เราๆ ท่านๆ อาจจะเคยเดินออกกำลังแล้วปวดเมื่อยเล็กน้อย เช่น กาลครั้งหนึ่ง(หลายสิบปีก่อน)ผู้เขียนเดินแข่งกันเพื่อนๆ ขึ้นภูกระดึง ขาลงก็แข่งกันวิ่งลง ตรงไหนทางข้างๆ เรียบและลื่นก็นั่งไถลลงมา(สไลด์)โชคดีที่แข้งขาไม่หักไปเสียก่อน ฯลฯ

เราๆ ท่านๆ อาจจะเคยเดินออกกำลังแล้วปวดเมื่อยเล็กน้อย เช่น กาลครั้งหนึ่ง(หลายสิบปีก่อน)ผู้เขียนเดินแข่งกับเพื่อนๆ ขึ้นภูกระดึง ขาลงก็แข่งกันวิ่งลง ตรงไหนทางข้างๆ เรียบและลื่นก็นั่งไถลลงมา(สไลด์) โชคดีที่แข้งขาไม่หักไปเสียก่อน ฯลฯ

ข่าวดีคือ การเดินเพื่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องเดินหนักขนาดขึ้นภู(เขา) เพียงการเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 ครั้งขึ้นไปก็ให้ผลดีมาก

ถ้ามีเวลาน้อย จะแบ่งการเดินออกเป็นช่วงๆ ละ 10 นาทีก็ได้ วันไหนว่างให้เดินรวดเดียว 30 นาที

การเดินช่วยป้องกันโรคอ้วน ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน ช่วยให้หลับง่ายขึ้น แรงดีขึ้น ไม่อ่อนเพลียง่าย ป้องกันโรคกระดูกผุในวัยสูงอายุ

อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลบริแกมแอนด์วีแมน แนะนำวิธีเดินให้ได้ผลดี และไม่บาดเจ็บ เช่น ปวดเมื่อย เจ็บเอ็น เจ็บข้อ ฯลฯ ดังต่อไปนี้ครับ...

  • สวมรองเท้า:
    การสวมรองเท้าสำหรับเดินดีที่สุด รองลงไปเป็นรองเท้าวิ่ง หรือรองเท้าสำหรับออกกำลังกายแบบผสมผสาน (cross-training) ที่พอใช้ได้คือรองเท้าทำงานพื้นยาง หรือรองเท้าแตะ การสวมรองเท้าช่วยป้องกันฝ่าเท้า เอ็น และข้อไม่ให้บาดเจ็บ รองเท้าที่แย่ที่สุดคือ “รองเท้าของคนที่สวมแล้วไม่รู้จักเดิน” ห้ามเดินเท้าเปล่าถ้าเป็นเบาหวาน
  • สวมถุงเท้า:
    ถุงเท้าช่วยป้องกันไม่ให้รองเท้าชื้นแฉะ ควรเลือกใช้ถุงเท้าที่มีผ้าฝ้าย เนื่องจากดูดซับเหงื่อ และความชื้นได้ดี
  • เสื้อผ้าหลวมหน่อย:
    เสื้อผ้าที่หลวมหน่อยช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี
  • ยืดเส้น:
    ควรยืดเส้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ดีที่สุดคือยืดเส้นวันละ 2 ครั้งเช้า-เย็น หรือยืดก่อนและหลังออกกกำลังกาย เส้นที่ตึงจะบาดเจ็บง่าย ดีไม่ดีพาลจะปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดขาไปอีกหลายอย่าง แนะนำให้ค้นคว้าจากหนังสือเกี่ยวกับการออกกำลังกายหรือยืดเส้นของมูลนิธิหมอชาวบ้าน
  • อุ่นเครื่อง 5 นาที:
    เดินให้ช้าหน่อยประมาณ 50 % ของกำลังสูงสุด
  • เดินเร็ว 20-30 นาที:
    ท่านที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและไม่เคยออกกำลังมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสุขภาพก่อน วิธีเดินง่ายๆ คือ เริ่มน้อยๆ ช้าๆ ไม่ต้องไปแข่งกับใคร ความเร็วที่พอเหมาะสำหรับการเดินเร็วคือ ไม่เร็วมากจนพูดหรือนับ 1-5 ไม่ได้ และไม่ช้าจนร้องเพลงได้ครบ 1 วรรค พระภิกษุบางรูปที่วัดท่ามะโอท่านจะเดินจงกลมไปพลาง สาธยายบาลีไปพลาง นับว่า ได้ทั้งบุญและสุขภาพ เป็นที่ตั้งแห่งความเคารพและศรัทธา
  • เบาเครื่อง 5 นาที:
    เดินให้ช้าลง อย่าหยุดเดินทันที การหยุดเดินทันทีทำให้เลือดไปคั่งในเส้นเลือดที่ขา และอาจทำให้เป็นลม หน้ามืด หรือไม่สบายได้
  • ทำให้สม่ำเสมอ:
    สาเหตุของการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดคือ การออกกำลังกายไม่สม่ำเสมอ เช่น พักไหนฮึดขึ้นมาก็โหมเสียหนัก พอเบื่อก็พัก พอฮึดขึ้นมาก็โหมอีก ฯลฯ

เรื่องชีวิตนี่เป็นอะไรที่เราควรทำอย่างทะนุถนอม ครูภาษาไทยท่านสอนว่า “ใช้ความอ่อนโยนชนะความอ่อนแอ ใช้ความแข็งแรงชนะความแข็งกระด้าง” การเดินนี่จะว่าเป็นความอ่อนโยนก็ได้ จะว่าเป็นความแข็งแรงก็ได้

  • พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนพระภิกษุว่า เมื่อฉัน(กิน)โภชนะอันประณีต(น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เนยข้น เนยใส)แล้วควรเดินจงกลม เราๆ ท่านๆ (ที่ไม่ใช่พระ)กินอะไรอร่อยๆ แล้วก็เดินได้ เริ่มวันนี้เลยนะครับ...

แหล่งข้อมูล:

  • ขอขอบคุณ > Brigham and Women’s hospital. > http://www.brighamandwomens.org/patient/walkingtips.asp > February 8, 2006.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์มะเร็งลำปาง จัดทำ > ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙.