วิธีการ การเป็น"ดาวยั่ว" คำนิยามของ โรงพยาบาลพิจิตรนั้นทำให้นกนึกขำและนึกเห็นภาพ ดาวยั่วอยู่ครามครัน

                ตอนไปงาน"มหกรรมการจัดการความรู้ครั้งที่ 4 ที่เมืองทองธานี"ในวันที่ 2 ของการประชุม นกได้เข้าไปเรียนรู้ที่ห้อง play and learn ซึ่งในวันนั้นนกมีโอกาสได้รับฟัง กรณีประสบความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการ AI ของโรงพยาบาลพิจิตร ซึ่งมีที่มาที่ไปที่เฉลยในตอนหลังว่า "ที่ทำเพราะเป็นงานวิจัยระดับปริญญาเอกของอาจารย์ท่านหนึ่งในคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร" รูปแบบของกระบวนการจัดการ AI นั้น มีรูปแบบที่น่าสนใจแตกต่างกับกระบวนการเรียนรู้ของ KM นั้นคือ จะมีการแบ่งออกเป็นทีม ๆ ประกอบด้วย ทีมพี่เลี้ยง ทีมสร้าง ทีมนำร่อง และมีการวางแผนปฏิบัติการออกเป็น 4 ขั้นบันไดประกอบด้วย 1. ค้นหา 2. ฝัน 3. ออกแบบ 4. ปฏิบัติการประเมิณผล

             โดยมีทีมพี่เลี้ยงจะเป็นผู้ค้นหาเลือก FA เป้าหมายโดยการคัดเลือก พูดคุยเชิญชวนแบบไม่เป็นทางการ ค้นหาศักยภาพ FAเป้าหมาย ให้ FA เป้าหมายแสดงศักยภาพ โดยเล่าเรื่องความสำเร็จของตนเอง ส่วนทีมพี่เลี้ยงจะจดบันทึกและเกริ่นถามว่า อนาคตของ FA เป้าหมายคาดหวังอะไรบ้าง และมีการวางแผนอนาคตอย่างไรบ้าง และนี่เองเป็นการจุดประกาย "ดาวยั่ว" นั่นเอง

           โดยทั้งนี้ทั้งนั้นทีม"ดาวยั่ว" จะต้องมีทัศนคติทางด้านบวก จะต้องศึกษา กระบวนทัศน์ของ FA ต้องเห็นคุณค่าของตนเองและต้องเชื่อว่าต้องทำได้ และต้องเห็นคุณค่าของผู้อื่นและเชื่อว่าต้องทำได้ โดยตั้งอยุ่ในพื้นฐานในการประเมิณศักยภาพ ความแตกต่างที่หลากหลายและให้โอกาส ชื่นชมและให้กำลังใจ

         
วิธีการ การเป็น"ดาวยั่ว" คำนิยามของ โรงพยาบาลพิจิตรนั้นทำให้นกนึกขำและนึกเห็นภาพ ดาวยั่วอยู่ครามครัน

           "ดาวยั่ว" ถ้าในกระบวนการ KM นั้นเปรียบเทียบได้ก็คงเป็น"คุณอำนวย" เพราะคุณอำนวยเป็นผู้อำนวยการ (ทำทุกอย่าง) เป็นผู้ผลัก ผู้ดัน ผู้ให้โอกาส จัดหาโอกาส สนองโอกาสในการเรียนรู้ทุกรูปแบบ(เน้นว่า..ทุกรูปแบบ)ถ้าเปรียบก็เหมือนเป็นงานแม่บ้านที่ต้องทำตั้งแต่สากกะเบือ ยั้น เรือรบ (ว่าเข้างั้น...)

        
   เกริ่นมาตั้งนาน แล้วเราเป็น "ดาวยั่ว" อย่างไงหว่า ก็คืองี้ค่ะ วันที่ 16 มกราคมนี้เป็นวันครู ที่สำนักการศึกษาของเรา จัดกิจกรรมวันครูอยู่ทุ๊กปี ๆๆๆๆๆ อยู่แล้ว และรูปแบบก็เหมือนงานประเพณีคือ เอาเอกสารเก่า ๆ มากางแล้วเปลี่ยน พ.ศ.ซะ เสร็จแล้วปรับกิจกรรมอะไรนิดหน่อย อีทีนี้...คนที่เป็นเจ้าของโครงการซึ่งเป็นเพื่อนสนิท (เพื่อนซี้) เอาโครงการมาปรึกษากับนก นกก็เกริ่นบอกเสียก่อนว่า ตัวเองอยากจัดรูปแบบใหม่ไหมละ ไม่จำเจและก็รับรองว่า วันครูในปีนี้คนจะกล่าวขานไปอีกนาน (ฮั่นแน่...ขึ้นต้นดีซะด้วย)

              เจ้าเพื่อนคนเก่ง พยักหน้า เออ เออ เอาซิ ทีนี้ละเราก็ขายความคิด เรื่องการจัดการองค์ความรู้ในสถานศึกษา ซึ่งในจังหวัดของเราก็มีหลายโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จ อีกทั้งเรายังสามารถหาวิทยากรจากมหาวิทยาลัยนเรศวรซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบ KM ในภาคเหนือตอนล่างได้อีกด้วย (อันนี้สงสัยต้อง รบกวน ท่านหัวหน้าก๊วนฯ)และเพื่อเป็นการปูทางให้สถานศึกษาในสังกัดเทศบาลฯ เรียนรู้ KM โดยซึมซับผ่านการสัมมนา(ไม่)เชิงวิชาการ เพราะเราจะบวกกิจกรรมในภาคบ่ายเป็นกิจกรรม " ใจประสานใจ" ให้ครูเรียนรู้การทำ KM ผ่านกิจกรรมกีฬาไปด้วย

             หุหุ...หลังจาก ไตเติ้ลความคิด และคิดผังกิจกรรมแบบเคร่า ๆ ไอ้เพื่อนซี้ พนักหน้า งึก ๆ "เอออๆๆๆ เอา ๆ วะ ไอ้ที่เช้า ประชุม บ่าย เล่นกีฬากลางแจ้งน่ะ ตกลง พับไปเลยนะ เอาแบบแกดีกว่านก" ว่าแล้วเราสองคนก็ร่าง กำหนดการ วางสเตปคน วางพิธีการ แล้วอธิบายเรื่อง การจัดการความรู้เพิ่มให้เพื่อนเข้าใจเป็นรูปธรรม เพื่อที่จะได้ขายความคิดนี้ให้ นาย เห็นพ้องด้วยให้ได้ ....

                
  "ดาวยั่ว " บทที่ 1 ได้เริ่มขึ้นแล้วจากคนใกล้ ๆ ตัวนี่เอง ส่วนบทที่ 2 คงต้อง รับฟังคำแนะนำจาก นาย เพื่อที่จะได้นำมาปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางกิจกรรมให้เข้ากับ "งานวันครู" ที่จะถึงนี้ อย่างไง..อย่างไง ก็ให้กำลังใจ "ดาวยั่วดวงใหม่" ดวงนี้ด้วยนะคะ..สู้ สู้ สู้ตาย เล๊ย ค่ะ