เราอาจจะเคยทำนิสัยหมาๆ..ใส่เจ้าหมา...แต่มันก็ไม่เคยทำนิสัยหมาๆใส่เรา ..

ร่วมวง นินทาหมา

....Chapter 4  (ตอนจบ )

มานินทาหมากันต่อครับ...

สาม จินนี่    ชิวาว่า เพศเมีย  ตัวกระทัดรัด เป็นพวกที่สังกัด          พรรค(พัก) ในบ้านตัวสุดท้าย  เป็นหมาที่ ยิ้มได้ ตัวเดียวในบ้าน 

เท่าที่เคยเลี้ยงมา ชื่ออื่นๆ  ที่ถูกขนานนามของ จินนี่   คือ แม่จิ๋ว นางจะหลิว อุปนิสัยเฉพาะตัวคือเวลาปล่อยออกไปนอกพรรค ( นอกบ้าน ) ชอบไป แด๋ะ แด๋ ยั่วกิเลสไอ้หนุ่มนอกบ้าน  ไอ้หนุ่มนอกบ้านก็คลั่งไคล้คร่ำครวญปานใจจะขาด  ช่วงที่นังจะหลิวมีฮีส  แต่ก็เหมือนฟ้าไม่เคยเป็นใจ โดยไม่ต้องมีกำแพงอะไรมากีดกั้นชั้นวรรณะ  ...เพราะแม่จิ๋ว  หรือนางจะหลิวนั้นพันธุ์ชิวาว่า  ส่วนเจ้าหนุ่มนอกบ้านพันธุ์อัฟเกนฮาวด์ สูงใหญ่เป็นเปรต....แค่มันเอาเท้าตะปบก็กลิ้งไปกลิ้งมาแล้ว

ตอนแม่จิ๋วมันเซ็งอยากกลับเข้าบ้าน  เจ้าหนุ่มนอกบ้านเอาขาหน้าเขี่ยค่อยๆ เพื่อจะบอกว่า “ อย่าเพิ่งเข้าบ้านซิ    แม่จิ๋วก็จะกระเด็นไปอยู่ขาหลังของไอ้หนุ่มโน่น

 นิสัยประจำของแม่จิ๋วคือ งกผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดมือ เช็ดเท้า เช็ดโต๊ะเช็ดพื้น  ฯลฯมันเจอที่ไหน  มันจะลากมาไว้ในตะกร้านอนของมัน  ขนาดบางทีมัดโซ่มันไว้  ไม่ให้มันไปไหนมาไหนได้  เพราะแม่ชอบรื้อขยะในบ้าน  และชอบขโมยผ้ามาไว้ในตะกร้าที่นอน   ขนาดว่าผูกโซ่มันอย่างนั้น  มันยังค่อยพยายามเอาขาหน้าเขี่ยผ้าที่อยู่ใกล้ๆ มัน ให้เขยิบทีละนิด ๆๆๆ จนมันคาบถึง แล้วก็เอาไปใส่ในตะกร้า  เออ ถ้าหนาวก็ว่าไปอย่าง  ต้องห่มผ้าเยอะๆ   นี่ร้อนตับจะแตก  แม่ยังไปแฮ๊บ!   เอาผ้ามาคลุมไว้จนได้ 

       อุปนิสัยการกินนี่ยิ่งไม่เหมือนใครใหญ่  แม่ไม่ชอบกินอาหารเม็ดเพียว ๆต้องมีผสมตับ ผสมข้าวสวยเข้าไปหน่อย  นั่นแหละถึงจะชอบกิน   แต่ถึงจะชอบกินก็ไม่ได้กินเสียทุกอย่างนะครับ   แม่จะคาบข้าวเป็นคำๆ มาไว้นอกชาม  แล้วค่อยๆ เขี่ยเลือกกินแต่สิ่งที่ชอบก่อน   ส่วนที่ไม่ชอบเอาไว้กินทีหลัง   เสมือนหนึ่งเป็นของตาย    นิสัยนี้ของมันคนเก็บกวาดจะรำคาญมาก   เพราะมันทำทุกวัน   คนเก็บกวาดก็ต้องเก็บกวาดทุกวัน   เก็บกวาดไม่ทันมดก็มาขึ้นเต็มบ้าน

