปให้
"ธรรมชาติกลางฤดูฝน" ภาพสวยเนื้อหาดี มีประโยชน์มาก
"บันทึกธรรมชาติเล่มแรก" อ่านสนุก เพลิดเพลิน น่าติดตามทุกเรื่องเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆ อีกครั้งที่เสียสละเวลา เขียนเล่าเรื่องราวดีๆ
เป็นบันเทิงคดี ที่ได้ทั้งสาระความรู้และความเพลิดเพลิน
จะคอยติดตามผลงานชิ้นต่อไปค่ะ
วีระนุช และ ชัยรัตน์
"ขอร่วมแจมเรื่องราวนกในธรรมชาติ"
#-#-# เหยี่ยวออสเปรย์ กับอาหารโปรด ที่บ่อบำบัดน้ำเสียหาดใหญ่ #-#-#
ช่วงปลายปีถึงต้นปี เป็นโอกาสดีของนักดูนกที่จะได้เฝ้าดูนกอพยพกัน
โดยเฉพาะนกในกลุ่มนักล่าทั้งหลายที่อพยพผ่านและแวะพักที่บ้านเรา
ที่หาดใหญ่มีระบบบำบัดน้ำเสียเป็นบ่อพักน้ำขนาดใหญ่หลายบ่อ
บริเวณรอบๆ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเป็นบริเวณกว้างอยู่ริมทะเลสาบสงขลา
ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ประมาณ 14 กม. ทางทิศตะวันออก
เป็นแหล่งพักและหากินของนกอพยพที่สำคัญแห่งหนึ่ง
ก็เลยเป็นแหล่งดูนกประจำของนักดูนกชาวหาดใหญ่
ในบรรดานกอพยพที่แวะพักบริเวณนี้ ที่เราเจอเป็นประจำและ
เป็นขวัญใจของเราก็คือ เหยี่ยวออสเปรย์ นั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวนี้จะ
วนเวียนหากินอยู่ที่นี่นานหลายเดือน คงเพราะที่บ่อบำบัดน้ำเสีย
หาดใหญ่ มีบ่อน้ำจืดขนาดใหญ่ที่บำบัดแล้ว อยู่หลายบ่อ
มีอาหารโปรดเป็นปลาหลากหลายชนิดอยู่ชุกชุมมาก
เหยี่ยวออสเปรย์ (Osprey) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pandion haliaetus
มีขนาดประมาณ 55-63 ซม. เป็นนกขนาดกลาง ส่วนใหญ่อพยพมา
อยู่เมืองไทยช่วงฤดูหนาว บางครั้งอาจพบตัวไม่เต็มวัย อาศัยอยู่ตลอดทั้งปี
พบไม่บ่อยนัก ชอบหาอาหารกินอยู่ตามชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำ และ
แหล่งน้ำจืด เช่น บึง หนอง อ่างเก็บน้ำ อาหารหลักเป็นปลา
และอาจกินพวก นก กบ และสัตว์เล็กๆ อื่นๆ ด้วย
วันหยุดที่ไม่ได้ไปไหน เราก็จะไปเฝ้าที่ขอบบ่อตั้งแต่เช้า คอยดูเจ้าออสเปรย์
มาหาอาหารโปรด ซึ่งก็ไม่เคยผิดหวัง นั่งคอยไม่นานก็มักเจอเหยี่ยวออสเปรย์
บินตรงมาที่บ่อ ร่อนวนหาปลา เท่าที่สังเกตวิธีการจับปลาของเหยี่ยวออสเปรย์
พบว่า เหยี่ยวใช้เวลาหาปลาไม่นาน มักไม่เกินสิบนาที พอเห็นเป้าหมาย
เหยี่ยวก็ทิ้งตัวดิ่งลงจับปลาด้วยกรงเล็บ บางครั้งพลาดเป้าไปบ้าง ก็ต้องบินขึ้น
กลับมาวนหาใหม่ แล้วก็ทิ้งตัวดิ่งลงจับปลาอีก โดยพุ่งลงอย่างรวดเร็ว ลงน้ำทั้งตัว
ดังตูมใหญ่น้ำกระจาย
เมื่อได้ปลาติดอยู่กับกรงเล็บ เหยี่ยวก็ตีปีกอย่างแรงเอาปลาที่กำลังดิ้นขึ้นจากน้ำ
เคยเห็นขาหนึ่งจับหัว อีกขาจับตัว รับรองว่าปลาคงดิ้นหลุดยากมาก แล้วก็บินไป
หาที่สงบ จัดการอาหารโปรด
โชคดีที่เรารู้ใจเหยี่ยวออสเปรย์ว่าชอบหิ้วปลาไปกินที่ไหน เพราะเคยสังเกตเห็นว่า
เหยี่ยวออสเปรย์ ที่นี่ชอบหิ้วปลาไปเกาะกินอยู่ตามหัวเสาไฟฟ้าอีกฝากหนึ่งของ
บ่อบำบัด ก็เลยขับรถตามไปดูพฤติกรรมการกินกันต่อ
พอเหยี่ยวถึงหัวเสาไฟต้นประจำ ลงเกาะแล้วก็หันมองซ้ายขวา เมื่อทุกอย่างปลอดโปร่ง
ก็จะเริ่มกินปลาจากส่วนหัวก่อน แล้วจิกกินเนื้อข้างในไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน หนังปลาก็กิน
สลับกับหยุดพัก หันซ้ายขวา สังเกตเหตุการณ์รอบตัวเป็นช่วงๆ แล้วก็กินต่อ จนถึงส่วน
สุดท้ายเป็นหางปลาก็กลืนลงทีเดียวหมด เท่าที่สังเกตดูใช้เวลากินประมาณครึ่งชั่วโมง
