เช้าของวันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผมและพี่สายัณห์ ปิกวงค์ ได้รับการส่งข่าวจากพี่เชิงชาย เรือนคำปา นักส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร ว่าวันนี้ พี่รณชัย ชัยยะ นักส่งเสริมการเกษตรประจำตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี ร่วมกับนายก อบต.ระหาน จะนำทีมงาน อบต. และเกษตรกรผู้ปลูกส้มของตำบลระหานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทาง อบต.นาบ่อคำ หากว่างจะแวะไปเยี่ยมเยียน เพื่อสังเกตและให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่และเกษตรกรก็ขอเชิญ จะเริ่มในช่วงสายๆ และดำเนินไปตลอดทั้งวันของวันนี้ จุดนัดพบที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร
กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นโครงการของราชการหรือหน่วยงานใด แต่เป็นความต้องการของเกษตรกร ที่ต้องการจะเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลา เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนพืชคือส้มเขียวหวาน ที่กำลังจะไม่หวานของพี่น้องชาวตำบลระหานอยู่ในขณะนี้ งานนี้ทีมเยือนจากตำบลระหานนำทีมโดยนายก อบต. รองนายกฯ เจ้าหน้าที่บางส่วน และเกษตรกร โดยการประสานงานโดยพี่รณชัย ชัยยะ นักส่งเสริมการเกษตร ทุกคนออกค่าใช้จ่ายค่าเดินทางกันเอง ส่วนทีมเจ้าภาพทาง อบต.นาบ่อคำโดยนายก อบต.คุณฤทธิรงค์ เปรมศรี และพี่สิทธิชัย ละน้อย ปลัด อบต.และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ และเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยการประสานงานของพี่เชิงชาย เรือนคำปา นักส่งเสริมการเกษตรฯ

พี่เชิงชาย เรือคำปา และพี่รณชัย
ชัยยะ
กิจกรรมของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ มีหลายกิจกรรมที่ผมจะบันทึกมาแลกเปลี่ยน...ดังนี้ครับ
ภาคเช้า เป็นการเล่าประสบการณ์ของการเพาะพันธุ์ปลาเพื่อไว้แจกจ่ายให้แก่เกษตรกรของตำบลนาบ่อคำ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการซื้อพันธุ์ปลาแจก เปลียนมาเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ให้ตัวแทนของหมู่บ้านมาร่วมเรียนรู้และเพาะพันธุ์ปลากันเอง เป็นกิจกรรมหนึ่งของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลนาบ่อคำ โดยการสนับสนุนของ อบต. ซึ่งศูนย์การเรียนรู้นี้ก็ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหลังของ อบต.น่าบ่อคำนั่นเอง
ผู้ที่มีประสบการณ์ในดารถ่ายทอดความรู้ในครั้งนี้ก็คือ น้องแป๊ะ หรือคุณวัชรินทร์ โจดโจน นักวิชาการเกษตรของ อบต.นั้นเอง

คุณวัชรินทร์ โจดโจน นักวิชาการเกษตรของ อบต.
กำลังอธิบายการสังเกตพ่อ-แม่พันธุ์ปลา

การฝึกปฏิบัติเกษตรกรของตำบลระหาน
ในการฉีดฮอร์โมนเพื่อเร่งการวางไข่ของปลา
หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน โดยความอนุเคราะห์ของ อบต.นาบ่อคำแล้ว คณะของตำบลระหานก็เดินทางไปยังบ้านหนองกอง หมู่ที่ 4 ตำบลนาบ่อคำ เพื่อศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรพอเพียง ซึ่งมีกิจกรรมที่ทางคณะของตำบลระหานสนใจที่จะนำไปปรับเปลี่ยนทดแทนการปลูกส้มเขียวหวาน นั้นก็คือ "ลำไย" ซึ่งศูนย์นี้กำลังผลิตลำไยนอกฤดู

ดูแปลงผลิตลำไยนอกฤดู
นอกจากนี้ยังได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเกษตรกร และนักส่งเสริมอาชีพอิสระ คืออาจารย์ชานนท์ ที่มีอาชีพผลิตลำไยนอกฤดูที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเกษตรกรจากตำบลระหานได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และขณะนี้กำลังประสบกับปัญหาการขาดทุนในการปลูกส้มเขียวหวาน บางส่วนของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ผมพอจะประเด็นได้ก็คือ คำแนะนำที่ว่าเกษตรกรที่ปลูกส้ม ยังไม่ควรที่จะโล๊ะทิ้งแปลงปลูกส้มโดยทันที อาจจะเริ่มด้วยการปลูกพืชเพื่อที่จะปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับการปลูกพืชที่ทำเงินที่อายุสั้น เช่น แตงกวา พริก มะเขือ มะละกอ ซึ่งจะมีรายได้ตั้งแต่ 1-2 เดือน จนถึง 2-3 ปี ที่พืชชนิดใหม่จะให้ผลผลิต(แทนส้มเขียวหวาน)
นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เทคนิคการเพิ่มผลผลิตมะม่วง โดยการฝากท้อง ซึ่งเป็นการเพิ่มผลผลิตมะม่วงอย่างง่ายๆ ที่เกษตรกรทุกคนสามารถทำได้

ดูการเพิ่มผลผลิตมะม่วง

ฝากท้อง...

ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
นอกจากเกษตรกรจะได้ ลปรร. กันแล้ว ทางคณะทำงานของ อบต. ต่างก็ได้ ลปรร. การบริหารจัดการ การส่งเสริมอาชีพไปพร้อมๆ กัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นเครือข่ายการส่งเสริมอาชีพที่ต่างฝ่ายต่างก็ได้ประโยชน์ และได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน

ทีมผู้บริหาร อบต. ลปรร.ซึ่งกันและกัน
เป็นเรื่องน่าสนใจครับขอบคุณ
สวัสดีครับคุณ สิงห์ป่าสัก
-สวัสดีครับ ขอทราบมาตรา 22 เป็นความรู้เพิ่มเติมอีกหน่อย เพื่อนำไปส่งเสริมและขยายความรู้นี้ต่อไป lสนใจ
ต้องขอขอบคุณท่านนายกฤทธิรงค์ คณะผู้บริหาร สมาชิก อบต. และพนักงานเจ้าหน้าที่ อบต.นาบ่อคำทุกท่าน และที่สำคัญอาจารย์ยักษ์ (ใหญ่จริง)-พี่เชิงชาย -พี่รณชัย ทีให้การสนับสนุนกิจกรรมดีๆ อย่างนี้ อาหารอร่อยมาก (ปลาทับทิมตัวเบ่อเร่อเลย)
ตอนนี้ต้องยกนิ้วโป้งและยอมรับเลยว่านาบ่อคำบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาก้าวสำคัญ ดังคำของในหลวง "ระเบิดจากข้างใน"