เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไปงานทอดกฐินที่เชียงใหม่ ขากลับก็เลยมาเยี่ยมย่าจังหวัดสุโขทัย เพื่อพักรถและพูดคุยกับย่าเรื่องราวต่างๆ หลังจากนั้น ผมก็เดินไปหลังบ้าน เพื่อหามุมสงบอ่านหนังสือ จึงไปเห็นแปลนอนที่ผูกติดกับต้นไม้ ที่มีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ทำให้ผู้รู้สึกอยากไปนอนเล่นอ่านหนังสือ แต่ก่อนจะนอนเล่นที่แปล ใบไม้ที่หล่นลงมาจากต้นไม้ไม้ใหญ่ เต็มไปหมด  รู้สึกอึดอัดที่ไม่สะอาดตา จึงไปหยิบไม้กวาดที่วางอยู่ข้างๆ มากวาด  ระหว่างกวาดใบไม้ ทำให้ผมรู้สึกจิตสงบดี แต่ยิ่งกวาดเท่าไรก็ไม่หมดสักที เพราะว่า ใบไม้ ก็จะหล่นลงมาเรื่อยๆ ทำได้แค่กวาดใบไม้ไม่ให้น้อยลงและสะอาดตากว่าเดิมเท่านั้น

     หลังจากกวาดใบไม้เสร็จก็กลับมานอนที่แปล แล้วก็มองไปที่ร่มไม้ใหญ่ เห็นใบไม้หล่นลงมา ที่ละใบสองใบ  ทำให้ผมคิดว่า ใบไม้ นี่ก็เปรียบเสมือนกิเลส ของคน ที่มีความอยากมี อยากได้ อยากเป็น จนไม่มีวันหมดสักที บางครั้งก็ยึดมั่นถือมั่น ว่าสิ่งนั้นเป็นของตนเอง ยิ่งทำให้พอกพูน สร้างปัญหาเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ สะสมกิเลสยิ่งขึ้น จะทำอย่างไรที่จะให้คน ลดกิเลสตรงนี้ได้ นอกจากทำในสิ่งที่ตนเองมีความสุขของแต่ละคน  แต่ความสุขตนเองนั้นต้องไม่เดือดร้อน ต่อผู้อื่นด้วย เพราะแต่ล่ะคนจะมีความรู้สึก ความคิด และวิธีการลดกิเลส เพื่อเกิดปัญญา ไม่เหมือนกัน ขนาดใบไม้ที่หล่นมา มีรอยยัก มีรอยขาด มีรู แตกต่างกัน  คล้ายกับลักษณะของคน ฉันใดก็ฉันนั้น

    ดังนั้น ทุกคนพยายามลด ละ เลิก ในกิเลส ตัณหาที่เรายึดติดให้ได้ รายละเอียดเกี่ยวตัณหา หรืออย่างน้อย หมั่นทำจิตใจให้สะอาด ค่อยๆลด เหมือนกับการกวาดใบไม้ก็ได้ จะเป็นการดี