เพราะถ้าเทียบกับที่เคยยืนมาจากหาดใหญ่ถึงเพชรบุรี เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ก็ต้องถือว่า สุดยอดแห่งความสะดวกสบายเลยทีเดียว

สวัสดีครับ
   เริ่มเขียนบันทึกนี้ตอนอีก 2-3 นาทีจะ 3 ทุ่มครับ  ผมกำลังอยู่บนรถด่วนนครศรีฯ มุ่งหน้าไปสุราษฎร์ธานี  เมืองคนดีที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 ได้พระราชทานนามไว้ 
    จองตั๋วล่วงหน้าเมื่อวันศุกร์ จากสถานีบางเขน  มีเหลือแต่เตียงนอนบน ก็ไม่มีปัญหา  เพราะถ้าเทียบกับที่เคยยืนมาจากหาดใหญ่ถึงเพชรบุรี เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ก็ต้องถือว่า สุดยอดแห่งความสะดวกสบายเลยทีเดียว 
     คราวนั้นนับเป็นการเดินทางโดยรถไฟที่โหดที่สุดในชีวิตครับ  จำได้ว่ายืนเบียดเสียดกันนานมาก เดินไปไหนก็ไม่ได้เพราะบนพื้นทางเดิน ล้วนอัดแน่นด้วยผู้โดยสารทั้งนั่งและนอน  ถึงสถานีประจวบฯ คนยังต้องปีนลงทางหน้าต่างกันเลยครับ
  วันนี้ผมได้รถคันที่ 16 เป็นตู้สุดท้าย ได้ที่นั่งเบอร์ 33 ซึ่งเป็นที่นั่งลำดับที่ 3 นับจากท้ายสุดของขบวนรถ  ผมนั่งแท็กซี่จากบ้านแถว มรภ.จันทรเกษม มาสถานีบางซื่อ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที รถไม่ค่อยติดเพราะเป็นวันอาทิตย์  มาถึงตอนประมาณ 1 ทุ่ม 40 นาที  เลยรีบสั่งข้าวราดแกงจากร้านอาหารปักษ์ใต้ภายในสถานีมารีบจัดการให้เสร็จทันขึ้นรถ  กับข้าวเขาเหลืออยู่เพียง 2 อย่าง และกำลังจะปิดร้านอยู่แล้ว สั่งข้าวราดแกงส้มปลาทะเล และขอให้เขาเจียวไข่ให้อีก 1 ฟอง มาเสริมให้พอเหมาะพอดี  ทานข้าวไปดูเวลาไป  เพราะรถกำหนดมาถึงบางซื่อ 19.50 แม่ค้าก็ร่วมลุ้น อยู่เงียบๆ  สักครู่หนึ่งมีเสียงประกาศ สนั่นหู มาจากลำโพงปากแตรที่เสียงแข็งกระด้างยิ่งนัก  เนื้อความบอกว่ารถยังไม่ออกจากหัวลำโพงและจะเสียเวลา โดยจะมาถึงบางซื่อตอน 20.07 น. แม่ค้าและผู้ช่วยในร้านส่งเสียงเฮ พร้อมๆกัน  พร้อมบอกผมว่าไม่ต้องรีบก็ได้แล้ว  แสดงว่าอาการรับประทานอาหารแบบเร่งรีบของผมนั้นเด่นชัดมากเป็นแน่ เขินอยู่เหมือนกัน  เลยบอกไปว่า รู้ยังงี้จะสั่งกับข้าวอีก 2-3 อย่าง ผมทานเสร็จเขาก็เก็บร้าน  และช่วงนั้นก็สั่งกาแฟร้อนมาปิดรายการอีก 1 ถ้วย  ตั้งใจว่าจะได้ทำให้ตาสว่าง นั่งเขียนบันทึกในรถได้สำเร็จ  เพราะวันนี้ที่ผ่านมาก็มีภารกิจหลายรายการ รวมทั้งการสอน นศ.ป.โท เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาด้วย  ตั้งแต่บ่ายโมงมาจนใกล้ 5 โมงเย็นครับ
   ผมไปไชยาครั้งนี้เพื่อทำภารกิจส่วนตัวเล็กน้อย และเยี่ยมแม่ซึ่งปีนี้ก็ย่าง ๙๗ แล้ว  แต่ตั้งใจตีตั๋วไปลงสุราษฎร์ซึ่งอยู่ห่างไปอีกราว 50 กม. ทั้งนี้ก็เพราะได้นัดหมายกับสหายผู้รู้ใจ และสนิทชิดเชื้อหมายเลข 1 คือ อ.ชัยรัตน์  กันตะวงษ์ ไว้ที่ มรภ.สุราษฎร์ธานี  อยากคุยอะไรกันหลายอย่าง แต่เวลามันน้อยก็จะเลยไปรับเขามานอนที่ไชยาด้วยกัน ซึ่งน่าจะได้คุย แลกเปลี่ยนแบ่งปัน สิ่งที่อยู่ในใจให้สมอยากได้มากขึ้น
   ผมตั้งใจว่าจะกลับเย็นวันอังคาร  ถึงกทม.ตอนเช้าวันพุธที่ 5 ธันวาคม  แต่ก็ยังไม่ 100 % ครับ 
   มีเรื่องคาใจอยากนำมาเขียนหลายเรื่อง ทั้ง ควันหลงจากงานอบรมครูต่างชาติ รุ่น 3 และเรื่องราวจากงานพบปะพูดคุยกันในหมู่ชาว เฮฮาศาสตร์ และพี่น้อง G2K ที่มสธ.เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา  หวังว่าคงได้ใช้เวลาใน 2-3 วันที่บ้านเกิด เขียนได้บ้าง โปรดคอยติดตามครับ