เมื่อเช้าออกไปดูต้นกระท้อนหลังบ้าน ตอนนี้เริ่มมีดอกเยอะเลย(ปีนี้น่าจะได้กินบ้าง)ตั้งใจจะห่อตอนเป็นลูกเท่าเม็ดพุดทรา ทำให้นึกถึงตอนเป็นเด็กผมเคยอยู่ที่ เกาะเกร็ดอ.ปากเกร็ด(ทุกวันนี้เสาร์อาทิตย์คน กทม.จะไปเที่ยวบ้านมอญกันเยอะมาก) ที่บ้านทำสวนทุเรียนแล้วก็ปลูกกระท้อน ตอนเรียนป.4เคยอ่านหนังสือนอกเวลาแบบเรียนภาษาไทยเรื่อง “เสด็จประพาสต้น ร.ศ. ๑๒๓”
จดหมายฉบับที่ ๒ วัดโชติทายการาม คลองดำเนินสะดวก วันที่ ๑๖ กรกฏาคม ร.ศ. ๑๒๓…เสด็จออกจากบางปะอินเมื่อ วันที่ ๑๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๓ ล่องมาตามลำน้ำ เรือฉันล่วงหน้า ทราบว่าเสด็จประทับวัดปรมัยยิกาวาสอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเลยประพาสสวนสะท้อนของนายบุตร ที่แม่น้ำอ้อมแขวงเมืองนนทบุรี ว่ามีสะท้อนอย่างดีๆที่สวนนั้นมาก กำลังสะท้อนออกผล เจ้าของสวนเชิญเสด็จเก็บสะท้อน ทราบว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัย และทรงพระกรุณาแก่เจ้าของสวนมาก…กระท้อน ราชาศัพท์ เรียนว่า “สะท้อน”
กระท้อนสมัยก่อนเป็นพันธ์พื้นเมือง แมลงศัตรูพืชไม่ค่อยสนใจ ไม่ห่อก็ได้กินแทบไม่หวาดไม่ไหว แต่พันธุ์ที่เราปลูกทุกวันนี้(พันธุ์กระท้อนที่นิยมปลูกได้แก่ พันธุ์ทับทิม พันธุ์อีล่า และพันธุ์ปุยฝ้าย) มักจะเป็นพันธุ์ต่างประเทศ หรือที่นักวิชาการผสมพัฒนาสายพันธุ์กันขึ้นมาเพื่อเน้นการส่งขาย(ขายได้เท่าไหร่ไม่รู้)ทำให้พันธ์พื้นเมืองเดิมเริ่มหายาก กระท้อนพันธุ์ใหม่ๆนี้ดูแล้วต้องถึงยาถึงปุ๋ยเหมือนกันไม่งั้นไม่ได้กิน…กระท้อนลอยแก้วก็น่ากินนะ…
จากคอมพิวเตอร์แตกออกเป็นเรื่องกระท้อนได้เหมือนกันนะ
ตอบคำถามอยู่ที่
http://gotoknow.org/ask/srichao/8691
เรียนกล้วยน้องรัก
ผมว่าจะเรียกอะไร มันก็คือ ผลไม้ที่ทานอร่อยชนิดหนึ่ง ผมชอบนะ ยิ่งเป็นปุยฝ้ายด้วยยิ่งอร่อยมากกว่าอย่างอื่น มีข้อสงสัยข้อหนึ่ง กระท้อนเวลาเราจะทาน ทำไมต้องทุบให้น่วมด้วย อย่างนี้เราน่าจะเรียกมันว่า ผลไม้ตบจูบ ตบจูบ จะเหมาะสมกว่าใหม
ครับ...ถ้าได้กระปิหวานใส่ปลาแห้งฝอยๆ กุ้งแห้งตำหยาบ ถั่วลิสงคั่วใหม่ๆบุบหยาบ ปรุงรสหวานอบเผ็ดอบเค็ม ราดบนกระท้อนที่สับเป็นฝอย แช่ตู้เย็นซัก 10 นาที....โอ้สวรรค์ชาวนา
เมื่อเช้า(6jan08) ไปกวาดใบไม้หลังบ้าน ได้ขนุนสุกมาลูกหนึ่ง เป็นพันธ์ทวาย1ปี เรียกผิดเรียกถูกต้องขออภัยด้วย(ได้พันธุ์มาจาก ผอ.ทิว ปราจีนบุรี) แน่นอนมากได้กินมา 3-4 ลูกแล้ว ปลูกมา 3 ปี เนื้อแห้งยวงหนาออกสีจำปาอ่อน หวานไม่มาก เนื้อกรอบมาก ลูกไม่โตมากเดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้ดู กะว่าจะแกะเฉพาะเนื้อใส่ถุงพลาสติคแช่ตู้เย็นไว้กิน....ได้เรียนรู้การปลูกขนุนจากการปลูกเองนี้ละ...พักนี้ตะลิงปลิงไม่รู้เป็นไรใบร่วงจัง
หลังบ้านปลูกต้นไม้หลายอย่าง วันอาทิตย์ที่ผ่านมาแฟนชวนไปกลางดง(เธอจะไปหาซื้อของฝากปีใหม่ให้เพื่อนครูที่โรงเรียน) ก็ได้นมข้าวโพด, กระท้อนลอยแก้ว, งาดำ ฯลฯ และผมก็หยิบน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง มา 2 ต้นๆละ 40 บาท ตั้งใจจะเอามาลงตรงที่ว่างระหว่าง ต้นมะเฟืองพันธ์มาเลเซีย(ตอนนี้ต้นใหญ่แล้วสูงราว 3 เมตร รัศมีพุ่มประมาณ 2 เมตร ออกผลทั้งปี) กับ ฝรั่ง ได้เรียนรู้เทคนิคการปลูกผลไม้ให้ต้นแข็งแรง ไม่เป็นโรค และออกผลดีจากตำราและลองทำเออ....ได้ผล...ผมจะเล่าให้ฟัง....ง่ายๆให้ท่านตัดแต่งกิ่งจากโคนขึ้นไปประมาณ 1 เมตร อย่าให้มีใบรกรุงรัก แล้วใส่ปุ๋ยบริเวณใต้รัศมีพุ่มใบ อย่าให้กระจุกแต่โคนต้น เพราะพืชจะหากินบริเวณผิวดินใต้พุ่มใบ ใช้ปุ๋ยพวกชีวภาพ, ขี้ค้างคาว, หรือขี้วัว เลือกเอาตามสะดวกแล้วสุ่มทับด้วยเศษหญ้าบริเวณใต้พุ่ม รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน โคนต้นที่โล่งเตียนลมพัดผ่านได้ จะทำให้ไม่เป็นเชื้อรา หรือแหล่งเพาะพันธ์เชื้อโรคที่เป็นศัตรูพืช ต้นไม้จะง๊ามงาม...ไม่เชื่อลองดู