ยามค่ำคืนสายฝนตกลงมาเสียงหนาหูทำให้เกิดมุมคิดเปรียบเทียบเมื่อเดือนตุลาคมปี 2543 ประมาณ วันที่ 22 ฝนตกหนักมากต่อมาก็น้ำท่วมโดยเฉพาะเมืองหาดใหญ่ พอมาปีนี้ เดือนธันวาคม 2550 สังเกตว่าฝนตกหนักมากคล้าย ๆ เมื่อปี 2543 นั้น เมื่อเห็นสายฝนเลยนึกถึงคำกล่าวนี้ว่า...
<p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> อย่าดูหมิ่นบุญกรรมว่าทำน้อย จะไม่ต้อยตามต้องสนองผล แม้ตุ่มน้ำที่เปิดหงายรับสายชล ย่อมเปี่ยมล้นที่อุทกนั้นตกลงมา อย่าดูหมิ่นบุญกรรมว่า ธรรมน้อย น้ำตาลย้อยทีละหยาดไม่ขาดสาย ย่อมจะเต็มกระบอกได้ฉันใด อันนี้เปรียบได้ด้วยการสั่งสมบ่อยๆ </p> <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> นั่นคือเป็นเรื่องที่ใครมีความอุตสาหพยายาม มีความอดทนและหมั่น สั่งสมกระทำต่อไปเรื่อยๆ ไม่ว่าเขาจะกระทำอะไร ก็มักจะประสบผลสำเร็จด้วยว่า ถ้าเป็นบุคคลดีมีศีลธรรมก็เพียรพยามสั่งสม อบรมรับเอาแต่กรรมดีไป </p><p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>ถ้าเป็นบุคคลที่มีความชั่วอยู่ในใจ คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว ก็ย่อมจะส่งผลออกมาในทางที่ไม่ดี ไม่เป็นประโยชน์ และมีความพยายามกระทำบ่อยๆอยู่ร่ำไป บาปกรรมก็เพิ่มพูนเรื่อยๆ นั่นคือ “แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด คนเขลาสั่งสมบาปแม้ทีละน้อยๆก็เต็มด้วยบาปฉันนั้น”
สวัสดีครับ ......อาจารย์ยูมิครับ นาน ๆแวะเยี่ยมครั้งครับ.....เห็นฝนตกก็พานึกถึงกลอนที่มีประโยชน์ ดีครับ
การทำดี ทำกุศล เป็นเรื่องของ ศรัทธา และความเพียรครับ คือมีศรัทธา (ความเชื่อว่า พุทธศาสนาจะชี้ทางสว่างให้กับชีวิต และจงเริ่มศึกษา มีความเพียรในการสร้างบุญ และกุศลกรรมให้มากครับ)
แต่ความเชื่อก็มีจุดด้อยครับ เพราะเชื่อมาก ก็งมงาย ต้องมีปัญญา เพื่อให้ความเชื่อมีเหตุมีผล มีอรรถ มีธรรม ครับ
.......ส่วนเรื่อง ปัญญา คงต้อง เริ่มนับที่การมีศีล มีสติ และเจริญสมาธิครับ
สวัสดีครับ คุณ
ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มีความไพเราะ
สวัสดีครับ นาย สมพงษ์ จินาพงษ์ศิริ
วาว ๆ ดียาวจังนะ