บนเส้นทางงานพัฒนาที่มาพร้อมงบประมาณและตัวชี้วัด จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่

เมื่อ2-3 วันก่อน ได้มีโอกาสพูดคุยกับภาคีทางภาคเหนือ ที่ได้งบประมาณไปทำเรื่องการจัดการความรู้เรื่องเหล้ากับชุมชน ทำงานกันมาปีนึงแล้ว ปรากฎว่าผู้ว่าฯ ชอบใจ ให้งบมาจัดเวทีระดับตำบลและอบรมวิทยากร 3 รุ่น พร้อมงานฝากอีกกองนึง

เราเข้าใจความรู้สึกของภาคีท่านนี้ดี เนื่องจากตอนที่ท่านมาร่วมทำงานกับเราเมื่อปีที่แล้วนั้น ท่านบอกตลอดเลยว่างานที่ท่านทำกับชุมชนนั้นคือ การสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ชุมชน ซึ่งอาศัยเครื่องมือคือการจดบัญชีรายจ่าย แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์  เพื่อจะให้ชาวบ้านเห็นว่าอะไรเป็นปัญหาร่วม ที่ชุมชนต้องช่วยหาวิธีแก้ไข ดังนั้นไม่ว่าจะนำประเด็นไหนใส่เข้าไปก็ตาม ชาวบ้านก็สามารถรู้และจัดการปัญหาของตนเองได้ โดยใช้เครื่องมือที่ให้ไป  ซึ่งท่านถามว่า "เรา(ผู้ให้ทุน) รอได้ไหม"  (คิดยาววววววววว  แต่ก็ตอบว่าพอทนได้เจ้า)

แต่วันนี้ ท่านหนักใจ เนื่องจากขณะนี้ มีงบประมาณมุ่งหน้ามาสู่ท่านอีกมาก พร้อมกับตัวชี้วัดเชิงประมาณ กับข้อจำกัดด้านเวลา

เมื่อทบทวนดูแล้ว สิ่งที่ภาคีท่านนี้เจอ ก็คงไม่ต่างจากที่หลายๆ ชุมชนเจอ  ถ้าหากชุมชนสามารถจัดการกับตัวแปรภายนอกได้(เลือกว่าจะรับแค่ไหน อย่างไร / มีเวลาทบทวนเป้าหมายของชุมชน/ มีการบริหารจัดการทุนทุกประเภทที่เข้ามาอย่างโปร่งใส/มีการประยุกต์ความรู้ที่รับมา  ฯลฯ) ก็ไปรอด    แต่ถ้าไม่ใช่ก็กลายเป็นเพียงชุมชนที่มีชื่อว่า "ชุมชนเข้มแข็ง" ในทำเนียบ แต่เข้าไปแล้วไม่พบอะไร

ทำอย่างไร จะทำให้บนเส้นทางงานพัฒนาที่มาพร้อมงบประมาณและตัวชี้วัด จะสร้างเงื่อนไขให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชนได้ตลอดรอดฝั่งได้

ขอเป็นกำลังใจให้ชุมชนที่ตั้งเป้าหมายว่า "จะพึ่งตนเอง" ให้ได้นั้น มีพลังที่จะนำพากันไปสู่สิ่งที่ฝันได้อย่างรู้เท่าทันด้วยเทอญ