 สี่  แองเจิ้ล    หมาพันธุ์ไซบิเลี่ยน   เพศเมีย   สีเทาฟ้าเป็นพรรคนอกบ้านดูแลอาณาบริเวณรอบบ้าน  กลางวันหลับเป็นตาย  กลางคืนเดินลาดตระเวนรอบบ้าน  อุปนิสัยประจำตัวคือทำหน้าที่เหมือน  กทม. ขุดทุกอย่างที่ขวางหน้า  ขุดทุกวัน  ไอ้เรารึก็ตามกลบทุกวัน  มันก็เที่ยวขุดอยู่ทุกวัน  แปลงต้นไม้  กระถางต้นไม้  อะไรที่มีดินอยู่แม่ขุดไปเรื่อย   บางทีเพิ่งซื้อไม้มาลงปลูก  ยังไม่ทันข้ามคืนแม่ขุดเสียเรียบร้อย   ต้นไม้ไปทาง  กระถางไปทาง  ดินไปทาง   ที่แปลกก็คือ  มันแอบขุดตอนไหนไม่มีใครรู้  รู้อีกทีมันขุดพินาศไปหมดแล้ว    ทุกวันนี้ต้องกั้นรั้วต้นไม้ทุกต้นที่ปลูกไม่งั้น...แม่ขุดเรียบ

  และด้วยนิสัยที่ดีใจเกินเหตุ  เวลาที่ไม่ว่าใครกลับเข้าบ้าน มันจะใช้วิธีแสดงความรักด้วยการกระโจนเข้าใส่    ถ้าเผลอถึงกับล้มได้   แล้วลองคิดดู  บางวันมันเพิ่งไปขุดดินมาหมาดๆ  แล้วมากระโดดตะกุย ตะกายเราก็คลั่กไปทั้งตัวซิ   ต้องคอยทำเสียงดุๆ ใส่ ให้มันห่าง ๆ  มันก็ทำเป็นกลัว  วิ่งหนีไป  แต่พอเราเผลอมันกระโจนใส่ โครม ! เวลาคนกลับเข้าบ้านแล้วมันถูกปล่อยไว้  จะได้ยินเสียงคนทะเลาะกับหมา โหวกเหวกทุกครั้งไป

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"></p>

ห้า ริชาร์ด    รูปหล่อประจำบ้าน  เป็นหมาพันธุ์อัฟเกนฮาวด์  เพศผู้  สีน้ำตาลอ่อน   บริเวณหน้าและปากดำจึงได้รับฉายาว่า   ไอ้หน้าดำ   หรือเจ้าชาร์ด หรือไอ้ชาร์ด ตามอารมณ์  ด้วยความที่เป็นพันธุ์หมาใหญ่  ทั้งคนและหมาในซอยไม่ค่อยมีใครกล้าเดินผ่านรั้วบ้าน 

      เพราะตัวมันสูงพอๆ กับรั้วบ้าน  แถมเห่ากรรโชกเสียงดังน่ากลัวมากอุปนิสัยส่วนตัวคือ ชอบแสดงอาณาเขตของตัวเองไว้ทั่วไปหมด ยกขาฉี่ไปทั่ว 

     <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">      ….นี่เองที่คนในบ้านไม่ชอบเลี้ยงหมาตัวผู้     เพราะชอบทำตัวเป็นหน่วยรังวัด  บอกอาณาเขตไปทั่วบ้าน  ที่มันชอบมากที่สุดคือ ล้อรถยนต์   รถทุกคันในบ้าน, ไม่มีล้อไหนที่เจ้าชาร์ดไม่เคยฉี่ใส่  มันทำเครื่องหมายการค้าไว้เรียบร้อย  </p>

      ทุกครั้งที่ขับรถเข้าบ้าน  มันจะรีบมาจ้องมองล้อรถ  บางทีล้อยังไม่ทันหยุดหมุนสนิทเลย  มันยกใส่แล้ว ...แล้วการบริหารจัดการบริเวณการฉี่ของมันสุดยอดนะครับ   มันกะปริมาณการฉี่ของมันไว้ครบสี่ล้อพอดิบพอดีเป๊ะ

      ผมเปิดประตูลงรถมา.....

