การเรียนรู้ตลอดชีวิตในศตวรรษที่21 : ขุมทรัพย์ในตน ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาในสหัสวรรษใหม่ ทำให้หลายประเทศเตรียมการเสริมศักยภาพของประชาชน ทั้งในด้านทักษะความรู้ ทัศนคติ ค่านิยม โดยการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านทางด่วนสารสนเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นปัจจัยสำหรับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และธำรงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมของประเทศในยุคโลกาภิวัตน์ ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกุญแจสำคัญเปิดเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 นั้น ประกอบด้วย สี่เสาหลักที่เป็นรากฐานของการศึกษา อันได้แก่ · การเรียนเพื่อรู้ หมายถึง การรวมความรู้สามัญอย่างกว้างๆเข้าด้วยกัน โดยให้มีความเป็นไปได้ที่จะมีการศึกษาลงลึกในบางวิชาที่เลือกไว้ ซึ่งภูมิหลังกว้างๆเช่นนี้ จะเป็นใบเบิกทางนำไปสู่การศึกษาตลอดชีวิต ช่วยวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับคนมีจิตใจชอบแสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา· การเรียนรู้เพื่อปฏิบัติได้จริง เป็นการเรียนรู้ในลักษณะที่จะช่วยสร้างความสามารถให้มนุษย์ดำรงชีพ อยู่ในสถานการณะต่างๆได้ ซึ่งความสามารถและทักษะดังกล่าว สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ ถ้าผู้เรียนรู้ได้มีโอกาสได้ทดลอง และพัฒนาความสามารถของตน โดยมีส่วนร่วมในโครงการประสบการณ์งานอาชีพ หรืองานทางสังคมอย่างจริงจัง· การเรียนรู้เพื่อชีวิต โลกในศตวรรษที่ 21 ทุกคนจำเป็นต้องมีความคิดเป็นอิสระและรู้จักตัดสินใจ ประกอบกับมีความรู้สึกรับผิดชอบโดยส่วนตัวอย่างแรงกล้าต่อการที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกันกับผู้อื่น· การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน โดยพัฒนาความเข้าใจในผู้อื่นทั้งแง่ประวัติศาสตร์ ธรรมเนียมประเพณี และค่านิยมทางจิตใจ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำหรับการรังสรรค์จิตวิญญาณใหม่ ที่ตระหนักสำนึกถึงการต้องพึ่งพาอาศัยกัน รวมทั้งการวิเคราะห์ความเสี่ยง และความท้าทายของอนาคตร่วมกัน ทุกสังคมในโลกล้วนมีเป้าหมาย ที่จะเคลื่อนไปสู่โลกแห่งอุดมการณ์อันหลีกเลี่ยงมิได้ และจะไม่มีความสามารถใดๆของมนุษย์คนใดที่ถูกละเลย ดังนั้น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 มาตรา 8 ได้ระบุชัดเจนว่า “การจัดการศึกษาให้ยึดหลัก” ดังนี้ 1. เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน2. ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา3. การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เราต้องทบทวนและขยายแนวคิด เรื่องการศึกษาตลอดชีวิต ให้กว้างไกลยิ่งขึ้น ทั้งนี้ มิใช่เพียงเพื่อปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น กับสภาพของการงานอาชีพเท่านั้น หากแต่จะต้องเข้าไปสร้างกระบวนการหล่อหลอมปัจเจกบุคคลในองค์รวมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมทั้งในด้านความรู้ เจตคติ วิจารณญาณ และความสามารถในทางปฏิบัติไปพร้อมๆกัน เพราะการเรียนรู้ตลอดชีวิตจะช่วยให้ผู้คนสามารถพัฒนาจิตสำนึก ความตระหนักรู้ในเรื่องเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมให้มีบทบาททางสังคม ทั้งด้านการงานและชุมชนด้วย ทุกภาคส่วนต้องเข้ามามีบทบาทในการสร้าง “องค์กรแห่งการเรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา รัฐบาลและเอกชน ต้องเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ว่า เป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนและองค์กรต่างๆ สามารถรับมือกับกระแสความเปลี่ยนแปลง และสามารถพลิกวิกฤตการณ์ให้กลายเป็นโอกาสได้ รวมทั้งคนไทยทุกคน ต้องตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญ คุณค่าของการศึกษาตลอดชีวิต และการเรียนรู้ตลอดชีวิตว่าเป็น หัวใจและพลังในการสร้าง “ คน ” <p> </p>
