มีเรื่องเล่ามาเล่าให้ฟังค่ะ
ได้อ่านหนังสือเล่มนึง เค้าเล่าว่า( ไม่แน่ใจว่าเรื่องจริงรึว่านิทานนะค่ะ)ลองดูละกัน
ช่วงสงคราโลกครั้งที่สอง  กองทัพเยอรมันีได้ธงนาซีตราทัพยึดครองหลายประเทศในยุโรป  เมื่อรุกรานถึงประเทศหนึ่ง  พลเรือชายหญิงในแผ่นดินนั้นลุกขึ้นสู้รบเพื่อปกป้องเอกราชอย่างสุดชีวิต  พลเรือนส่วนหนึ่งได้ตกเป็นเชลย  นายพันเยอรมันสั่งให้พวกเชลยยืนเรียงแถวที่กำแพงแถวละยี่สิบคน  เหล่าทหารยกปืนยาวขึ้นเล็ง
      นายทหารเยอรมันสั่ง "ยิง"
       ร่างเหล่านั้นร่วงลง รอยเลือดเปื้นทั่วกำแพง และผู้บังคับบัญชาสั่งเรียงแถวใหม่ หนึ่งในนั้นมีเด็กชายวัยสิบขวบ
      เด็กชายก้าวมาหานายพัน  เอ่ยว่า  "ท่านครับขอผมไปก่อนได้ไหม?  แล้วผมจะกับมา"
       "จะไปไหน"
       "กลับบ้าน"
        นายพันไม่เชื่อหูตัวเอง
       "กลับบ้าน?"
       "ผมอยากไปลาแม่ก่อน  ผมสัญญาว่าจะกลับมา"
นายพันส่ายหัว  ยิ้ม
       "แล้วมึงก็ไม่โผล่กบาลกลับมาอีกละซี"
       "ผมจะกลับมาแน่นอนครับ  ผมสัญญา"
       "เอ้า ! ไป !  ไปให้พ้น"
 เด็กชายวิ่งหายลับไป
นายพันสั่งยิงต่อ  ร่างของพลเรือนล้มลงกองตายจนหมด  นายพันนั่งพักบริเวณนั้น  เป็นงานที่เขาเกลียด  แต่ดูเหมือนฆ่าเท่าไหร่ ผู้คนก็ไม่หมดเสียที
ชั่วโมงถัดมา  พวกทหารได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามายังจุดนั้น  ร่างเล็ก ๆ ของเด็กชายก็ก้าวเข้ามายืนตรงหน้านายพัน
      เด็กชายคนนั้นเอ่ย  "ผมกลับมาแล้วครับ"
      นายพันมองหน้าเด็กน้อยเนิ่นนาน  หยดน้ำซึมจากหางตา  เอ่ยเรียบ ๆ ว่า "กลับบ้านไปซะ  เจ้าหนู"
Aha  จบแล้ว เรื่องนี้เปรียบเสมือน  " รอยยิ้มก็เช่นแสงแดดในฤดูหนาวและลมเนในฤดูร้อน...นะจ๊ะ"