วันนี้มีโอกาสเข้าหารือคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ปี 50 มมส. ช่วงบ่าย (13.30 น. 12 ธค 50)
ซึ่งปีนี้ทางฝ่ายนโยบาย แผน และวิจัย โดยท่านรองอธิการบดีฯ ผศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติราชการหน่วยงานภายใน มมส. เป็นชุดๆ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของบรรทัดฐาน ดุลพินิจของผู้ประเมิน วัตถุประสงค์ คือ จะทำการเทียบเคียงสมรรถนะ หรือ จัดระดับ หรือ จัดอันดับ หน่วยงานภายในจากผลการประเมิน ให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
เมื่อการประเมินผลการปฏิบัติราชการ ปี 49 ที่ผ่านมานั้น จัดคณะกรรมการประเมิน 1 หน่วยงาน จัด 1 ชุด กรรมการก็แตกต่างหลากหลายคน ทำให้ผลการประเมินนั้นมีความคลาดเคลื่อนบ้าง จากความเข้าใจ จากดุลพินิจ จากวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่แตกต่างกัน
การประเมินผล ปี 50 นี้ จึงปรับเปลี่ยนใหม่ คือ จัดคณะกรรมการเป็น 5 ชุด คือ ชุดที่รับผิดชอบประเมิน..
- กลุ่มคณะวิชาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
- กลุ่มคณะวิชาสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- กลุ่มคณะวิชาสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
- กลุ่มหน่วยงานวิจัยและบริการวิชาการ
- กลุ่มหน่วยงานสนับสนุนการบริหาร (ผมอยู่ชุดนี้)
บรรทัดฐานการประเมินน่าจะดีขึ้น แต่คณะกรรมการแต่ละชุมคงต้องทำงานหนักมากขึ้น
ผมมีโอกาสเล่าถึงข้อสังเกตบางประการ จากประสบการณ์เคยเป็นเลขานุการผู้ประเมินคุณภาพภายใน ที่ผ่านมา คือ
- การไปประเมินนั้น คณะกรรมการต้องเก็บข้อมูลเพื่อการตัดสินผลคะแนนใน 3 เส้า คือ ร่องรอยเอกสารหลักฐานเชิงประจักษ์ ข้อมูลจากการพูดคุยสัมภาษณ์ และข้อมูลจากการสังเกตสถานการณ์จริง
- การแบ่งความหน้าที่ของกรรมการนั้นมี 2 แบบ คือ แบบที่ 1 มอบหมายให้กรรมการแต่ละคนรับผิดชอบตัวบ่งชี้ของใครของมัน และตัดสินเอง แบบที่ 2 คณะกรรมการพิจารณาไปพร้อมกัน ซึ่งทั้ง 2 แบบนั้น ผลการประเมินนั้นออกมาแตกต่างกันแน่นอน โดยเฉพาะตัวบ่งชี้ที่เป็นเชิงกระบวนการ ระดับความสำเร็จ
- ทางทีมเลขานุการ คือ กองแผนงาน ควรจัดทำกำหนดการขั้นต่ำให้ชัดเจน สิ่งที่คณะกรรมการแต่ละชุดต้องทำ จากเริ่มจนจบกระบวนการประเมิน เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ใกล้เคียงกัน
ปล.ไม่ว่าจะเป็นระบบการประเมิน ของ มมส. สกอ. กพร. สมศ. ก็เพื่อเป็นกระจกสะท้อน ให้หน่วยงานเกิดความตระหนัก กระตุ้น ตัวเอง เพื่อการพัฒนาทั้งนั้น ครับ แต่วิธีการ แนวทางอาจจะแตกต่างกันไปบ้าง ทำให้หน่วยงานเกิดความรู้สึกว่าเป็นภาระ ซึ่งจริงๆสิ่งที่เขียนเป็น SAR นั้น คือ สิ่งที่หน่วยงานทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เพราะขาดการบันทึกการทำงานแบบ real time
เรียนท่าน Jack
ขอบคุณครับท่านอาจารย์จิตเจริญ
ที่ช่วยเติมเต็ม ในการพัฒนาระบบกลไก การประเมินคุณภาพ
คงต้องดูใน 3 ส่วน
การเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
การเป็นไปตามเป้าหมาย
การเป็นไปตามพัฒนาการ คือ เทียบอดีต กับ ปัจจุบัน
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับท่านอาจารย์อรรณพ และท่านอาจารย์จิตเจริญ
อาจจะไม่ต้องบันทึกแบบทันทีทันใด ก็ได้ครับ เพียงแต่จบกิจกรรม แล้วทบทวน และบันทึกในทุกครั้งน่าจะพอได้ครับ
คงต้องเริ่มจากแต่ละคน จึงจะเป็น SAR ของหน่วยงานได้
ประสบการณ์ตรงของผมก็คือ ถ้าทุกๆคน ไม่บันทึก ไม่ทบทวนสิ่งที่ทำๆมา ก็จำไม่ได้
จะเขียนเป็นรายงานการประเมินตนเอง ก็เขียนไม่ได้ ต้องมาถามคนที่บันทึกทุกๆครั้งไป ไม่บอก ก็ไม่ได้ เพราะมันคือ ภาพของหน่วยงานตัวเอง
ขอบคุณครับ