อุเบกขา

ศัพท์นี้ คนไทยทั่วไปเข้าใจกันว่า วางเฉย และบางครั้งในการพูดก็อาจลบพยางค์หน้าเหลือเพียง เบกขา เท่านั้น เช่น คุณยายบ่นเรื่องลูกๆ หลานๆ ไม่ค่อยได้ดังใจ คุณตาก็อาจเตือนว่า ยาย ! เบกขาเสียบ้าง ซิ ...

อุเบกขา เขียนเป็นบาลีเดิมว่า อุเปกขา

  • อุป + อิกขา = อุเปกขา (แปลงสระ อิ เป็น สระ เอ)

อุป เป็นอุปสัค บ่งชี้ความหมายว่า เข้าไป, ใกล้, มั่น แต่ในที่นี้หมายความเฉพาะว่า ใกล้

อิกขา มาจาก อิกขะ รากศัพท์ แปลว่า เห็น

ดังนั้น อุเปกขา หรือ อุเบกขา แปลง่ายๆ ก็จะมีความหมายว่า เห็นใก้ล้ หมายถึง ถูกเห็นในที่ใกล้ (แห่งสุขเวทนาและทุกขเวทนา)

.......

เวทนา คือ ความรู้สึกทางใจนั้น มี ๓ อย่าง ได้แก่ 

  • สุข          คือ ทนได้ง่าย เป็นความรู้สึกสบาย
  • ทุกข์       คือ ทนได้ยาก เป็นความรู้สึกอึดอัด
  • อุเบกขา คือ วางเฉย เป็นความรู้สึกอยู่กลางๆ ระหว่างสุขและทุกข์

เมื่อถือเอาตามนัยนี้ คำว่า อุเบกขา ในความหมายว่า ถูกเห็นในที่ใกล้ ก็ค่อนข้างชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นคือ ระหว่างทนได้ง่าย (สุข) และทนได้ยาก (ทุกข์) จะมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งสองอย่างนี้ นั่นก็คือ อุเบกขา ซึ่งเราแปลกันง่ายๆ ว่า วางเฉย

และเมื่อถือเอาตามการวิเคราะห์ศัพท์ก็จะได้ดังนี้

  • อุเปกฺขิยเต ทฺวินฺนํ เวทนานํ สมีเป ปญฺญายตีติ อุเปกฺขา อทุกขมสุขํ
  • ธรรมชาติใดย่อมถูกเห็นใกล้ กล่าวคือ ย่อมปรากฎในที่ใกล้ แห่งเวทนาทั้งสอง ดังนั้น ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า อุเบกขา ได้แก่ อทุกขมสุขะ

คำว่า อทุกขมสุขะ (อทุกขะ + อสุขะ) เป็นไวพจน์ของคำว่า อุเบกขา ... ซึ่ง อทุกขมสุขะ นี้ แปลว่า ไม่ทุกข์ไม่สุข... นั่นคือ ธรรมชาติที่ไม่ทุกข์ไม่สุข นั่นเอง ชื่อว่า อุเบกขา ...

ดังนั้น อุเบกขา จึงแปลว่า ถูกเห็นในที่ใกล้ระหว่างสุขและทุกข์ นั่นเอง  ซึ่ง่โบราณาจารย์ของไทย แปลง่ายๆ ว่า วางเฉย ก็ถูกต้องตามสำนวนไทย

อนึ่ง อุเบกขา นี้ จัดอยู่ในหมวดธรรมมากมาย เช่น

  • พรหมวิหาร ๔
  • โพชฌงค์ ๗
  • ปารมี ๑๐
  • ฯลฯ

สำหรับผู้สนใจอาจค้นหาอ่านได้ไม่ยากในอินเทอร์เน็ต หรือในบล็อกของผู้เขียนเองก็เคยเล่าไว้หลายโอกาสแล้ว....