เมื่อวานเป็นวันหยุด ดิฉันได้ไปทำงานช่วยคุณแม่ ขายเสื้อผ้า ที่ตลาดหัวรถไฟ ย่านโรงพยาบาลศิริราช ขณะนั่งรถเดินทางไป ช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 02.30 น. ไม่อยากเชื่อเลยค่ะว่า กลุ่มวัยรุ่นประมาณ 2 กลุ่ม ตั้งพักพวกตีกันที่ข้างถนน ราชดำเนิน รถที่ดิฉันนั่งได้วิ่งผ่าน ขณะนั้น วัยรุ่นสองกลุ่มกำลังยืนดูเพื่อนที่เป็นตัวแทนสู้กัน แต่ทั้งสองฝ่ายไม่มีอาวุธหรอกค่ะ
ความรู้สึกขณะนั้น ดิฉันนึกถึงคนที่เป็น พ่อแม่ ของพวกเค้า ที่ไม่รู้เรื่อง รู้ราว อะไร คงจะนึกว่าลูกของตนนอนหลับฝันหวานไปแล้ว ที่ใหนได้ ........สงสารคนที่เป็นพ่อเป็นแม่นะคะ ที่อุส่าเลี้ยงดูมา เพื่อหวังจะให้ลูกของคนเป็นคนดี..
ขณะที่ผ่านถนนราชดำเนินแล้ว คุณแม่ของดิฉันพูดกับดิฉันว่า "อย่าทำตัวแบบนี้นะลูก... การให้อภัยเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เราควรนึกถึงอนาคตของเรา และ คนที่รักเรานะ ไม่ว่าจะเหตูการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เราจะทำอะไรควรคิด ไตร่ตรอง ก่อนที่จะลงมือทำนะ"
นี่ก็เป็นอีกเหตุการณ์นึงที่เป็นทั้งประสบการณ์ที่ดิฉันได้พบเห็นมา และเป็นคติเตือนใจอย่างหนึ่ง ที่อยากมาเล่าให้ผู้อ่าน ได้คิด และช่วยกันหาวิธีป้องกันและไก้ไขช่วยกันนะคะ...............
อย่าปล่อยให้อนาคตของชาติต้องมัวหมองเลยค่ะ
สวัสดีครับ
ขยันจังเลย ตอนนั้นผมคงนอนหลับไปแล้ว
แต่ก่อนเดินเล่นแถวนั้นบ่อย
ไม่ได้ไปเสียนาน
เจอเหตุการณ์แบบนี้น่ากลัวครับ
เลี่ยงได้ก็เลี่ยงครับ (เป็นนักวิ่งอยู่แล้วนี่นา) ;)
สวัสดีครับ
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า "โลกมันกลมจริง เอ๊ะ! หรือว่าโลกแบน"เจอคนบ้านเดียวกันจนได้
ปัญหาแบบนี้ แม้ว่าเราจะไม่ใช่คนเริ่ม แต่เราก็มีส่วนส่งเสริม ???
การปล่อยปละละเลย การปล่อยวาง(หลายคนบอกอย่างนั้น)
หรือแม้แต่บอกว่า "เรื่องของมึง.... ไม่สำคัญหรอก" สักวัน มันจะกลายเป็น "เรื่องของกู ..แล้วมันจะสำคัญ"
ผมอาจจะมองเหมือนกันกับการใส่กางเกงยีนในมหาวิทยาลัย ผมไม่รู้หรอกว่า เริ่มเมื่อไหร่ แต่ผมรู้ว่า อย่างไร มีนักศึกษาแค่คนเดียวที่ใส่กางเกงยีนมาเรียนในตอนแรก คงพอจะนึกออก ปัจจุบันเกือบทั้งหมด กลายเป็นเรื่องปกติ นำมาสู่ คำกล่าวยอดฮิต "แก้ยาก"
ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเกิดจากการที่ปล่อยปละละเลย
ให้มีการใส่กางเกงยีนมาในระยะแรก ผู้สนับสนุนคือ การเห็นดีเห็นงาม มองว่าเท่ห์ (เหมือนบุหรี่นั่นแหละ ไม่รู้ใครบอกมัน) เมื่อเริ่มนับหนึ่ง ก็นับเรื่อยมา
ปัจจุบัน(อีกที) เราก็คือผู้สนับสนุนอยู่ เพราะเราดันมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ซะงั้น สำหรับสิ่งที่ผมทำ คือ ผมไม่เคยใส่กางเกงยีนไปเรียน ผมผูกไทร์ไปเรียนตลอดจนเรียนจบ สิ่งที่ผมได้รับ สายตาที่แปลก ๆ เหมือนกันว่า ผมบ้า เป็นงั้นไป (ก็บ้าจริง ๆ แหละ อิอิ)
เข้าสู่ประเด็นนี้ดีกว่า สิ่งที่เป็นจุดเริ่ม คือ การไม่ได้สอน การไม่ใส่ใจ การไม่ชี้แนะ เื่มื่อเด็กคิด
การสอนผิด ๆ (จริง ๆ ก็สอนถูก แต่วิธีการสอนผิด อย่างเช่น อย่าสูบบุหรี่นะนักเรียน แต่ครูสูบได้ มันถึงผิดไง เข้าข่าย ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน)
การอะลุ่มอะล่วย ตามประสาวัฒนธรรมไทย(ไว้ผมจะเล่าในบันทึกแล้วกัน)
เฮ้อ!!...
