วันนี้เอากรุงเทพราตรีมาลอยกระทงครับ

          เมื่อคืนเป็นวันลอยกระทง ผมลอยกระทงออนไลน์ครับ อิอิ (ต้องชมคนคิดทำกระทงออนไลน์ ไม่ต้องให้พนักงานทำความสะอาดเดือดร้อน เราใช้พลังจิตอธิษฐาน ถ้าจิตตั้งมั่นก็เหมือนกัน) เลยคิดได้ว่าคำกฎหมายที่เกี่ยวกับกระทงก็มี กฎหมายวันละคำสองคำวันนี้ขอเสนอคำว่า กระทง ฮิฮิ ทันเหตุการณ์ไหมครับ <p style="margin: 0cm 0cm 10pt" class="MsoNormal">                คำว่ากระทงในกฎหมายอาญา อยู่ในมาตรา ๙๑ เขาว่าไว้อย่างนี้ครับ</p><p>            เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป แต่ไม่ว่าจะมีการเพิ่มโทษ ลดโทษ หรือลดมาตราส่วนโทษด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว โทษจำคุกทั้งสิ้นต้องไม่เกินกำหนดดังต่อไปนี้</p><p>(๑)   สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่เกินสามปี</p><p>(๒)   ยี่สิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปีแต่ไม่เกินสิบปี</p><p>(๓)   ห้าสิบปี สำหรับกรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป เว้นแต่กรณีที่ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิต</p><p>          ก็เลยมานึกว่าจะอธิบายคำว่ากระทงให้มันง่ายๆอย่างไร ถ้าดูจากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ๒๕๔๒ ท่านก็บอกว่า น.ภาชนะเย็บด้วยใบตองหรือใบไม้เป็นต้นยกขอบสูงสำหรับใส่ซอง อ้าว….อ้อ..ต้องอ่านต่อเพราะเขายังมีตอนหลังอีกว่า (กฎ) ลักษณนามของความผิดอาญาแต่ละกรรมหรือแต่ละครั้ง การกระทำความผิดแต่ละกรรมหรือแต่ละครั้งนั้น ถือว่าเป็นกระทงความผิดกระทงหนึ่ง เช่นการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หลายครั้งเป็นความผิดกระทงหนึ่ง</p><p>          ตอนแรกก็เข้าใจดีอยู่หรอก แต่พอไปอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องข่มขืนกระทำชำเรากลับงงแฮะ…เพราะศาลฎีกาท่านบอกว่า ฉุดผู้หญิงไปข่มขืนแม้จะพาไปหลายวัน ข่มขืนวันละครั้งเป็นเวลา ๕ วันก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิดกระทงเดียว อ้าว…ไหงเป็นงั้นล่ะ</p><p>           สมัยผมเป็นอัยการใหม่ๆไปว่าความคดีข่มขืนแบบนี้เริ่มสืบพยานให้ศาลเห็นว่าวันแรกถูกข่มขืนที่ไหนอย่างไร วันที่สองถูกข่มขืนที่ไหนอย่างไร วันที่สาม ศาลท่านคงรำคาญผม ท่านก็ถามผมในศาลว่า จะข่มขืนอีกกี่วัน เราก็งงอึ้ง…ท่านก็บอกตัดบทพอแล้วพาไป ๕ วันสรุปแล้วถูกข่มขืน ๕ ครั้ง คุณจะสืบสักสิบครั้งศาลก็ลงได้ครั้งเดียว เพราะเจตนาเขาก็คือพาผู้หญิงไปข่มขืนจะข่มขืนกี่ครั้งก็คือข่มขืน   ผมก็มานั่งนึกว่า ความเจ็บปวดที่ผู้หญิงถูกข่มขืน เจ็บทุกครั้งที่ถูกข่มขืนแต่ก็เหมือนศาลบอกว่าเอาน่า..ถือว่าเจ็บครั้งเดียวพอ เฮ้อ…ผมก็พยายามสู้เรื่องนี้ให้เป็นหลายกรรมอยู่ สงสัยต้องรอให้ผู้หญิงเป็นใหญ่ก่อนหรือเปล่าไม่ทราบ อิอิ  เอาเหอะ..เรื่องยากๆแบบนี้ไว้ให้พวกนักกฎหมายเขาปวดหัวเล่น เราอย่าไปปวดหัวกับเขาเลย มีเรื่องให้ปวดหัวแยะแล้ว..นะนะ..