      แหม เหลืองอร่าม  ครบทั้งสี่ล้อเลย  ที่แสบไปกว่านั้น  บางครั้ง  ขับรถเข้าบ้านมาพร้อมกันสองคัน  มันก็ยังอุตส่าห์กะบริเวณการฉี่ไว้จนครบทั้งแปดล้อจนได้   เอากับพ่อสิ !

      จอดรถเสร็จสรรพ  ต้องคอยเอาสายยางฉีดน้ำใส่ล้อ    ไล่กลิ่นจองอาณาบริเวณของเจ้าชาร์ดทุกวัน   บางทีผมเดินไปถามมัน

     เอ็งจะจองทำไมวะไอ้ริชาร์ด ทุกวันเลย ”   มันก็ทำเป็นเดินหันหลังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  บางทีหมั่นไส้ที่มันทำหันหลังใส่ผม  แกล้ง  เตะไข่มัน   เบาๆ  มันทำเป็นสะดุ้งหางจุกตูดวิ่งหนีไป ก็แค่นั้น

     วันรุ่งขึ้นมันก็ฉี่ใส่ล้อเหมือนเดิม  อะไรไม่ว่า  พอไปจอดรถที่ไหนที่มีหมา  หมาเจ้าถิ่นมันก็จะมาดมๆ แล้วก็ยก ปรี๊ด   ใส่ล้อจนครบสี่ล้อ  เหมือนเจ้าริชาร์ดทำ  พอรถกลับมาถึงบ้าน  เจ้าชาร์ดมันก็จะลบกลิ่นที่มีตัวอื่นมาจองไว้  เป็นวัฎจักรอย่างนี้ไม่รู้จักจบสิ้น   จนล้อรถผมทั้งบ้าน  เป็นที่อุดมสารพัดกลิ่นเจ้าถิ่นทั้งหลาย

     ผมเคยไปซื้อสเปรย์ฉีดล้อรถที่เขาคุยนักคุยหนาว่าฉีดแล้ว หมาจะไม่ฉี่ใส่ล้อรถยนต์ เพราะมันไม่ชอบกลิ่นสเปรย์ที่ฉีดไว้   ผมซื้อมาก็ลองฉีดเลย  พอฉีดเสร็จสามล้อ  กำลังจะฉีดล้อที่สี่  เจ้าชาร์ดฉี่ใส่สามล้อที่ฉีดสเปรย์ไว้เรียบร้อยแล้วไล่หลังผมมาติด ๆ ผมไม่รู้จะทำอย่างไร  หันไปเรียกมัน...

      เฮ้ย !  ไอ้ชาร์ดนี่อีกล้อหนึ่งเอาซะให้ครบ    มันยืนมองเหมือนไม่แน่ใจ ว่าพูดจริงหรือประชด    สักครู่เดียวมันก็มาทำตามที่ผมเชิญชวนเอาไว้จนครบทั้งสี่ล้อ  เป็นอันเสร็จสิ้นภาระกิจ ไปพร้อมๆ กับการเสร็จสิ้นอนาคตของสเปรย์ฉีดล้อรถกันหมาฉี่ไปเรียบร้อย 

     พูดถึงอาการยกขาฉี่ของหมาตัวผู้  ก็ให้นึกถึงเรื่องเล่าของขี้เมาร้านยาดองว่า...       

      

     กาลครั้งหนึ่ง... เมื่อสมัยที่สัตว์ยังพูดรู้เรื่อง  ในสมัยนั้น ยังไม่มีใครเป็นเจ้าป่าที่ชัดเจน   เพราะยังไม่มีการเผชิญหน้ากัน  และแล้ววันแห่งการประกาศศักดาก็มาถึง

      ฝูงหมากับฝูงสิงโต     ตกลงที่จะประลองกำลังกัน   โดยให้หัวหน้าฝูงมาต่อสู้กัน  ถ้าใครชนะก็จะได้เป็นเจ้าป่า  ใครที่แพ้ก็จะต้องออกจากป่าไป  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal"> โดยให้หัวหน้ากลับไปฝึกวิทยายุทธ์มาอีกสามสิบวันค่อยมาเจอกันใหม่  ณ ที่ตรงนี้   เพื่อประลองกำลังกันให้รู้ดำรู้ดีกันไป</p>

