ในวันหรือเวลาที่ป่วยใจอย่ามัวนั่งนิ่งพิงฝาไซร้ ให้รีบหาอะไร “ดี ๆ” ทำ

เวลาที่เหงา เศร้าศร้อย จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างแสนว้าเหว่และเดียวดาย
ถ้านั่งจมอยู่กับตนเองอยู่ในความคิด จะทำให้จิตยิ่งตกดิ่งลงสู่หุบเหวที่ทั้งมืด ทั้งเงียบและปราศจากมิตร
การอยู่ในความคิดของตนเองในระหว่างที่จิตป่วยหรือใจเกิดอาการเมื่อยล้ากับงานก็ดี กับสิ่งรอบข้างตนเองนั้นก็ดี ต้องรีบหาสิ่งดี ๆ ทำ จะช่วยดึงจิต จูงใจให้กลับมาสดใสและผ่องแผ้วเหมือนเดิมได้ในเร็ววัน

ต้องรีบหาสิ่งต่าง ๆ ทำ
สร้างให้จิตเกิดเป็นสมาธิ ตั้งสติให้อยู่กับงาน
แต่... ไม่ควรนั่งสมาธินะ เพราะยิ่งนั่งจะยิ่งทำให้จิตที่กำลังอยู่ในทางสองแพร่ง กลับเดินทางเข้าสู่ความเงียบสงัด
ความเงียบจะทำให้คนคนนั้นยิ่งจมอยู่กับความเงียบของตนเพียงคนเดียว
จะทำให้ยิ่งเงียบ ยิ่งเชียบลง ลง ลง ลง ไป จะกลายเป็นไม่พูด ไม่คุยกับใคร
และถ้ายิ่งไปพบอะไรในสมาธิก็อาจจะทำให้ยิ่งหนักจนเสียสติไปได้นะ

ขอให้มีสมาธิและจดสติอยู่กับงาน
โดยเฉพาะขอให้เป็นงานที่ดี ๆ “สิ่งดี ๆ”
เพราะนอกจากจะมีสมาธิจดจ่ออยู่กับงาน ทำให้ความคิดไม่ฟุ้งซ่านร่อนเร่พเนจรออกไปไหนต่อไหน โดยเฉพาะออกไปในความเงียบเหงาแล้ว
สิ่งดี ๆ ที่ทำนั้น
จะทำให้ความรู้สึกที่ดี ๆ “มีพลัง”
เพราะสิ่งที่ดี ๆ จะทำให้ “ใจดี ใจสบาย”

การทำสิ่งที่ดี ๆ นอกจากจะช่วยให้ใจดี “ดีขึ้น ๆ” ในขณะที่ทำแล้ว (ยิ่งทำนานยิ่งดีนะ)
ทุก ๆ เวลาที่เห็นสิ่งดี ๆ ที่ตนเองทำเสร็จแล้ว สำเร็จแล้ว หรือในเวลาที่มีคนข้างกายมาเห็น พูดถึง กล่าวคำชม
สิ่งนั้นจะเปรียบเสมือนเป็นรางวัล หรือ “ยารักษาใจ” ขนานใหญ่ที่จะช่วยพยุงและเยียวยาใจอย่างดียิ่งในทุก ๆ เวลา

ป่วยใจจากความเงียบเหงา อย่าปล่อยให้ซึมเซาเหงาหงอย นั่งเหม่อลอยพิงข้างฝา
บางครั้งป่วยกายนั้นหนออาจตามมา ต้องสู้ ๆ ๆ ทำการทำงานดี ๆ สู้ได้สิ ถ้ามีกำลังใจ

สิ่งดี ๆ จะช่วยหนุนส่งกำลังใจในขณะที่ป่วยใจนะ
ถึงแม้ว่าจิตจะนำกายให้ป่วยตาม “สู้สักหน่อย” นำสิ่งที่ดี ๆ ที่กำลังทำอยู่เป็นแรงสู้กับมัน
“ฉันกำลังทำสิ่งที่ดี ๆ อยู่นะ เธอ (ร่างกาย) อย่าเพิ่งมาป่วย ช่วยฉันทำสิ่งที่ดี ๆ สิ”
เถียงกับมันบ้าง เจ้าร่างกายน่ะ อย่าปล่อยให้มันชนะเราเสมอไป


“จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว”
สู้กับมัน เถียงกับมัน
ใช้ความดี สิ่งดี ๆ สู้กับมัน
ให้เราชนะนิวรณ์บ้าง ชนะความเจ็บป่วยไม่สบายบ้าง
มันเจ็บเองได้ มันก็หายเองได้
ฝืนสักนิด สู้สักหน่อยก็ยังดี
ใช้ความดีสู้ ใช้การงานที่ดี ๆ สู้ ใช้สิ่งที่ดี ๆ สู้
สู้แล้วจะชนะ


สู้กับมัน จิตใจของเราจะได้แข็งแกร่งขึ้น แข็งแรงขึ้น
เจ้าร่างกายหรือสังขารเราฝึกมันบ้าง ฝืนมันบ้าง ด่ามันบ้างก็ได้นะ
ร่างกายบ้างครั้งมันก็หลอกล่อเรา เพราะมันอยากสบาย เป็นตามธรรมดาของเนื้อหนังถ้ามันอยากสุข อยากสบาย
เราต้องใช้จิตใจข่มมันบ้าง อย่าไปยอมแพ้มันเรื่อยไป
ฝึกฝืนมันไว้ อย่านอนร่ำไป อย่าซมร่ำไป
ถ้าจิตใจเราเข้มแข็ง ย่อมสู้ได้ ย่อมฝืนได้ ไม่นานเจ้าร่างกายเขาก็จะรู้ แล้วเขาก็จะปรับเปลี่ยนของเขาเอง

ปรับเปลี่ยนด้วยสิ่งดี ๆ
สิ่งดี ๆ มีพลังนะ เพราะสิ่งดี ๆ คือ “กุศลกรรม”
กรรมดีหรือกุศลกรรม เป็นพลังที่หมุนวนเป็นเกลียวสนับสนุนจิต ใจ และร่างกายอย่างไม่มีวันรู้จักจบสิ้น...