บทความชัดเจนดีแล้วค่ะ ที่คณะครุศาสตร์ของจุฬา ฯ ก็มีอาจารย์ที่สอน Knowledge management อยู่เหมือนกันค่ะ อาจลอง search หาดู เผื่อได้ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ
สวัสดีค่ะ
ก่อนอื่นขอชมว่าบทความสร้างสรรค์นะคะ น่าอ่านมาก อยากเสนอ idea เรื่องการจัดหน้านิดเดียวเพราะเวลาอ่านแล้วมันดูเขียนเป็นหนึ่ง paragraph ไปนิด ถ้าลองแลกเปลี่ยนความเห็นก็
- เขียนเป็น bullet ในตรงสีน้ำเงิน
- ขึ้นย่อหน้าใหม่ส่วนที่เป็นข้อ
ก็ยิ่งจับประเดินที่ต้องการให้ เป็นจุดสนใจง่ายขึ้นนะคะ ดีไหมนะ คนอ่านคนอืนช่วยออก idea ด้วยนะคะ
บทความเนื้อหาชัดเจน อ่านเข้าใจง่ายค่ะ แล้วก็เห็นด้วยอย่างมากเกี่ยวกับการเรียนรู้ เพราะการเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด และพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้คนเติบโตขึ้นมาแล้วมีความรู้ ความสามารถนั้นต้องเริ่มจากการดูแลจากครอบครัวซึ่งเป็นจุดเล็กๆๆ จุดแรกแล้วขยายไปสู่สังคมที่กว้างขึ้น สำหรับการเขียนขอแนะนำให้แบ่งเป็นย่อหน้าก็จะทำให้อ่านง่ายขึ้นนะคะ แต่โดยรวมถือว่าเขียนดีแล้วค่ะ
เป็นบทความที่น่าสนใจค่ะ แบ่งเป็นหมวดหมู่ได้อย่างชัดเจน และเห็นด้วยกับบทความที่ว่า การศึกษาเป็นหัวใจและพลังในการสร้างบุคลากรของประเทศชาติ
เห็นด้วยกัน คุณมุก คห3 เกี่ยวกับการจัดหน้า อ่ะค่ะ
ในส่วนของเนื้อหา ส่วนตัวไม่ค่อยถนัด บทความวิชาการเท่าไหร่ พออ่านแล้ว ราบรื่นเข้าใจง่ายในช่วงต้นช่วงท้าย
แต่ในส่วนตั้งแต่ " การเรียนรู้เพื่อชีวิต..... การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน โดย....อนาคตร่วมกัน" ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ สองหัวข้อนี้ กับเนื้อหาที่บรรยาย หัวข้อว่าเรียนรู้เพื่อชีวิต แต่เนื้อหาน่าจะเป็นการเรียนรู้เพื่อการตัดสินใจ หรือ อะไรประมาณนี้มากกว่า (สงสัยเป็นเพราะเราไม่ได้ศึกษามาด้านนี้มั่งค่ะ เลยข้องข้างงง) แล้วก็ คำว่า รังสรรค์จิตวิญญาณใหม่ นี่ ส่วนตัวรู้สึกว่าค่อนข้างกำกวมนะค่ะ ไม่แน่ใจว่าผู้เขียนต้องการสื่อถึงอะไร
ไม่แน่ใจว่าเป็นประโยชน์หรือเปล่า แต่ขอบคุณที่แชร์ เนื้อหาดี ดีให้อ่านค่ะ
ชอบบทความนี้คะ เป็นการสะท้อนถึงสังคมที่ต้องมีการพัฒนาการเรียนรู้ จากจุดเล็กๆไปสู้สังคมใหญ่ เพราะการเรียนรู้นำไปสู่ การวางรากฐานของชีวิต …
เนื่อหาของบทความถือว่าเปิดประเด็นเกี่ยวความสำคัญและความจำเป็นของการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับศตวรรษ 21 นี้ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ความสำคัญและความจำเป็นทั้งหมดยังหาจุดเชื่อมต่อกันและสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ไม่ดีนัก จึงทำให้อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเอาหลายๆบทความมายัดไว้ด้วยกันโดยไม่ได้คำนึงถึงความต่อเนื่องและเกื้อหนุนซึ่งกันและกันเอาไว้ ควาวนี้ลองมาดูในรายละเอียดที่ให้ไว้นะครับ ผมรู้สึกว่ามีประเด็นหลักกว้างขวางและหลากหลายเกินไปจนทำให้น่าเบื่อและยากต่อการเข้าใจถึงเนื่อหาหลักของบทความนี้ นอกจากนี้บางประเด็นยังดูซ้ำซ้อนกันเองเพราะสามารถชักนำผู้อ่านไปสู่บทสรุปเบื้องต้นที่คล้ายคลึงกัน เช่น การเรียนรู้เพื่อชีวิตกับการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน ซึ่งหากจะยังคงเนื้อหาทั้งหมดเอาไว้ น่าจะใช้เทคนิคการนำเสนอแบบแผนภาพเพื่อทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและทำให้ผู้อ่านเข้าถึงเนื้อหาหลักที่ต้องการนำเสนอได้อย่างลึกซึ่ง และใช้การยกตัวอย่างเรื่องราวที่มีเนื้อหาทุกๆอย่างที่ต้องการนำเสนออยู่ในนั้นอย่างครบครัน อย่างเช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะช่วยให้เข้าถึงปรัชญาดังกล่าวได้ง่ายขึ้นและคุณก็อธิบายได้ง่ายขึ้นด้วยนะ
