มายาคตินิยมแย่งพื้นที่จากภูมิปัญญาไปได้

วิถีวัฒนธรรม  ตอน 10...

  <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">การสั่งสมความรู้  ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะตนแล้วถ่ายทอดออกมาสู่โลกกว้าง  จึงเรียกว่า  ภูมิปัญญา  เมื่อภูมิปัญญาต่างปะทะสังสรรค์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดอยู่ในชุมชนเดียวกัน  มันก็จะตกผลึกกลายเป็นองค์ความรู้  เป็นที่มาของคำว่า  ภูมิปัญญาท้องถิ่น </p>  <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">               ภูมิปัญญาที่ช่วยให้วิถีชีวิตรอดอยู่ได้  มักมาจากการตั้งคำถามและแสวงหาคำตอบจากธรรมชาติสิ่งใกล้ตัวของชุมชน  จึงก่อเกิดกติกา  ธรรมเนียมประเพณี  กลายมาเป็นจารีตนิยม</p>  <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">                ภูมิปัญญาที่ก่อเกิดจารีตนิยมจึงเป็นอุบายหรือแนวทางสร้างอัตลักษณ์คือความเป็นลักษณะตัวตนของชุมชน </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ถ้าอุบายเป็นทางสว่าง  เป็นมายาคติขาว  ก็อยู่ฝ่ายกุศล  เป็นแนวทางสัมมาทิฏฐิ  เรียกว่า  กุศโลบาย  ถ้าอุบายเป็นทางมืด  เป็นมายาคติดำ  ก็อยู่ฝ่ายอกุศล  เป็นแนวทางมิจฉาทิฏฐิ  เรียกว่า  เพทุบาย  </p>  <p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">                ภูมิปัญญาและมายาคติมักปรากฏและขัดแย้งกันในทุกชุมชน  เมื่อกลุ่มชนใดอ่อนทางภูมิปัญญาพวกเขามักจะหันไปพึ่งมายาคตินิยม  เช่น กลุ่มชนที่ใช้  ผี  แทนภูมิปัญญา </p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 73.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> เพื่อรักษาป่าธรรมชาติหรือคุณธรรมหรือหมอผีรักษาคนป่วยแข่งกับหมอยาในโรงพยาบาล  แม้แต่พระหมอใช้น้ำมนต์ผสมคาถาต่าง ๆ ก็อาจเป็นได้ทั้งเพทุบายหรือกุศโลบายและมีหลายวงการที่มายาคตินิยมแย่งพื้นที่จากภูมิปัญญาไปได้</p>                 ถ้าผู้คนยังไม่ตื่นตัวศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจในวิถีและพลังของวัฒนธรรมโดยศึกษาผ่านภูมิปัญญาและมายาคตินิยมอย่างเข้าใจถ่องแท้แล้ว เราจะพัฒนาไปสู้ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างไร…