(ถวายภัตตาหารพระแบบตั่งเลื่อน )
วันนี้ไปวัด ในระหว่างนั่งฟังพระสนทนาธรรม ตาเราก็ดู หูฟัง แต่ใจเรากำลังคิดจากสิ่งที่เห็นอยู่นอกใจ มนุษย์พูดได้ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะหน้า หลายเรื่องเป็นไปในลักษณะ พูดก็ไม่ฟัง พูดดังก็ด่า สุภาษิตโบราณเขาถึงกำกับไว้ : พูดดีเป็นศรีแก่ปาก พูดมากปากมีสี เมื่อโดนกำกับไว้ด้วยสภาพการณ์อย่างนี้ มนุษย์เราจึงพูดกับตัวเอง คิดกับตัวเอง เรื่องส่วนมากจะเก็บไว้ในใจ ความหมายของการคิดนอกใจเป็นเช่นนี้เอง
(พอเพียงเกิดขึ้นได้หลายสถานะและหลายขั้นตอน)
วัดป่าสนามชัย เมื่อก่อนนี้เป็นป่าช้าเล็กๆอยู่ตีนบ้าน มีพระธุดงค์แวะมาจำพรรษา ชาวบ้านเลื่อมใสนิมนต์ให้ท่านพำนักต่อ ชาวบ้านพากันเปลี่ยนจากสำนักสงฆ์ขึ้นเป็นวัดถาวร ทำเรื่องเสนอไปยังศึกษาธิการอำเภอสมัยนั้น ท่านศึกษาฯบอกว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ชาวบ้านก็รวบปัจจัยส่งให้ตามที่ร้องขอ แต่การประสานงานไม่คืบหน้า ไปถามก็บอกแต่ว่า ใจเย็นๆ..ทั้งๆที่ใจชาวบ้านร้อนรนยิ่งกว่าน้ำลวกไก่ 3 ปีผ่านไปมีแต่มาขอค่าวิ่งเต้น แต่ขอดูผลงานไม่มีคำตอบ ชาวบ้านยกโขยงมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังงี้ๆ
ผมเรียนเชิญท่านศึกษาธิการมาคุยด้วย ท่านเล่าให้ฟังว่าหน่วยเหนือมีนโยบายและกฎระเบียบในการตั้งวัดใหม่ ซึ่งก็เข้าใจได้ว่ามันล่าช้าเพราะอะไร สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าชาวบ้านจะเดินเรื่องเอง เพราะลูกหลานที่พอรู้จักสายสนกลในก็พอมี ท่านได้คืนเงินบางส่วนให้ชาวบ้าน แล้วเรื่องก็จบลงด้วยดี
หลังจากนั้นชาวบ้านก็วิ่งเต้นตั้งวัดขึ้นมาถูกต้องตามกฎหมาย เป็นวัดป่าในสายท่านอาจารย์ใหญ่หลวงปู่สี มหาวิโร มีพัฒนาการตามลำดับ ต้นไม้ที่ปลูกดูแลมาแต่ต้นร่มรื่น อาคารเปรียญหลังใหญ่ บรรจุคนได้หลายร้อย กุฏิพระหลังเล็กๆแทรกอยู่ในป่าไม้ใบบัง
สังเกตว่าผู้เฒ่าผู้แก่ในชนบท จะชวนลูกหลานไปทำบุญที่วัด เป็นคนธรรมะธรรมโม ส่วนคนแก่ในเมืองบางกลุ่มจะไปซิ่ง ไปสอน ไปบรรยาย บางรายก็ไประบายธรรมระบายทุกข์ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ อามิตรพุทธในเชิงหลักการ ส่วนคนแก่ที่วัดอามิตรพุทธในเชิงปฏิบัติการ
ในช่วงถวายภัตตาหาร มัคทายกจะเอาตั่งล้อเลื่อนเล็กมาวางอาหาร เมื่อพระท่านเลือกตักแล้ว ก็จะเลื่อนผ่านไปให้ท่านอื่นจนครบ ผมนึกถึงรางเลื่อนอาหารในภัตตาคารญี่ปุ่น ที่มีอาหารไหลผ่านหน้าเราไปช้าๆ ชอบรายการไหนก็หยิบออก หลังจากนั้นผู้เฒ่าและญาติโยมที่มาทำบุญ ก็จะยกอาหารไปเลี้ยงดูกัน เรียบร้อยก็พากันมารับฟังคำสั่งสอนจากหลวงพ่อ ก็ไม่แน่นะครับ ต่อไปอาจจะมีวัดที่ทันสมัยมีสายพานอาหารลำเลียงออกมาจากห้องครัว มาถึงที่พระฉันเพลก็ได้ ควบคุมด้วยระบบรีโมทคอนโทรน!! ป้าดทิโธ่!!