เอาเป็นว่า สิ่งไหนที่เราว่าไม่ดี ก็ไม่ทำ และหยัดยืน ไม่ดีก็คือไม่ดี นานแค่ไหน เปลี่ยนไปอย่างไร ก็ไม่ดี
ขอบคุณครับที่เข้าไปอ่านบันทึก ทำให้ผมได้เห็นว่ามีคนห่วงใยสังคมอยู่ (และขอให้อยู่ตลอดไป)
- ปัญหานี้ต้องช่วยกันทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและต่อเนื่องครับ
- ที่โรงเรียนเชิญหลายหน่วยงานมาพูดกับนักเรียนทั้ง 6 ระดับๆละวัน ดังนี้
- ครูฝ่ายปกครองเปิดใจว่า สมัยนี้ทำอะไรเด็กไม่ได้ รุนแรงไปแม้แต่คำพูด ผู้ปกครองมาถึงที่โรงเรียนเลย
- ตำรวจบอกว่ากฎหมายคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทำให้ตำรวจเองก็ทำอะไรมากไม่ได้ เดี๋ยวเดือดร้อน
- เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์บอกว่าลงโทษได้เหมือนกัน แต่ก็ต้องระวังปัญหาตามมา
- สุดท้ายต้องลงที่ผู้ปกครองถ้าเด็กทำผิดผู้ปกครองต้องรับผิดชอบด้วย
ต้องขอบคุณทุกท่านมากนะคะ
สำหรับกำลังใจ และคำแนะนำดีๆค่ะ
อย่างที่คุณ ..
โต ..บอกนั่นแหละค่ะ ปัญหานี้ต้องแก้ไขด้วยกันทุกฝ่ายค่ะ ไม่ใช่จะพึ่งแต่ ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว
ที่สำคัญ พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งครูอาจารย์ จะต้องปลูกฝังสำนึกที่ดี และ ถูกต้อง ให้กลับพวกเขา
จึงจะไม่มีค่านิยมที่ผิดๆ ในจิตสำนึกของพวกเขาได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ขจิต ฝอยทอง
หนูจะตั้งใจเรียน เพื่อวันข้างหน้าที่ดีกว่านี้ค่ะ
ต้องชมหนูนะคะว่าน่ารักมาก ขยันและรู้จักที่จะช่วยเหลือทางบ้าน แต่ที่สำคัญกว่าคือ ชมคุณแม่ที่สั่งสอน อบรมให้หนูเป็นคนดี เห็นสังคมวุ่นวายขนาดนี้แล้ว ต้องระมัดระวังตัวให้มากๆ ที่สำคัญเป็นเด็กดีของพ่อแม่ตลอดไปนะคะ
ขอบคุณอาจารย์ ...กัลยารัตน์ เมธีวีรวงศ์
มากนะคะ ที่สั่งสอนสิ่งดีๆ หนูให้ค่ะ
และเป็นกำลังใจให้หนูและคุณแม่ได้สู้ต่อไปค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ
ความตั้งใจทำในสิ่งที่ดีงามด้วยสติอันเป็นฐานสร้างความมั่นคงแห่งจิตเรียนรู้ให้เท่าทันทุกขณะคงจะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้เด็กไทยของเราเดินไปในสังคมที่ถูกทางและเป็นตัวอย่างในสังคมยืดหยุ่นอย่างบ้านเรา