เรียนรู้

พระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
เกี่ยวกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต
     “…พวกเจ้านั้นการศึกษาเจริญขึ้นมากแล้ว ควรจะมุ่งในทางใช้
ความคิดให้เป็นผลดียิ่งขึ้นอีก ไม่ใช่แต่จะเรียนจำตามที่สอนเท่านั้น
ต้องฝึกหัดใช้ความคิด ไม่ใช่เชื่ออย่างงมงาย ไม่ใช่เรียนมาสำหรับ
ทำตามไปอย่างลิงมันล้อคน หรือนกแก้วเลียนคนพูด เรียนมาสำหรับ
คิด ไม่ใช่เรียนมาสำหรับจำไว้เฉยๆ เท่านั้น ต้องคิดอีกทีหนึ่งว่าจะทำอย่างไรจึงจะดีขึ้นได้อีก ต้องพยายามเรียนตลอดชีวิต ใครเขามีวิชชา
ดีที่ไหน ต้องพยายามเรียน เรียนมาแล้วต้องคิดต่อว่าจะหาวิธีอย่างไร
มาใช้ให้เหมาะสำหรับประเทศของเรา ไม่ใช่จะเอาอย่างเขาตะบันไป…”
     (พระราชดำรัสที่พระราชทานแก่นักเรียนอุปชาตปีมะเส็ง ณ พระราชอุทยาน
สราญรมย์ วันที่ ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๒ ว่าด้วยลักษณะเอาอย่าง, ๒๕๓๖ : ๑๕๒)

     จากพระราชดำรัสที่อัญเชิญมานี้ แสดงว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้บุคคลเกิดสติปัญญา นำไปสู่หนทางพัฒนาตนเองและสังคม แต่การเรียนรู้เฉพาะวิชาหนังสือเท่านั้นไม่เพียงพอ เพราะอาจจะเปรียบได้กับสุภาษิตที่ว่า วิชาท่วมหัว เอาตัวไม่รอดถึงแม้ว่าบุคคลจะมีวิชาทางหนังสือเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ก็ต้องแสวงหาความรู้รอบตัวเพิ่มขึ้น และต้องรู้จักใช้ความคิดเพื่อหาวิธีนำความรู้นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้เกิดความเจริญ และต้องมีความมานะพยายามใฝ่หาความรู้ตลอดชีวิต

     นอกจากการเรียนรู้ตลอดชีวิตแล้ว ผู้ฉลาดต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งจะ
ส่งเสริมตนเองและสังคมให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ดังที่ทรงเน้นย้ำไว้ในพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย วันที่
๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๔
     “ผู้ที่ฉลาดแต่นิสัยอัธยาศัยไม่ดี เป็นผู้ไม่ควรคนอื่นจะไว้วางใจ
ถึงจะฉลาดเท่าไร จะได้ปริญญาสัก ๑๐๐ อัน ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ต้องพยายามเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์สุจริต สมควรที่คนอื่นจะไว้ใจ ดังนั้น
วิชาที่เราเรียนไปจึงจะเป็นประโยชน์แก่เรา
     (พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทาน
ปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๔,๒๕๓๖
: ๒๓๑๒๓๒)
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">               ครูฝ่ายวิชาการ</p>