เด็กที่มีปัญหาในห้องเรียนอาจเป็นเด็กที่มีความต้องการฟิเศษ

ไม่ได้บันทึกเสียนานยุ่งเรื่องทำเอกสารรายงานการตรวจสอบทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาสลับกับการออกฃ่วยโรงเรียนเตรียมความพร้อมรองรับการประเมินภายนอกรอบสอง  ทั้งผู้บริหาร ครูเครียดทั้งโรงเรียน บางคนวูบต้องรีบหามส่งโรงพยาบาลนี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ผู้บริหารไม่มีความรู้ที่จะเตรียมอย่างไร อะไร สั่งการผิดๆ ถูกๆ บางคนถอดใจบอกว่า ช่างมันไม่รับรองก็ไม่รับรองซิฟะ  แต่ก็แปลกใจอยู่นะศึกษานิเทศก์งานประกันฯ และศึกษานิเทศก์ที่เป็นผู้ประเมินภายนอกมีตั้งเยอะไม่ยักออกปากบอกก้น เรื่องนี้ต้องคุยกันยาว..ว..ว เลยจ๊ะ

           ได้คุยกับผู้บริหารโรงเรียนมัธยมกรมสามัญฯเดิมหลายโรงเรื่องเด็กที่มีปัญหาเช่นอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ หนีโรงเรียน ไปต้อนเข้าห้องเรียนได้สำเร็จก็ยังไม่ยอมเรียน หนักกว่านั้นจะจบอยู่แล้วตั้งท้องซะก่อน  หลายโรงเรียนแก้ปัญหาโดยให้ผู้ปกครองมาลาออก  ที่เขตพื้นที่การศึกษาของดิฉัน ปีการศึกษา 2549  เด็กออกกลางคันมากที่สุดคือเด็กมัธยมปลายจ๊ะ  ต่อไปก็คุยกับครูผู้สอนว่าเคยคิดหรือไม่ว่าเด็กไม่อยากเรียน เพราะอ่านไม่ได้ เรียนไม่รู้เรื่อง ครูก็ดุซ้ำเฃ้าไปอีกเด็กก็อายเพื่อนยิ่งนานเด็กก็ยิ่งเก็บกด  ทำไมไม่ลองคัดกรองดูว่าเป็นเด็ก LD.หรือไม่ เด็กที่มีปัญหาในด้านการเรียนรู้ไม่ใช่เด็กปัญญาอ่อน  เพียงแต่มีปัญหาบางเรื่อง  บางราว  เช่นอ่านไม่ได้  เขียนไม่ได้  คิดเลขไม่ได้หรือมีปัญหาหลายอย่างผสมกัน  ถ้าเราแก้ไขให้เขาสามารถอ่านได้เก่งขึ้น  เขาอาจเขียนได้  เขาอาจตีเลขโจทย์ปัญหาได้ คำนวณได้ดีขึ้น  เมื่อเด็กประสบความสำเร็จก็จะมีความมั่นใจ ไม่อายเพื่อนยิ่งครูให้กำลังใจเช่นชมเขาบ้างก็ยิ่งจะมีกำลังใจ  ดีกว่าจะทำโทษ ให้ย้ายโรงเรียน ให้ออกจากโรงเรียน เพราะมันจะเป็นเหมือนผลักเด็กให้ตกลงไปในเหว  วิธีการต่างๆที่ครูช่วยเหลือเขาเป็นพิเศษ มีสื่ออะไรที่นำมาใช้ สิ่งเหล่านี้นำมาเขียนเป็นผลงานทางวิชาการนำเสนอขอกำหนดตำแหน่งให้สูงขึ้นได้ง่ายๆ  แม้เด็กที่ช่วยจะมีเพียงคนเดียวก็ตาม

                 น่าคิดน่าช่วยเด็กตาดำๆที่มีอยู่ในมือครูมั้ยจ๊ะ   เป็นเรื่องที่ครูทำได้ง่ายๆ  ไม่ยากหรอกนะเชื่อเหอะ  ..... เอาละวันหลังคุยกันต่อนะ...ตัวเอง...