คำผวน จึงเป็นภาษาที่สะท้อนบุคลิกลักษณะของคนไทยดังกล่าวแล้วได้ชัดเจน
คำผวนสุภาพ
วัฒนธรรมทางภาษา และวิธีการสร้างสรรค์คำในภาษาไทย
หลังจากผมเขียนบันทึกเรื่อง คำผวน : ภาษาหยาบเป็นเหตุ ไปแล้วก็มีนักศึกษาถามกันมากว่า "คำผวนเป็นวัฒนธรรมไทยหรือไม่? " ผมได้อธิบายให้ทราบไปแล้วบ้าง แต่อยากนำมาอธิบายให้ทราบโดยละเอียดอีกครั้งผ่านบันทึกนี้
คำผวนเป็นวัฒนธรรมทางภาษาอย่างหนึ่งของไทย
เป็นความวิเศษยิ่งของคนไทยครับ เพราะลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของคนไทยก็คือ "คนไทยเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน" และ " เป็นคนที่มีอารมณ์ขัน" และอาจจะมีลักษณะอีกอย่างหนึ่งคือ "เป็นคนสนุกสนาน อารมณ์ดี มีมนุษยสัมพันธ์" เพราะฉะนั้น บุคลิกลักษณะของคนไทยดังกล่าวจึงถ่ายทอดออกมาผ่านภาษาได้อย่างชัดเจน ถ้าคนต่างชาติอยากเข้าใจคนไทยได้ลึกซึ้ง วิธีหนึ่งก็คือ มองได้จากภาษาไทย เพราะภาษาสามารถสะท้อนบุคลิกลักษณะของคนได้ ในขณะเดียวกัน บุคลิกลักษณะของคนก็สามารถแสดงออกมาผ่านภาษาได้เช่นเดียวกัน คำผวน จึงเป็นภาษาที่สะท้อนบุคลิกลักษณะของคนไทยดังกล่าวแล้วได้ชัดเจน
วัฒนธรรมคำผวน มีมานานแล้ว ทั้งปรากฏในลักษณะการพูด บทประพันธ์ วรรณกรรม เช่นในโคลงกระทู้ของสุนทรภู่ที่ว่า
เป ทะลูอยู่ถ้ำ มีถม
แป สะหมูอยู่ตม ไต่ไม้
มา แดงแกว่างหางงม หาคู่
นา ปล้ำน้ำจิ้มให้ รสลิ้มชิมลอง
หรือโคลงคำผวนของสุนทรภู่ที่เคยเขียนเล่าไว้ครั้งหนึ่งว่า
เฉนงไอมาเวิ่งเว้า วู่กา
รูกับกาวเมิงแต่ยา มู่ไร้
ปิดเซ็นจะมู่ซา เคราทู่
เฉะแต่จะตอบให้ ชีพม้วยมังระณอ
คำผวน มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำมาใช้เล่นกันเพื่อความสนุกสนานและประลองเชาว์ปัญญาทางภาษา และเป็นการแสดงความสามารถเชิงภาษาด้วย ซึ่งเป็นคำผวนประเภทคำผวนสุภาพ ส่วนคำผวนหยาบเป็นการเล่นเลยเถิด คึกคะนองไปตามประสาคนคะนอง ทะลึ่งทะเล้น เราก็ต้องระมัดระวังอย่านำไปใช้เล่นจนเกิดความเสียหายอย่างกรณี คำผวน : ภาษาหยาบเป็นเหตุ
คำผวนนั้น มุ่งเอาเสียงเป็นสำคัญ ไม่คำนึงถึงความถูกต้องในเรื่องตัวสะกดการันต์ เป็นการสื่อเพื่อให้ผวนกลับหาคำเดิม เช่น ลากโมบ - โลภมาก สามงาว - สาวงาม ฟันแช่ - แฟชั่น เป็นต้น
วิธีผวนคำก็คือ การสลับพยัญชนะคำสุดท้ายมาไว้ในคำแรกโดยใช้ตัวสะกดเหมือนเดิม ส่วนใหญ่จะผวนคำที่มีสองพยางค์ แต่หากมี 3-4 พยางค์ ก็มักจะผวนเฉพาะคำแรกกับคำสุดท้าย เช่น สุรา - ซา-หรุ ถ้วยกาแฟ - แถ้กาฟวย รถสามล้อถีบ - รีบสามล้อถด เป็นต้น แต่ไม่นิยมผวนคำที่มีพยัญชนะเดียวกันหรือสระและตัวสะกดเหมือนกัน เช่น มือถือ น้ำคำ
คำผวนนั้น เมื่อผวนแล้วปรากฏได้ 3 ลักษณะ คือ
1. ไม่มีความหมายเลย เช่น ไฉนเอง - เฉนงไอ วักทะเล - เวทะลัก ใส่บาตร - สาดใบ่ ฝนสาด - ฝาดสน
2. มีความหมายบางพยางค์ เช่น บันได - ไบดัน มองดู - มูดอง สีดำ - สำดี
3. มีความหมายทุกพยางค์ เช่น ปูดอง - ปองดู สีแดง - แสงดี บ่ายคล้อย - บ่อยคล้าย
ข้อระมัดระวังในการผวนคำไม่ให้เกิดคำผวนหยาบ คือ หลีกเลี่ยงพยัญชนะและสระที่เข้าคู่กัน ได้แก่
พยัญชนะ ห ด ค ข ต ย (หรือมีเสียงพยัญชนะเหมือนกัน)
สระ เอะ + ด สะกด แอ + ด สะกด อัว + ย สะกด อี ออ อำ ไอ
คำผวนสุภาพ วิธีการสร้างสรรค์คำใหม่ขึ้นใช้
ในกรณีที่ผวนคำแล้วอาจเกิดความหมายใหม่ๆ สามารถนำมาใช้ในภาษาไทยได้ ซึ่งเป็นการพัฒนาภาษาไทยอย่างหนึ่ง เช่น สากกะเบือ - เสือกะบาก (เราอาจนำมาใช้เรียกแทน ไม้ตีพริกซึ่เป็นคำสุภาพแต่ไม่ค่อยมีใครใช้ได้เหมือนกัน)
หรือเราอาจใช้เพื่อหลีกเลี่ยงบางคำที่ไม่สุภาพ เช่น เรียกภรรยาที่บ้านว่า
"คุณ แอกี่ จ๋า วันนี้มีเปทะลูอินหม้อดบไหมจ๊ะ"
ภรรยาอาจตอบว่า
"อ๋อ! มีไม่มีหรอกจ๊ะ แอ้ไก่ มีแต่ เสือกะบากผิกพรัด เอาไหมจ๊ะ"
เห็นไหมครับน่ารักออก ลองนำไปใช้ดุบ้างก็ได้ บางที การพูดภาษาธรรมดามันอาจขาดอรรถรสในชีวิต ลองเล่นคำผวนสุภาพกันบ้าง ชีวิตอาจแจ่มใสขึ้นก็ได้
จั๊บไหมคริง
________________________!!!
ใสงวงส่านารยรนยยน
ปลาทะเล