    

     ว่าแล้ว....  ฝูงหมาเมื่อกลับมาก็ช่วยกันระดมสรรพวิชาหมา หมา เอามาให้ลูกพี่ใหญ่   เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บอย่างไรเสีย หมาก็มีโอกาสชนะเห็นอยู่ใส ๆ  เพราะหมาฉลาดและหัวดีกว่าสิงโต   และหมาในสมัยดึกดำบรรพ์ก็ตัวเท่าๆ กับสิงโตเขี้ยวเล็บก็ยาวแหลมคมไม่ต่างจากสิงโต   แต่ที่เหนือกว่าก็คือมีสมองหลักแหลมกว่าสิงโตหลายเท่าตัว   ดูอย่างไรก็ชนะสิงโตแน่ ๆ

      อีกหนึ่งวันจะครบวันนัดหมาย... จ่าฝูงหมาผู้แข็งแกร่ง  ซ้อมหนักจนร่างกายพร้อมเกินร้อย   ขณะซ้อมอยู่นั้นเกิดปวดท้องฉี่  มันจึงก้าวย่างสามขุมไปยืนฉี่ที่โคนต้นไม้ใหญ่   การฉี่ของหมาตัวผู้สมัยโน้น   ก็ยืนฉี่เหมือนๆ คนเรานี่แหละ   ขณะที่เจ้าหมายืนฉี่อยู่นั้น   จะด้วยโชคชะตาหรือฟ้ากำหนดก็ไม่ทราบได้.....

      บังเอิญต้นไม้ใหญ่นั้น  เป็นไม้ใหญ่ยืนตายมาช้านาน   เมื่อโดนฉี่อุ่นๆ เต็มก๊อกของเจ้าหมาหัวหน้าฝูง  ก็มีอันล้มครืน!! ลงมา... ทับหัวหน้าหมาดับดิ้นสิ้นชีวิตอยู่ ณ ตรงนั้นเอง   สร้างความตื่นตระหนกตกใจให้กับบรรดาลูกฝูงหมา หมาทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง  

      <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">      เมื่อถึงวันนัด …เหล่าบรรดาฝูงหมาและฝูงสิงโตก็มาพบกันตามนัดหมาย   บรรดาหมาทั้งหลายก็เล่าความจริงทั้งหมดให้สิงโตฟัง  และยอมออกจากป่าแต่โดยดี  เพราะไม่มีหัวหน้ามาต่อสู้ด้วย  และยอมให้สิงโตเป็นจ้าวป่ามาจนถึงปัจจุบันนี้</p>

    

     ส่วนหมาทั้งหลาย ...

     ยังจำภาพต้นไม้ใหญ่ล้มทับจ่าฝูงของมันดับแดดิ้นสิ้นชีวาติดตากันทุกตัว   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา..   เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเฉกเช่นหัวหน้าฝูงมัน  และเพื่อให้แน่ใจว่าเวลามันยืนฉี่จะไม่มีอะไรล้มมาทับมันได้   มันจึงเอาขาหลังที่มันถนัดค้ำสิ่งที่มันยืนฉี่ไว้ข้างหนึ่งเสมอ   เพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของชีวิตมันจวบจนกระทั่งทุกวันนี้

* ไม่ว่าเราจะมีความรู้สึกกับเจ้าหมาๆของเราอย่างไร...มันก็ยังคงมีความรู้สึกรักเรา  ....ไม่ว่าเราจะรวย..จะจน..จะสวย..จะขี้เหร่...จะเก่ง..หรือไม่เก่ง..หรือแม้ว่าบางครั้งเราอาจจะเคยทำนิสัยหมาๆ..ใส่เจ้าหมา...แต่มันก็ไม่เคยทำนิสัยหมาๆใส่เรา ..มันยังคงรักเราเหมือนเคย  จริงมั๊ยครับ..จ้าวววนายยยย...

 

 

</span></span></span></span></span></span></span></span></span>