</p><p>          ที่หยิบเอาเรื่องกระทงมาพูดก็เพราะในเรื่องกรุงเทพราตรีมีคนกระทำความผิดหลายคนหลายครั้ง เช่น ดลข่มขืนพิไล,ดลขับรถชนป้อง,ดลยิงเดชลูกชายตัวเองที่เกิดจากการข่มขืนพิไลโดยที่ดลไม่รู้ นี่ขนาดคร่าวๆก็โดนไปสามกระทงเข้าไปแล้ว   หรือหากจะมาดูรัมภา ตั้งแต่แรกใส่ร้ายพิไลในงานประกวด ก็เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท,ลักเครื่องเพชรของลาวัลย์,ฆ่าลาวัลย์โดยการผลักลาวัลย์ตกบันได,พยายามฆ่าอั้มหรือวิภาวีโดยเอาไปโยนทิ้งน้ำ  นี่ขนาดยังไม่หมดนะก็เข้าไปสี่กระทงเข้าไปแล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้กฎหมายบอกว่าให้ศาลลงโทษทุกกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ที่ผมยกมาให้อ่านข้างต้น และความผิดของดลและรัมภา ฐานฆ่าคนก็มีโทษถึงประหารชีวิต เป็นไงล่ะ สะใจไหมล่ะ ท่านผู้ชม….</p><p>          ความจริงแล้วมันยังมีเรื่องที่เข้าใจยากเหมือนกันแต่ก็พอจะถือเป็นเรื่องใกล้เคียงกัน เพราะในการกระทำความผิดกฎหมายอาญา บางทีคนที่ไม่เรียนกฎหมายก็จะไม่เข้าใจว่าทำความผิดสองเรื่องแต่ศาลบอกว่าเป็นเรื่องเดียวกันลงโทษได้เรื่องเดียว บางทีทำสองเรื่องศาลก็บอกว่าเป็นคนละเรื่องต้องโทษทุกเรื่อง  ผมขอยกตัวอย่าง </p><p>          ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปเดินหาสิ่งของจะลักทรัพย์ กฎหมายก็บัญญัติความผิดไว้แตกต่างกันทั้งเรื่องบุกรุกและเรื่องลักทรัพย์ แต่นักกฎหมายเขามองเจตนากระทำความผิดของคนร้าย เจตนาของคนร้ายที่เข้าไปในบ้านก็เพื่อลักทรัพย์ ก็ต้องลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ซึ่งมีโทษหนักกว่า แบบนี้เขาเรียกว่า “กรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท” เวลาลงโทษก็ต้องลงโทษบทที่หนักที่สุด</p><p>          ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาไม่ให้ใช้เงินตามเช็ค สมมติว่านายเขียวเสวยเป็นลูกค้าของนางสาวอกร่อง(คือ..ผมกำลังยกตัวอย่างเป็นชื่อของมะม่วงนะครับ อย่าเข้าใจผิด อิอิ) ซื้อสินค้ากันเป็นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ครบกำหนดต้องจ่าย น้องอกร่องก็มาเก็บตังค์ แต่เขียวเสวยเงินไม่พอบอกว่า เอางี้นะจ๊ะ พี่ออกเช็คฉบับละ ๑๐,๐๐๐ บาท ให้ ๕ ฉบับ ให้ขึ้นเงินได้ทุก๑๕ วันนะจ๊ะ  อกร่องยอมรับเช็คนั้น พอครบ ๑๕ วันเช็คใบแรกถูกนำไปเรียกเก็บ ปรากฏว่าติดสปริงเด้งดึ๋ง…๑๕ วันต่อมาก็เด้งอีก เด้งทุกฉบับ อกร่องก็เลยไปแจ้งความร้องทุกข์กับร.ต.อ.ฟ้าลั่น ให้ดำเนินคดีกับเขียวเสวย เช่นนี้ ต้องถือเป็นห้ากระทง แม้เขียวเสวยจะเขียนเช็ควันเดียว เลขเช็คมีหมายเลขต่อเนื่องกัน ก็ต้องถือว่าเขียวเสวยเจตนากระทำความผิดฐานจ่ายเช็คโดยมีเจตนาไม่ใช้เงินตามเช็คทุกฉบับ เรียกว่า “หลายกรรมต่างกัน” หรือ “หลายกระทง” ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดครับ</p><p>          วันนี้เราเอากรุงเทพราตรีมาลอยกระทงกันแล้ว   อยากจะบอกว่าบันทึกของผมมีเจตนาที่จะนำเรื่องราวของกฎหมายมาเล่าสู่กันฟังอย่างง่ายๆ ไม่ให้ซับซ้อนมากนัก เป็นประเภทรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ถ้าอยากรู้ซับซ้อนกว่านี้คงต้องไปลงทะเบียนเรียนกฎหมายกันเองแล้วละครับ เพราะถ้าเขียนแบบผมนี่..แก่ตายไปอีกสองชาติไม่รู้จะอธิบายกฎหมายจบหรือเปล่า..อิอิ</p>