การตัดต่อด้วยวิธี off line และ on line
(เนื้อหาซ้ำจากตอนที่ ๑ อีกนิดหน่อยเนื่องจากตอนที่แล้วยังไม่จบ) <div class="O">
2.2.2 แบบใช้กล้องมากกว่าหนึ่งตัว เรียกว่าชุด EFP.(Electronic Field Product)
ใช้อุปกรณ์คล้ายกับในห้อง Studio มีกล้องตั้งแต่สองกล้องขึ้นไป ต่อสาย Cable จากกล้องเชื่อม
ไปเข้าเครื่อง ผสมสัญญาณภาพ(Vision Mixer) สามารถเลือกได้จากหลายกล้องและหลายมุมมอง
ถ่ายทำกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ ติดตั้งอุปกรณ์ตายตัวสามารถเคลื่อนย้ายติดตั้งได้ตาม
โอกาสและสภาพการใช้งาน เหมาะกับรายการสนทนา สาธิต อภิปราย ฯ ที่มีการถ่ายทำนอก
สถานที่ตามเหตุการณ์จริง จึงมีลักษณะการทำงานผสมผสานคล้ายกับการผลิตรายการใน
Studio และชุด ENG.
2.2.3 แบบใช้รถ Mobile Unit
มีอุปกรณ์ระบบต่างๆ คล้ายในห้องผลิตรายการ (Studio) และชุดEFP. ติดตั้งไว้บนรถยนต์ สามารถเคลื่อนย้าย ไปยังสถานที่จริงได้ การเตรียมงานและการผลิตรายการจึงมีขั้นตอนคล้ายกับแบบการทำงานใน Studio ENG. และ EFP.การผลิตรายการโดยรถMobileจะเป็นการบันทึกเทปนำมาตัดต่อทำ
Post Production ภายหลังแต่ถ้าเป็นการถ่ายทอดสด บรรยากาศเหตุการณ์ในขณะนั้นจริง เช่นการ
แข่งขันกีฬา งานพระราชพิธี การประชุมสัมมนาฯ จะต้องมีชุดส่งสัญญาณจากรถ Mobile Unit ไปยัง
สถานีแม่ข่าย เพื่อส่งเผยแพร่รายการออก อากาศ สถานีโทรทัศน์ในเวลาจริง เรียกรถถ่ายทำ นี้ว่า
รถOB.Van(Outside Broadcast Van)
3.1 ตัดต่อแบบ(วิธี) Offline เป็นการตัดต่อที่ยังไม่ต้องเน้นเทคนิคและคุณภาพ ตัดเพื่อดูความต่อเนื่อง
ความยาวในแต่ละ Shot ให้ตรงกับเนื้อหาตามบทเท่านั้นมีอุปกรณ์ให้เลือกใช้ได้ สองแบบคือ
</div><div class="O">
3.1.1 อุปกรณ์แบบNon-linear

เป็นการตัดต่อด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยถ่ายสัญญาณข้อมูลภาพ และเสียงลงไว้ในหน่วยความจำ
( Hard disk)แล้วบีบอัดข้อมูล(Compress )ไม่ต้องละเอียดมากนัก เพื่อให้สามารถบรรจุข้อมูล ได้
ปริมาณมากๆ จากนั้นจึงตัดต่อเลือก Shotโดยมีรายละเอียด Timecode (TC.) ของแต่ละม้วนไว้
เพื่อจัดทำเป็น EDL. (Edit Decision List)สำหรับใช้เป็น ข้อมูลตัดต่อ แบบ Online ต่อไป
3.1.2 อุปกรณ์แบบ Linear
คือระบบเดิมที่ใช้เครื่อง Video tape ตัดต่อธรรมดาแบบ Cut to cut ยังไม่ ต้องใส่เทคนิคอะไรลงไป
ตัดเพื่อเลือกดู Shot ที่ต้องการและ TC. เพื่อใช้เป็นแนวตัว อย่าง สำหรับใช้ ตัดต่อแบบOnlineที่
สมบูรณ์
3.2 ตัดต่อแบบ(วิธี) Online
เป็นขั้นตอนที่นำข้อมูลรายละเอียดจากวิธี Offline เพื่อจัดทำเทคนิคพิเศษเช่น ซ้อน ตัวอักษร
พลิกเปลี่ยนภาพ Dissolve Wipeจัดทำไตเติ้ล(Title)เครดิท(credit)ท้ายรายการเพื่อ แสดงความรับผิด
ชอบผลงาน และเป็นประวัติไว้สืบค้นได้ บันทึกเสียงบรรยาย เสียงประกอบเสียง ดนตรี โดยเน้น
คุณภาพที่สมบูรณ์ และถูกต้องก่อนที่จะนำไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ ต่อไป เลือกใช้อุปกรณ์ได้สอง
แบบเช่นเดียวกัน
3.2.1 อุปกรณ์แบบ Nonlinear