กินของใหม่เสร็จ ก็มักจะถ่ายของเก่าออกมา แล้วก็ก้มเอาปากทำความสะอาดกรงเล็บ
บางครั้งก็เห็นเหยี่ยวบินลงบ่อข้างๆ ใช้เท้าราน้ำ สงสัยจะล้างคราบเลือด แล้วก็บินไป
เกาะพักบนหัวเสาไฟอยู่เฉยๆ สลับกับการไซร้ขนทำความสะอาด อยู่นานมาก เคยเห็น
เกาะพักอยู่ไม่ไปไหนนานถึงสองชั่วโมง แต่บางตัวที่ยังไม่อิ่มก็เกาะไม่นานแล้วบินออก
ไปหาอาหารรอบใหม่อีก
แม้ว่าเหยี่ยวออสเปรย์กินอาหารเป็นสัตว์ต่างๆ ได้หลากหลาย แต่อาหารโปรดที่เราเห็นที่
บ่อบำบัดน้ำเสียหาดใหญ่ เป็นปลาอย่างเดียว แถมยังเป็นเหยี่ยวที่มีความสามารถในการ
จับปลาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสายตาดีมองเห็นปลาในบ่อจากระยะไกล แล้วยังพุ่งตัวลงน้ำอย่าง
รวดเร็วใช้กรงเล็บที่แข็งแรงจับปลาได้อย่างน่าทึ่ง สมกับที่ได้รับสมญานามว่า Fish Hawk
ผมคิดถึงอาจารย์ทั้งสองท่าน แม้เราอยู่ไกลกัน ด้วยความชอบและความห่วงใยในโลกของเราจึงเสมือนอยู่ใกล้ๆพอมีเรื่องสนุกๆก็คิดถึง คิดถึงเจ้าแปงด้วย ผมใช้คอมฟิวเตอร์ได้นิดๆ เด็กๆเขาเรียกพวก bbc คือเกิดมานานเกินไปแล้ว....ผมขอบคุณอาจารย์ที่ให้กำลังใจ และแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ลึกละเอียด..อาจารย์บรรยายได้เห็นภาพเหมือนผมยืนอยู่ตรงนั้นด้วยเลยครับ ถ้าอาจารย์มีเวลาผมคงได้อ่านอีกหลายๆครั้ง......และเมื่อทุกคนเข้ามาอ่านเขาต้องได้รับประโยชน์แน่ๆ
เป็ดแดงที่หนองแวงอำเภอคอนสวรรค์
หนาวปีนี้ (ธันวาคม 52) มีโอกาสเดินทางไปที่อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ และมีส่วนร่วมในงานที่ชาวอำเภอคอนสวรรค์ เขาภาคภูมิใจซึ่งจัดงานต่อเนื่องมาหลายปีแล้วคืองาน “ประเพณีคอนสวรรค์รับขวัญนกเป็ดน้ำ” ณ บริเวณหนองแวงซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 105 ไร่ เป็นแหล่งรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากลางชุมชน อำเภอคอนสวรรค์ ด้วยมีนกเป็ดน้ำนับหมื่น นับแสนตัว ลงพักผ่อนกลางวัน บริเวณหนองแวงแห่งนี้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวมีนกน้ำอพยพมาอาศัยหากิน ทำให้นักดูนกได้มีโอกาสได้ชื่นชมชีวิตความเป็นอยู่ ลักษณะท่าทาง สีสันความสวยงามของนกอพยพเหล่านั้น
ที่บอกว่ามีส่วนร่วมคือได้รับเชิญจาก กศน.อำเภอคอนสวรรค์ ให้จัดกิจกรรมดูนกยามเช้าให้นักศึกษา กศน. จำนวน 120 คน ทีมงานทุกคนเตรียมรถยนต์เคลื่อนที่ (Mobile) นิทรรศการชุดระบบนิเวศและเรื่องนก รวมถึงชุดกล้องส่องทางไกล(Binoculars)และชุดเทเลสโคป พร้อม บทปฏิบัติการเพื่อทำกิจกรรมในช่วงเวลา 05.30 น. ถึง 08.30 น. ของเช้าวันที่ 25 ธันวาคม ก่อนเริ่มกิจกรรม ในวันที่ 24 ธันวาคม ทีมงานสำรวจสภาพของหนองแวงว่ามีนกน้ำชนิดใดบ้าง ที่อาศัยอยู่ผลการสำรวจพบนกเป็ดแดงมากที่สุดนับหมื่น ๆ ตัว พบนกอพยพ เช่น นกไอ้งั่ว หรือ บางกลุ่มเรียกนกงู(ภัฑรกิจ ไชยถา ถ่ายภาพ) เป็นนกหายากมาก พบนกอีล้ำ จัดเป็นนกอพยพในช่วงฤดูหนาวลักษณะคล้าย ๆ นกอีโก้ง แต่ตัวสีดำ ปากแดงขอบเหลืองมีแถบสีขาวที่แนวปีกและใต้หาง แม้พบนกอพยพเพียง 2 ชนิด นับว่าคุ้มต่อการมาครั้งนี้ รายละเอียดของนกอพยพที่พบจะเขียนในโอกาสต่อไป
อยากเขียนความรู้สึกทุกอย่าง....แต่เขียนแล้วก้รู้ตัวว่าเขียนทำไมเนี้ยะ..เขียนไปก้เท่านั้น... ไม่มีอะไร ๆ เปลี่ยนแปลงแน่นอน คนก็คือ คน ไม่ใช่เทวดา อิ อิ