อ่านบทความแล้วรู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าทุกวันนี้การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ คนเราไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้อยู่ในชั้นเรียนเพื่อให้ได้ความรู้เพียงอย่างเดียวทุกๆที่ก็สามารถเป็นสร้างการเรียนรู้ได้หมดและการเรียนรู้ก็สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นเด็กๆ ถึงจะเกิดการเรียนรู้ เพราะบางครั้งผู้ใหญ่ก็ยังรู้ได้ไม่หมดในหลายๆเรื่องซึ่งต้องเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าบางครั้งการเรียนรู้ทฤษฏีอย่างเดียวก็อาจจะไม่แตกฉานพอบางอย่างเราจะต้องฝึกปฏิบัติเพื่อให้รู้จริงว่าขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างไร ซึ่งบางครั้งการฝึกปฏิบัตินอกจากจะทำให้เรารู้กระบวนการทำงานแล้วยังทำให้เรารู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่นซึ่งนั่นก็เป็นการสร้างให้เรารู้จักการปรับตัวเข้ากับอื่นได้ด้วย
"อย่าลืมเรียนรู้ทุกๆอย่างด้วยความมีสตินะ"
แต่ขอ comment นะตรงแต่ละข้อน่าจะขึ้นบรรทัดใหม่นะจะได้อ่านง่ายขึ้น
เขียนดีแล้วคับ ทำให้มีมุมมองในด้านการเรียนมากขึ้น ทำให้มีความสนใจในการเรียนมากขึ้น สะท้อนความสำคัญของการศึกษาต่อสังคมปัจจุบัน
ชื่อเรื่องและเนื้อหาน่าสนใจมาก อยากให้คนไทยได้ตระหนักถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก เนื่องจากการพัฒนาด้านทรัพยากรมนุษย์จะเป็นรากฐานที่สำคัญ ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านอื่นๆ ตามมา ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เป็นต้น การเรียนรู้ตลอดชีวิตจะช่วยพัฒนาให้ทรัพยากรมนุษย์มีคุณภาพและมีคุณค่าเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา
ก่อนอื่นต้องขอชมผู้เขียนที่มีความตั้งใจที่จะสื่อให้ทราบถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต
แต่การจัดรูปแบบของเอกสารควรเว้นบรรทัด ย่อหน้า พร้อมทั้งควรยกตัวอย่าง และอธิบายความหมายเพิ่มเติมของคำศัพท์ที่ใช้ เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ถ้าสามารถแนะนำเอกสารอ้างอิง บทความ หรือเวบไซด์ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้ก็จะเป็นการดียิ่งขึ้น
ผมมั่นใจว่าบทความต่อๆไปจะสามารถพัฒนา ปรับปรุง แก้ไขให้ถูกใจผู้อ่านมากขึ้น
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ การพัฒนาคนเรานั้น จำเป็นต้องสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ แต่การสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ จะสร้างได้อย่างไร เมื่อมีความรู้แล้วจะทำอย่างไรให้คน เข้าถึงความรู้เหล่านั้นเพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเอง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรหลาย ๆ องค์กร มีการจัดการความรู้ (KM) Knowledge Management แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรหรือไม่บรรลุวัตถุประสงค์การทำKM เพราะในเรื่องของ KM นั้นคือการรวมรวมข้อมูลที่เชื่อถือได้ มีความถูกต้อง รวมกันเป็นฐานข้อมูล จากหลาย ๆ ฐานข้อมูล รวมกัน เพื่อจัดหมวดหมู่เป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อให้คนเข้าถึงได้ ซึ่งเรียกได้หลายอย่าง เช่น คลังข้อมูล, การจัดการความรู้ KM แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันก็คือการรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน และวัตถุประสงค์ของการทำระบบ KM ก็คือ ให้คนรับรู้และเข้าถึงเพื่อพัฒนาไปสู่ปัญญา (Wisdom) นั่นเอง ซึ่งการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ นั้น จำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วยในสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้
ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นค่ะ
ตอนนี้Blog 2 มาแล้วนะ..ติดตามได้ที่
http://gotoknow.org/blog/A-Charawee
การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับสำหรับทุกคน และผมก็เชื่อว่าการศึกษาไม่มีวันหมดหรือจบสิ้นครับ
ความผิดพลาดใหญ่หลวงของกระบวนการเรียนรู้ในวิถีชีวิตของตนไทยนั้นอาจผิดพลาดมาตั้งแต่อดีตการณ์ ให้ลองสังเกตุ การสอนลูกส่วนมากจะเป็นการห้ามเสียอย่างเดียว การเรียนหนังสือก็จะเป็นการยัดเยียดสิ่งที่ผู้เขียนหลักสูตรอยากให้รู้ เพื่อให้เด็กจำเสียมากกว่า ครูเองเมื่อผ่านระบบการศึกษามาแบบเก่า แล้วมิได้เกิดการเรียนรู้เพิ่มเติมที่ดีผลร้ายก็ตกอยู่กับเด็ก อยูกับคนรุ่นหลังอีก ทั้งหมดล้วนเป็นวงจรที่หาทางออกยากยิ่ง และด้วยความคิดแบบสังคมไทย(บางคนนะ)ที่ยึดหลักผู้ใหญ๋ถูกเสมอโดยไม่ฟังเหตูผลก็ยิ่งหนักไปกันใหญ่ทำให้เกิดการหยุดการพัฒนาองค์ความรู้ไปดื้อๆ สุดท้ายผมมองว่า การพัฒนาการเรียนรู้นั้นเหมาะสมแล้วเป็นสิ่งที่ขาดในสังคมปัจจุบัน หากเร่งปลูกฝังวันนี้ คงอีกไม่นานคนที่มีคุณภาพก็จะเกิดขึ้น คนที่กรอบความคิดเปิดกว้างพร้อมที่จะรับฟังเรื่องใหม่ๆก็จะช่วยให้การพัฒนาเร็วยิ่งขึ้น
"การศึกษาคือการพัฒนาตน พัฒนาชาติ"
บทความเรื่อง การเรียนรู้ตลอดชีวิตในศตวรรษที่21 : ขุมทรัพย์ในตน เป็นบทความที่ดีทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของการศึกษามากยิ่งขึ้นค่ะ
ชอบบทความมากค่ะ สื่อให้เข้าใจได้ว่าการเรียนรู้มีหลายด้าน ไม่มีเพียงในตำรา ซึ่งการเรียนรู้หลากหลาย จะทำให้มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ มากขึ้น ส่งผลให้การดำรงชีวิตอยู่ในศตวรรษที่ 21 มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ใช้เหตุและผลที่ถูกต้องเหมาะสมในการดำเนินชีวิตมากขึ้น....สำหรับรูปแบบการนำเสนอบทความเสนอให้ทำเป็นภาพ แผนผังฯ ประกอบด้วยจะดีมาก น่าจะทำให้คนอ่านเพลิดเพลินกับการอ่านมากขึ้นค่ะ
อ่านบทความนี้แล้วทำให้เกิดความคิดเชื่อมโยงกลับไปสู่แผนพัฒนาเศรษฐกิจฯฉบับที่ 8 ที่เน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาในแทบทุกเรื่อง ประเทศชาติจะพัฒนาได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนในชาตินั้นว่าเป็นเช่นไร สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ณ ตอนนี้ การพัฒนา "คน " ของบ้านเราเป็นไปในทิศทางใด
เห็นด้วยกับบทความข้างต้นเป็นอย่างยิ่งเรื่องความสำคัญของการเรียนรู้ ทั้ง 4 ลักษณะ ยิ่งสังคมโลกมีการเปลียนแปลงอย่างรวดเร็วและเชื่อมหรือถ่ายทอดระหว่างวัฒนธรรม เราจึงจำเป็นต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และต้องพัฒนาตนเองเรียนรู้ไปตลอดชีวิต จะเป็นประโยชน์อย่างมากหากเรียนรู้แล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ขอบคุณสำหรับบทความดีดี
ขอComment นิดเรื่องจัดหน้าเอกสาร ควรเพิ่มย่อหน้า และแบ่งเป็นหัวข้อ จะสวยงามและอ่านง่ายกว่านี้นะ
ชีวิตของคนเราอาจมีทั้งยั่งยืนและไม่ยั่งยืน คนบางคนอาจเลือกที่จะทำบางสิ่งบางอย่างซ้ำๆอยู่กับที่โดยที่ไม่คิดจะศึกษาหาความรู้ ต่างจากคนอีก 1 คนที่มักมองหรือแสวงหาความสำเร็จของวันข้างหน้าด้วยความเพียรพยายามจะแสวงหาขุมทรัพย์หรือสมบัติอันสามารถติดตัวไปจนตายนั่นคือการศึกษาหาความรู้ ต่อให้มีคนมาแย่งชิงแต่ความรู้ก็มิสามารถหายไปจากตัวเราได้ ดังนั้นถ้าเรามีโอกาสที่จะเรียน หรือศึกษาในสิ่งต่างก็ไม่ควรที่จะละทิ้งโอกาสนั้นนะค่ะ