เป็นการใช้คอมพิวเตอร์แต่จะบีบอัดข้อมูล (Compress) ให้มีความละเอียดของภาพคมชัดสูงโดยใช้
ข้อมูล EDL. จากวิธี Off line มาใช้เป็นตัวอย่าง
3.2.2 อุปกรณ์แบบLinear
ใช้เครื่องVideo tapeเป็น เครื่องเล่น ( Player) จำนวนสองเครื่อง ต่อเชื่อมกับเครื่องผสมสัญญาณภาพ
และสร้างภาพพิเศษ SEG.(Special Effect Generator) ไปยังเครื่องบันทึก (Video tape Record )
หรือเรียกการตัด ต่อแบบนี้ว่า A/B Roll Edit (เอ บีโรล) AและB คือเครื่องเล่น(Player)
หมายเหตุ
1.Off Line/On Line เป็นวิธีการและขั้นตอนการตัดต่อ Offline จะใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ไม่ต้องมี คุณภาพสูงก็ได้ การใช้เวลาตัดต่อด้วยวิธีนี้จะทำให้ประหยัดงบลงทุนได้มาก เพราะอุปกรณ์ Offline ราคาไม่แพง หรืออาจจะเรียก วิธี Offline นี้ว่าการทำ Pre- Edit และการตัดต่อแบบ Online ที่ใช้อุปกรณ์คุณภาพสูง มีราคาแพงว่า Post-Edit ก็ได้
2.Linearและ Nonlinearเป็นชนิดของอุปกรณ์หรือเครื่องมือLinear เป็นอุปกรณ์แบบเก่าที่แยกชิ้นส่วน แต่ Nonlinear เป็นเทคโนโลยีที่รวมการทำงานทุกอย่างไว้ในคอมพิวเตอร์ถ้าจะทำเทคนิคพิเศษ ให้ได้คุณภาพเท่ากัน อุปกรณ์ Nonlinear จะมีราคาถูกกว่าอุปกณ์ Linear มาก ปัจจุบัน(2550) ใช้ Nonlinear มากกว่า 95 % เพราะราคาตำลง แต่คุณภาพสูงขึ้นมาก
3. อย่าเสียเวลากังวลกับเรื่องของอุปกรณ์มากเกินไปเพราะเทคโนโลยีด้านนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมากเราคงจะไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะซื้อใหม่เปลี่ยนใหม่ได้ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ แต่ควรคำนึงถึงเทคนิคหลักการ การผลิตรายการที่ดีมีคุณภาพ ตามสภาพของอุปกรณ์ที่มีอยู่ เพราะบางครั้งรายการที่ดีก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องผลิตมาจากอุปกรณ์รุ่นใหม่หรือ มีราคาแพงเสมอไป คงคล้ายกับการขับรถยนต์ที่รู้และใช้กฎจราจร ได้อย่างถูกต้องก็สามารถที่จะขับรถยนต์ได้ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อเช่นกัน
</div>


ได้ปรับปรุงเพิ่มภาพประกอบเข้าไป เพื่อให้เข้าใจได้ดียิ่งขึ้น หากสมาชิกท่านใดเข้ามาแวะเยี่ยม ขอให้ทักทายกันบ้างนะครับ ยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกท่าน
เป็นความรู้ที่ดีมากครับ ตอนนี้ผมเองก็ทำงานเกี่ยวกับ Broadcast เหมือนกันครับ
แต่ไม่ทราบว่าเมืองไทย วงการ Broadcast เป็นยังไงบ้างครับ