คนละวัดครับ ท่าน
อยู่ ห่าง 1.2 ก.ม. ไว้วันหลังจะพาไปแซวหลวงพี่
พ่อครับ
อ๋อ อีกเรื่อง
อยากดูๆ อยากดูหนังประโมทัยอีสาน(แบบอีสานคัก ๆ)
แต่วันนี้ไปไม่ได้อ่ะค่ะ จะรอดูผ่าน blog นะคะ
ขอบพระคุณค่ะ
ท่านครูบาครับกรุณาลบข้างบนด้วยครับ พิมพ์ผิดหลายที่ครับ
*******************************************
วัดจะดี... มีหลักฐาน... เพราะบ้านช่วย
บ้านจะสวย... เพราะมีวัด... ดัดนิสัย
บ้านกับวัด... พลัดกันช่วย... ยิ่งอวยชัย
ถ้าขัดกัน... ก็บรรลัย... ทั้งสองทาง
*********************************************
สมัยก่อนเราเรียนกันที่โรงเรียนวัด
สมัยก่อนจัดงานต่างๆที่วัด
เกิด แก่ เจ็ยตาย ไปหาวัด
ทั้งหมดอยู่ในสายตาของหลวงตา หลวงปู่ ผู้คอยกำกับเรื่องราวต่างๆให้อยู่ในทำนองคลองธรรม
อะไรควร อะไรไม่ควร หลวงตาหลวงปู่ท่านคอยชี้แนะ โดยมีเบื้องหลังคำชี้แนะของท่านคือคุณธรรม คือศีล คือการอยู่ร่วมกัน คือการปฏิบัติที่พึงมีต่อกัน สังคมจึงสงบสุข จะกระทบกระทั่งกันบ้างก็ไม่ถึงกับเดินขบวน หรือเข่นฆ่าให้อาศัลย์
วัดคือแหล่งผลิตต้นทุนทางสังคมที่ดีที่สุด ที่เป็นรูปธรรมที่สุด ที่ไม่มีโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษาที่ไหนทำได้เท่าวัดซึ่งมีหลวงปู่แก่ๆนั่งอยู่นั่นแหละ "ตักศิลาทุนสังคม" โดยแท้จริง
ไปเอาโรงเรียนออกจากวัดซะนี่ เลยห่างไปหมด และโรงเรียนก็ไม่ได้สร้างต้นทุนทางสังคมไทยดีดีอีกเลย บางแห่งยังทำลายอีกต่างหาก ดูครูข่มขืนศิษย์ซิ..
กราบสวัสดีครับพ่อครูบาฯ
สวัสดีค่ะ พ่อครูบา
วัดนี้คงจะมีญาติโยมมาทำบุญกันมากพอสมควร สังเกตจากลูกคุณเล็บสวย ยังอ้วนจ้ำม่ำ แถมได้หม่ำมะละกออีกต่างหากค่ะ
อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ร่วมด้วยช่วยกันยอยกพระพุทธศาสนา ค่ะ
กราบสวัสดีคะ พ่อครูบา
สาธุ สาธุ สาธุ
---^.^---
สวัสดีครับ
ขอเสริมว่า ทางที่สายพานผ่านมาจากโรงครัว ต้องมีที่ปิดกั้น และมิดชิดพอนะครับ ไม่ควรให้คนเข้าใกล้ หรือยื่นมือไปถึงสายพานได้
เด็กวัด และโยมบางคน ในสมัยนี้ไม่น่าไว้ใจครับ อาจแอบหยิบฉันเสียก่อนถึงท่านสมภารก็ได้ ครับ … อิ อิ อิ
สาธูครับ
ภูมิปัญญา ของ พระธุดงค์ มีมากมายครับ
ตั้งแต่ ล้อเลื่อนสำหรับอาหาร ไม้สีฟัน ไม้ล้างก้น ยาส้ม จีวร กลดและมุ้ง ฯลฯ
ใครไม่ได้ วัดป่า ก็ไปดู ไปถามสะ
อีกหน่อย ป่าหมด พระธุดงค์ ก็คงจะลดลง จะหาดูยากแล้วนะครับ