Always Connect to the Source

ปรัชญาที่เรียบง่ายประการหนึ่ง ที่มักจะถูกละเลยก็คือ จะทำอะไรก็ตาม ขอให้เราคงไว้ซึ่งสาเหตุ ที่มา ความหมาย แห่งการคงอยู่ตัง้แต่เบื้องต้นกำเนิด

 

ในการศึกษาที่หลากหลายมากขึ้น เป็น semantic มากขึ้น คือ เน้น wording เน้นทฤษฎี เน้นการตีความ เอาภาษาเป็นโซ่พันธนาการความรู้ ที่แต่เริ่มต้นมีเจตน์จำนง์อันสูงส่ง งดงาม เลยไปติดกับดักที่การตีความ ความเป็น expert ลดหย่อนหน้าท่ีความสำคัญที่เชื่อมโยงจิตวิญญาน ซึ่งน่าจะเป็นหน้าที่ของทุกคน ไปให้ "ตัวแทน" หรือ "ผู้เชี่ยวชาญ" ซึ่งควรมีหน้าที่เป็นคนแนะนำ ให้คำปรึกษาเท่านัน้ แต่บ่อยครั้งกลายเป็นผู้ฟันธง ผู้จำกัดความ

จนคนส่วนใหญ่หลุดพ้น ห่างไกล จาก The Source โดยไม่รู้ตัว หรือไม่ชัดเจนมาตั้งแต่แรกเริ่มว่า "the source" ของตนเองนั้นคืออะไร

เดี๋ยวนี้เราใช้อารมณ์มาก ซึ่งถ้าแค่นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร แต่ถ้าไปถึงจุดที่เราเป็นทาสแห่งอารมณ์ ตรงนั้นจะเป็น turning point ที่เรามอบภาระการตัดสินลงไปอยู่ที่สมองชั้นกลาง หรือ limbic system และ bypass หรือ ลดความสำคัญและหน้าที่ของสมองส่วนหน้า ที่มีหน้าที่คิด วิเคราะหฺ ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง contemplate ลงไป สุดท้ายจะเป็นการ "ลดศักยภาพของมนุษย์" ของตัวเราไปมากน้อยเพียงใด?

 การมีและใช้กฏหมาย ก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าเราจะทำตามหลักการเสมอไป กฏหมายทุกฉบับเขียนมาโดยมีกรอบของภาษาเป็นเครื่องมือสื่อสาร และกฏหมายเป็นสิ่งที่ออกแบบมาเพื่อปรัชญาและคุณค่าที่เป็นนามธรรม นั่นคือ "ความยุติธรรม และความสงบสุขของสังคม" เป็นสมดุลระหว่าปัจเจกบุคคลและชุมชนส่วนรวม เรื่องแบบนี้เป็นองค์รวม และเป็น context-based issue ทั้งสิ้น

การหลับหูหลับตาตัดสินเรื่องราว ตามตัวหนังสือ ตามสิ่งที่ได้บันทึกไว้เป็นร้อยๆ พันๆปี หรือนานกว่านั้น ไม่ได้คำนึงถึงระบบภาษาที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้คำนึงถึงบริบท และไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบตามมา ในภาพใหญ่ อาจจะเป็นอวิชชา ความหลง จาก โลภะ โมหะ หรือโทสะ ก็จะไม่เกิดผลดีอย่างที่ออกแบบ เขียนบันทึกมาแต่แรกเริ่ม

เรื่องบางเรื่องเรารับรู้ว่าจริงแท้แน่อน ถามใครก็บอกว่าใช่ แต่นั่นอาจจะเป็นการเดินตกลงไปในกับดัก

กับดักนี้ชื่อว่า "Stuck with one fact/one view. Stuck with one US/ one them

ตัวยาที่จะป้องกัน และตัวยาที่จะเยียวยา ก็คือ กลยุทธ์ต่างๆ ทำอย่างไรก็ได้ ที่เรามองกลับมาแล้ว เรายังอยู่บนแผนที่ ยังเดินทางบน [ath of moral excellence ยังอยู่บนวิถีจิตตื่นรู้ ใจกระจ่าง และเจตน์จำนงค์ดั้งเดิมอยู่ ไม่ได้หลุดออกไปนอกวงโคจร